
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
แคนนอน พร้อมก้าวสู่ยุค Premium HDR VDO Broadcasting ตอบโจทย์งานบรอดคาสต์และโปรดักชั่นมืออาชีพด้วยคุณภาพระดับฮอลลีวู้ด
แคนนอน นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ช่างภาพทุกเซกเมนต์ พร้อม Ecosystem รูปแบบใหม่ที่ผสานคุณภาพระดับภาพยนตร์เข้ากับการถ่ายทอดสด และ Workflow ที่ช่วยให้งานบรอดคาสต์ง่ายดายและฉับไวทันต่อเหตุการณ์
พฤกษา เปิดจักรวาลสัตว์เลี้ยง ด้วยแนวคิด “PAWLITY TIME”
CHAPTER ONE BLOC 19 RATCHADA คอนโด Pet-Friendly แห่งแรก ใจกลางรัชดา
ที่ออกแบบ “เมือง” ให้คนและสัตว์เลี้ยงอยู่ด้วยกันอย่างลงตัว

พฤกษา ตอกย้ำแนวคิดการยกระดับคุณภาพชีวิตและการอยู่อาศัยที่ดีในทุกช่วงชีวิต รับเทรนด์ Pet Parents ที่มองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกสำคัญของครอบครัว เปิดตัว CHAPTER ONE BLOC 19 RATCHADA คอนโดมิเนียม “Full Scale” Pet-Friendly โครงการแรกของพฤกษา ภายใต้แนวคิด “DOWNTOWN OF PET LIFESTYLE เมืองที่เข้าใจทุกชีวิต” พร้อมสร้าง Pet Lifestyle Ecosystem ใจกลางรัชดา ผ่านการออกแบบที่ใส่ใจการใช้ชีวิตร่วมกันของคนและสัตว์เลี้ยงในทุกมิติ
คุณภัคริน ทัตติพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มคอนโดมิเนียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยกำลังก้าวสู่ Pet Society โดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี คาดว่าในปี 2569 มูลค่าตลาดจะทะลุ 1 แสนล้านบาท โจทย์ของพฤกษาจึงไม่ใช่แค่ ‘ที่นี่เลี้ยงสัตว์ได้หรือไม่’ แต่คือ ‘ที่นี่ทำให้คนและสัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้แค่ไหน’ CHAPTER ONE BLOC 19 RATCHADA จึงเป็น ‘แชปเตอร์ใหม่’ ของการอยู่อาศัย ที่ออกแบบให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงสามารถ ‘อยู่ดี...ทั้งชีวิต’ Lifetime Well-Living ได้อย่างแท้จริง
CHAPTER ONE BLOC 19 RATCHADA คือคอนโดมิเนียม โครงการแรกของพฤกษา ที่ถ่ายทอดการอยู่อาศัยให้คนและสัตว์เลี้ยงใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข โดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตทั้งด้านกายและใจ ผ่านการออกแบบพื้นที่พักอาศัย ธรรมชาติ สังคมการอยู่อาศัย สุขภาพ และ Lifestyle รอบโครงการ ให้เชื่อมโยงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ดร. ต่อศักดิ์ เลิศศรีสกุลรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “‘รัชดาฯ’ เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการใช้ชีวิตของคนเมือง อีกทั้งทำเลที่มีศักยภาพสำหรับการอยู่อาศัยทั้งซื้อ และเช่า โดย CHAPTER ONE BLOC 19 RATCHADA เชื่อมต่อ 3 เส้นทางสำคัญ ได้แก่ รัชดาภิเษก–วิภาวดี–ลาดพร้าว และอยู่ใกล้ MRT รัชดาภิเษก จากศักยภาพของทำเล จึงพัฒนาโครงการสู่ ‘DOWNTOWN OF PET LIFESTYLE’ เมืองที่คนและสัตว์เลี้ยงสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีคุณภาพ ภายใต้แนวคิด ‘PAWLITY TIME Design Codes’ แนวคิดการออกแบบ ผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่
CHAPTER ONE BLOC 19 RATCHADA ได้รับแรงบันดาลใจจากมหานครนิวยอร์ก เมืองที่ความคลาสสิกและวิถีชีวิตสมัยใหม่อยู่ร่วมกันอย่างมีเอกลักษณ์ นำมาตีความใหม่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองกรุงเทพฯ และสัตว์เลี้ยง พัฒนาในรูปแบบ Low-Rise Condominium สูง 8 ชั้น จำนวน 3 อาคาร บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ รวม 454 ยูนิต ห้องพักขนาด 26–53 ตารางเมตร พร้อมรองรับที่จอดรถ 47%
CHAPTER ONE BLOC 19 RATCHADA เตรียมเปิดจองรอบแรกในงาน VVIP Day วันที่ 26–27 กันยายนนี้ ผู้ที่จองภายในงาน รับราคาช่วงเปิดโครงการเฉลี่ยเพียง 95,000 บาท/ตร.ม. (จาก 105,000 บาท/ตร.ม.) ราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาท พร้อมชุดเฟอร์นิเจอร์ และฟรีค่าส่วนกลาง 3 ปี* พิเศษสำหรับ 100 ท่านแรก มูลค่ารวมสูงสุดกว่าสี่แสนบาท ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษและนัดชมห้องตัวอย่างได้ที่ pruksa.co/bloc19 หรือ Line ID: @chapteronebloc19 โดย Sales Gallery ตั้งอยู่ที่โครงการ The Wiz (ปากซอยรัชดาฯ 19) เปิดทุกวัน เวลา 10.00–19.00 น.
###
สื่อมวลชนที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด
ภีมภิรมณม์ ปะรักมานนท์ โทร 08 9996 6667 อุษณีย์ ถาวรกาญจน์ โทร. 08 1984 5500
อีเมล: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. อีเมล: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
แคนนอน ปล่อยกล้อง 2 รุ่นใหม่ Canon EOS R8 และ Canon EOS R50
แคนนอน ปล่อยกล้อง 2 รุ่นใหม่เอาใจนักสร้างคอนเทนต์ Canon EOS R8 กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมที่พลิกโฉมการถ่ายฟุตเทจด้วยคุณภาพระดับสูง ตอบโจทย์งานโปรดักชันทุกรูปแบบ และเอาใจเหล่า Vlogger ด้วย Canon EOS R50 กล้องมิเรอร์เลส APS-C ที่เหมาะกับทั้งครีเอเตอร์มือใหม่และมืออาชีพ พร้อมเสริมไลน์อัพเลนส์ตระกูล RF ใหม่ พร้อมกันถึง 2 รุ่น : RF24-50mm f/4.5-6.3 IS STM และ RF-S55-210mm f/5-7.1 IS STM
UHG ทุ่ม 2,550 ลบ. ผุด 4 โรงแรม The Quarter ปักหมุดย่านธุรกิจสำคัญ ตั้งเป้าเติบโต 20%
UHG หรือ เออร์เบิน ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เดินหน้าขยายพอร์ตโรงแรมเรือธง The Quarter ในพื้นที่กรุงเทพฯ ย่านธุรกิจสำคัญ 4 โครงการ ด้วยงบลงทุน 2,550 ล้านบาท
เพื่อรองรับดีมานด์ตลาดท่องเที่ยว นำร่องด้วยโรงแรมเดอะ ควอเตอร์ เอกมัยเตรียมเปิดปลายปี 2569 ขณะที่โรงแรมเดอะ ควอเตอร์ พญาไท, นานา (สุขุมวิทซอย 8) และบางนา
คาดเปิดให้บริการภายในปี 2570-2571 ตามลำดับ ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 20%

คุณวุฒิพล ถาวรธวัช กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท UHG เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของกลุ่มมาจากโครงการมิกซ์ยูส-เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์และสำนักงาน Evergreen Place Siam ต่อมาเมื่อสถานการณ์ของตลาดท่องเที่ยวไทยเริ่มเติบโตขึ้น บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสนี้และได้ปรับจากเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์มาเป็นโรงแรม ภายใต้แบรนด์ The Quarter ซึ่งปัจจุบันได้เปิดมาแล้ว 18 แห่ง รวมทั้งหมด 3,000 ห้อง ปัจจุบันเตรียมเปิดอีก 4 โครงการ มูลค่ารวม 2,550 ล้านบาท
สำหรับปี 2569 นี้ UHG เตรียมเปิด 1 แห่ง คือ โรงแรมเดอะ ควอเตอร์ เอกมัย จำนวน 200 ห้อง มูลค่าลงทุน 600 ล้านบาท ขณะที่โรงแรมเดอะ ควอเตอร์ พญาไท จำนวน 200 ห้อง มูลค่าลงทุน 600 ล้านบาท และโรงแรมเดอะ ควอเตอร์ นานา (สุขุมวิทซอย 8) จำนวน 300 ห้อง มูลค่าลงทุน 800 ล้านบาท ทั้ง 2 โครงการอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง คาดจะเปิดให้บริการภายใน Q3 และ Q4 ปี 2570
นอกจากนี้ยังมีโรงแรมเดอะ ควอเตอร์ บางนา จำนวน 200 ห้อง มูลค่าลงทุน 550 ล้านบาท ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ปัจจุบันเริ่มลงพื้นที่เพื่อประชาสัมพันธ์แล้ว และวางแผนเริ่มก่อสร้างช่วง Q2/2570 คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้ภายใน Q2/2571
สำหรับจุดเด่นของโรงแรมเดอะ ควอเตอร์ ทาง UHG มีเกณฑ์ที่ตั้งเอาไว้ โดยเน้นพื้นที่ในกรุงเทพฯ เป็นหลัก โฟกัสที่กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยมีคอนเซ็ปต์คือ การเดินทางที่สะดวก ราคาคุ้มค่า เข้าถึงได้ง่าย รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เสริมด้านสุขอนามัย อาทิ ระบบกรองอากาศที่สามารถกรอง PM2.5 ได้ถึง 99.99% ระบบเซ็นเซอร์เพื่อลดการสัมผัส (Touchless) เป็นต้น

คุณวุฒิพล กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์สงครามที่ผ่านมาจะทำให้เที่ยวบินชะลอตัวไปช่วงหนึ่ง ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรป แต่ปัจจุบันสถานการณ์เริ่มกลับมาเป็นปกติ ประกอบกับการเติบโตของตลาดใหม่ อาทิ ยุโรปตะวันออกและเอเชียกลาง UHG จึงยังคงเชื่อมั่นต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุง-เทพฯ เนื่องจากการมีดีมานด์ของนักเดินทางที่หลากหลาย อาทิ Medical, Wellness, Events, Conventions, Concerts เป็นต้น นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังเป็นศูนย์กลางที่รองรับคนไทยจากต่างจังหวัด ที่เดินทางเข้ามาติดต่อธุรกิจและรับบริการด้านต่าง ๆ เช่น ติดต่อสถานทูต หน่วยราชการ รวมไปถึงการเดินทางผ่านสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินของประเทศ
คุณวุฒิพล กล่าวเพิ่มว่า สำหรับการขยายโรงแรมไปสู่ต่างจังหวัด ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในอนาคต โดยต้องพิจารณาถึงโอกาสและความเสี่ยงควบคู่กันไป อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน UHG ยังคงเน้นพื้นที่กรุงเทพฯ เป็นหลัก เนื่องจากมีดีมานด์ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ UHG ยังมีสำนักงานปล่อยเช่า อีก 5 แห่งที่สร้างรายได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ช่วยบาลานซ์ความเสี่ยงได้อย่างดีอีกด้วย
ในส่วนของขีดความสามารถในการแข่งขัน UHG มองว่าบริษัทมีความได้เปรียบในเรื่องการเป็นผู้บริหารเอง ไม่ได้จ้างเชน ทำให้มีความคล่องตัวในการดำเนินงานสูง อาทิ การปรับราคาห้องพักขึ้นลงตามสถานการณ์ได้รวดเร็ว ไม่ต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติหลายขั้น นอกจากนี้ การเป็นเจ้าของโรงแรมหลายแห่งยังช่วยให้สามารถต่อรองต้นทุนและเกิด Economy of scale ในการบริหารจัดการบุคลากรและทรัพยากรของโรงแรมได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
ปี 2569 นี้ UHG ตั้งเป้าเติบโตไว้ 20% โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากโรงแรมเดอะ ควอเตอร์ ลาดพร้าว ที่ได้เปิดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 200 ห้อง จากเดิม 194 ห้อง ทำให้มีห้องพักรวมประมาณ 400 ห้อง และโรงแรมเดอะ ควอเตอร์ เอกมัย ที่เตรียมเปิดให้บริการภายใน Q4 ปีนี้ ประกอบกับโรงแรมในเครือที่เปิดให้บริการแล้วทั้ง 18 แห่ง สามารถทำอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 90% อีกด้วย ทำให้ UHG มีสัดส่วนรายได้จากโรงแรม 70% และจากสำนักงาน 30% โดยในระยะหลัง พื้นที่กรุงเทพฯ มีสำนักงานใหม่เกิดขึ้นหลายแห่ง บริษัทจึงให้น้ำหนักการขยายธุรกิจไปทางฝั่งโรงแรมมากกว่า
สำหรับแผนการขยายธุรกิจในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า UHG คาดว่าจะเปิดโรงแรมได้ประมาณ 5-10 แห่ง แต่ทั้งนี้ยังต้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันได้เริ่มมองหาโอกาสนอกเขต CBD เนื่องจากคู่แข่งน้อย ประกอบกับการมีดีมานด์ใหม่ ๆ อันเนื่องมาจากความสะดวกสบายของการเดินทางในปัจจุบัน อาทิ โครงข่ายรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ รวมถึงแมกเนตในพื้นที่โดยรอบ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายโครงการของ UHG ในอนาคตข้างหน้า