
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
CP LAND กางโรดแมป 3 ปี ปั้นแบรนด์โรงแรมใหม่ ‘bedZ’
บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND หนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจโรงแรมระยะ 3 ปี (2569-2571) เตรียมเปิดโรงแรมใหม่เพิ่ม 15 แห่งทั่วประเทศ เพื่อตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ต้องการ ผสานการทำงานและการพักผ่อน เข้าด้วยกัน ภายใต้เทรนด์ “Bleisure” (Business + Leisure) ซึ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในระดับโลก

คุณกีรติ ศตะสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CP LAND กล่าวว่า “CP LAND วางกลยุทธ์การเติบโตโดยมุ่ง ‘จัดพอร์ตการลงทุนอย่างสมดุล (Balanced Portfolio)’ ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯและหัวเมืองศักยภาพ ทั่วประเทศ โดยเน้นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพที่ตอบโจทย์เทรนด์การใช้ชีวิตยุคใหม่ ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน และการพักผ่อนที่ผสานกันอย่างลงตัว ซึ่งแบรนด์ bedZ จะถ่ายทอดนิยามของการพักผ่อน
พร้อมกันนี้ ขอแนะนำผู้บริหารผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการ คุณเยี่ยม เศรษฐบุตร ผู้อำนวยการกลุ่มงานธุรกิจโรงแรม บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ธุรกิจโรงแรม เพื่อถ่ายทอดทิศทาง และแนวคิดของแบรนด์ bedZ อย่างเป็นทางการ

คุณเยี่ยม กล่าวเสริมถึงแนวคิดการพัฒนาโรงแรม bedZ มาจาก customer insight ที่นักเดินทางอยากได้ประสบการณ์พักผ่อนที่ดีด้วยราคาที่เข้าถึง ภายใต้สโลแกน “Comfy bedZ, Happy Guests” ที่เน้นประสบการณ์ของผู้เข้าพักเป็นหัวใจสำคัญ การนอนหลับที่ดี คือหัวใจของความสุข เน้นความสบายในการพัก (Comfort), เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ (Smart Stay) และการเชื่อมต่อกับวิถีชีวิตของเมือง (Local Experience) เพื่อให้ทุกการเข้าพักเป็นมากกว่าการนอน โดยเราจะมีการทยอยเปิดโรงแรม bedZ ตาม strategic location ที่ตอบโจทย์นักเดินทางทั้งเมืองหลักและเมืองรองในเร็วๆนี้
bedZ ยังมุ่งสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับเสน่ห์ของย่านโดยรอบ ผ่านการแนะนำสถานที่ท้องถิ่น คาเฟ่ ร้านอาหาร และจุดหมายที่น่าสนใจ เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ใช้ชีวิตเหมือนคนพื้นที่ และค้นพบมิติใหม่ของการเดินทางในทุกครั้งที่เข้าพัก
เกี่ยวกับ บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน)
บริษัท ซี.พี. แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ CP LAND เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2531 ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้แนวคิด "Accessible Communities For Life - คุณภาพเพื่อทุกชีวิต" ประกอบด้วย 7 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1. ธุรกิจที่พักอาศัย บ้าน คอนโดมิเนียม 2. ธุรกิจอาคารสำนักงาน (ส่วนกลางและภูมิภาค) 3. ธุรกิจโรงแรม 4. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม 5. ธุรกิจบริหารอาคาร 6. ธุรกิจพลังงาน 7. ศูนย์ประชุมไคซ์ – KICE ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ขอนแก่น ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.CPLAND.co.th
ไรซ์ ซัพพลาย" กางแผนปี 69 รุกงานบริการหลังการขายครบวงจร
ตั้งเป้าก้าวกระโดด 300 ลบ. พร้อมเปิดตัวแบรนด์ "KSA" บุกตลาดตู้แช่เต็มสูบ
ไรซ์ ซัพพลาย ผู้นำด้านงานบริการหลังการขายและระบบวิศวกรรมความเย็นแบบครบวงจร เผยทิศทางธุรกิจปี 2569 เน้นขยายฐานศูนย์บริการครอบคลุมทั่วไทยและ สปป.ลาว มุ่งสร้างความเชื่อมั่นผ่านงานบริการมาตรฐานสูง พร้อมยกระดับงานบริการด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ ตั้งเป้าก้าวสู่ผู้นำ Solution ระบบความเย็นครบวงจรระดับต้นๆ ของประเทศ มั่นใจปีนี้ดันรายได้โต 20% ล่าสุดเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ “KSA” (เคซ่าส์) เพื่อตอบโจทย์กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารสดและแช่แข็งอย่างเต็มรูปแบบ
กางแผน “เอสเอ็นพี เปเปอร์บ๊อกซ์”
เอสเอ็นพี เปเปอร์บ๊อกซ์ เปิดแผนงานครึ่งแรกปี 2569 ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เร่งสต๊อกวัตถุดิบและคิดวิธีการรับมืออย่างรอบคอบ เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่ดีมีคุณภาพและส่งมอบได้ทันเวลา บวกเตรียมแผนลงทุนเครื่องจักรใหม่ และ MODIFY เครื่องจักรเก่าให้ทันสมัย รองรับลูกค้ารายใหม่ที่จะเข้ามาใช้บริการ ด้านผลประกอบการปีนี้ตั้งเป้า 1,000 ลบ. เน้นขยายตลาดเพิ่มฐานลูกค้า เดินหน้าเพิ่ม MARGIN ลงทุนเครื่องจักรใหม่ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและลดจำนวนคน พร้อมตอกย้ำความสำเร็จครบรอบ 16 ปี ชูหลักบริหาร “ลูกค้าพึงพอใจ บริการฉับไว ใส่ใจคุณภาพ”

คุณชัยรัตน์ ชูนามชัยพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอ็นพี เปเปอร์บ๊อกซ์ จำกัด กล่าวถึงแผนการดำเนินงานในครึ่งแรกปี 2569 ว่า ต้องปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เนื่องจากราคาน้ำมันที่ผันผวน ซึ่งกระทบหลายกระบวนการของบริษัท หนึ่งในนั้น คือ ราคาวัตถุดิบต่าง ๆ ที่ขึ้นสูงมาก ยิ่งไปกว่านั้น ยังขาดแคลนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ตนถือคตินี้ในใจเสมอ “เราต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์ใดก็ตาม” การที่บริษัทจะอยู่รอดต้องมองการไกลเสมอ ดังนั้นบริษัทจึงมีการสต๊อกวัตถุดิบและคิดวิธีการที่จะรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวไว้อย่างรอบคอบ ลูกค้าที่ซื้อ-ขายกับบริษัทจะต้องได้รับสินค้าที่ดีมีคุณภาพเหมือนเดิมและส่งมอบได้ทันเวลา
“ในช่วงยุคโควิค-19 แพร่ระบาด ขณะนั้นตนกับภรรยาเครียดมากไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์อย่างไร จึงได้แต่เตือนตัวเองในใจเช่นเดิมว่าเราต้อง “พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส” องค์กรของเราจะต้องเเข็งเเรงจากภายในก่อนถึงจะอยู่รอดได้ สุดท้ายเราก็ผ่านมาได้ถึงแม้จะเหนื่อยแต่นับว่าคุ้มค่า จากเดิมที่คิดว่าผลประกอบการจะลดลง เเต่กลับพุ่งกระฉูดอย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมมีลูกค้ารายใหม่ ๆ เข้ามาเป็นจำนวนมาก และปัจจุบันยังคงซื้อขายเป็นลูกค้าประจำกันอยู่” คุณชัยรัตน์กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อปีที่ผ่านมามีลูกค้าหลายรายอยากให้บริษัทเป็นพาร์ทเนอร์โรงเดินกระดาษลูกฟูก 2 ชั้นที่ครบวงจร ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทต้องตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุด ดังนั้นเมื่อต้นปี 2569 นี้ จึงได้นำบริการใหม่เข้ามาทันที ได้แก่ ลอน A และลอน C
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะลงทุนเครื่องจักรเพิ่มเติม พร้อมกับการ MODIFY เครื่องจักรเก่า ๆ ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้นและรองรับกับระบบคอมพิวเตอร์ เนื่องจากขณะนี้ CAP การผลิตของบริษัทค่อนข้างแน่น และมีลูกค้ารายใหม่ ๆ มาใช้บริการมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องผลิตให้ได้มากขึ้นและรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก โดยปัจจุบันบริษัทมีครบทุกบริการ ทั้งลอนที่ครบถ้วน สต๊อกวัตถุดิบที่พร้อมเพียง อีกทั้ง ยังมีบริษัทในเครือที่ทำกระดาษลูกฟูก 3 ชั้น และ 5 ชั้นอีกด้วย ทำให้ปัจจุบันสามารถให้บริการที่ครบครันในเรื่องของบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก เพียงแค่ลูกค้าบอกว่าต้องการอะไร เอสเอ็นพีสามารถทำให้ได้หมด
สำหรับผลประกอบการในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 1,000 ล้านบาท และต้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี โดยการขยายตลาดเพื่อเพิ่มฐานลูกค้า รวมถึง การเพิ่ม MARGIN โดยลงทุนเครื่องจักรใหม่ที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและลดจำนวนคน
“กลุ่มลูกค้าหลักของเรา คือ “โรงพิมพ์” ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ทั่วประเทศ และปัจจุบันมีการเปิดช่องทางการตลาดใน WEBSITE เพื่อสร้างกลุ่มลูกค้าที่กว้างมากขึ้น ซึ่งมีหลายบริษัทที่ติดต่อสั่งซื้อจากช่องทางนี้ และล่าสุดยังได้มีการจัดบูธในงาน THAIFEX เพื่อเป็นการขยายฐาน พร้อมสร้างการรับรู้มากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ที่สำคัญที่สุด คือ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมามีลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามาเป็นจำนวนมากจากการบอก “ปากต่อปาก” จากลูกค้าของเราเอง ด้วยความที่เราเน้นการบริการและสินค้าที่มีคุณภาพดี ทำให้ลูกค้าสามารถนำไปใช้ใน PROCESS ถัดไปได้ง่าย จึงเกิดการบอกต่อกัน ทั้งนี้ ถือเป็นการตลาดที่ไร้ค่าใช้จ่ายแต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีเกินคาด” คุณชัยรัตน์กล่าว
คุณชัยรัตน์กล่าวต่อเนื่องในโอกาสครบรอบ 16 ปีของเอสเอ็นพี เปเปอร์บ๊อกซ์ว่า ตลอด 16 ปีที่ตนบริหารบริษัทจะเน้นย้ำ 3 สิ่งนี้เสมอ คือ “ลูกค้าพึงพอใจ บริการฉับไว ใส่ใจคุณภาพ” ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้นจากคุณภาพของสินค้า พนักงานของบริษัททุกคนรู้ดีว่าตนต้องการให้ทุกคนทำงานด้วยใจ เสมือนว่าสินค้าทุกชิ้น กระดาษทุกแผ่นเป็นของที่ผลิตเพื่อใช้เอง อยากใช้กระดาษแบบไหน ต้องผลิตให้ได้แบบนั้น
ขณะที่ การบริการ ตนได้ปลูกฝังให้พนักงานเห็นถึงความสำคัญของการบริการ โดยมีทีม ADMIN ที่เป็นด่านหน้าคอยติดตามและบริการลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้ง ยังมีการวัดผลโดยลูกค้าของบริษัทเอง ซึ่งมีการส่งแบบสอบถามความพึงพอใจให้ลูกค้าเป็นประจำ เพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วมที่จะแสดงความคิดเห็นและประเมินพนักงานของเราเพื่อเป็นการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องและตอบโจทย์สำหรับลูกค้าทุกคน
“ทุกคนอาจจะมองภาพว่าผู้บริหารเป็นเเค่ผู้สั่งการและกำหนดแนวทางอยู่บนหอคอย เเต่คำว่าผู้บริหารสำหรับตนนั้น คือ ทุกหน้าที่ในองค์กร คนรอบตัวมักถามตนเสมอว่า “ทำไมต้องให้ตัวเองเหนื่อยขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่มันไม่จำเป็นเลย” ซึ่งคำถามนี้ตนสามารถตอบได้อย่างง่ายดายว่า ตนเต็มใจ และในเมื่อสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาเอง ดังนั้นจึงต้องดูเเลไปจนถึงฝั่งฝัน
ตนใช้หลักการบริหารแบบ “พี่สอนน้อง” พนักงานทุกคนในองค์กรต้องทำงานแทนกันได้ เพราะการทำอุตสาหกรรมสิ่งที่ยากที่สุด คือ การจัดการเรื่องคน ดังนั้นจึงมีมาตรการควบคุมเรื่องนี้ ในทุก ๆ 1 เดือนพนักงานในฝ่ายผลิตจะต้องสับเปลี่ยนงานกันคุมเครื่องจักร เพื่อให้ทุกคนรู้งานของกันและกัน องค์กรที่ดีต้องแข็งแรงจากภายใน โดยทุกวันนี้ที่ลูกค้ายังใช้บริการของเราอยู่เป็นเพราะว่าเรามีครบใน 3 สิ่งที่เน้นย้ำไป คือ ลูกค้าพึงพอใจ บริการฉับไว ใส่ใจคุณภาพ” คุณชัยรัตน์กล่าว
นอกจากนี้ ปัจจุบันบริษัทได้รับใบรับรอง ISO 9001 : 2015 โดยถือเป็นเครื่องการันตีว่าบริษัทสามารถสร้างความพึงพอใจและคุณภาพสินค้าที่ดีให้กับลูกค้าได้ อีกทั้ง ยังมีตัวเลือกสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้ใบรับรอง FSC เป็นการลดการตัดไม้ทำลายป่าและใช้ต้นไม้จากป่าปลูกเอง
รวมถึง การเข้าร่วมโครงการอนุรักษ์พลังงาน โดยติดตั้งแผงโซล่าเซลล์พลังงานเเสงอาทิตย์ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพพลังงาน และมีส่วนร่วมในการช่วยลดภาวะโลกร้อน พร้อมทั้ง ได้รับใบรับรอง Green Industry หรือโรงงานสีเขียว ส่วนในเรื่องภายในองค์กรได้มีการนำ 5 ส. เข้ามาใช้ เพื่อช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น
กู้วิกฤต 500 โรงงาน กลุ่มสมุนไพร! ส.อ.ท. ผนึก อย. เร่งพัฒนาสู่มาตรฐานโลก
เพิ่มขีดสามารถการแข่งขันในฐานะซอฟ์เพาเวอร์ไทยสู่ตลาดส่งออกที่ยังเติบโตต่ำ
ดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพรในสภาอุตสาหกรรม (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร มีความพยายามที่จะแก้ปัญหาและยกระดับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยให้ก้าวสู่สากล กลุ่มสมุนไพร ส.อ.ท. และสมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพรได้ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อพัฒนาโรงงานผลิตยาสมุนไพรไทยให้ได้มาตรการส่งออก หลังพบว่ามีโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานกว่า 500 แห่ง ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกปิดตัว ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการสร้างมูลค่าตลาดสมุนไพรทั้งในและต่างประเทศ และอุตสาหกรรมสมุนไพรเป็นหนึ่งอุตสาหกรรมมูลค่าสูงที่สำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมของประเทศให้มีความเข้มแข็งขึ้น