
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
แคนนอน พร้อมก้าวสู่ยุค Premium HDR VDO Broadcasting ตอบโจทย์งานบรอดคาสต์และโปรดักชั่นมืออาชีพด้วยคุณภาพระดับฮอลลีวู้ด
แคนนอน นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ช่างภาพทุกเซกเมนต์ พร้อม Ecosystem รูปแบบใหม่ที่ผสานคุณภาพระดับภาพยนตร์เข้ากับการถ่ายทอดสด และ Workflow ที่ช่วยให้งานบรอดคาสต์ง่ายดายและฉับไวทันต่อเหตุการณ์
ฟาซวาซ งัดดาต้า แก้ปัญหา บ้านมือสองค้างตลาดกว่า 4 แสนยูนิต ชูจุดแข็งเครื่องมือวิเคราะห์ราคา และเครือข่าย 7 เว็บไซต์ชั้นนำ
ดึงผู้ซื้อกำลังซื้อสูง ดันยอดนัดชมทรัพย์พุ่ง 470%
FazWaz แพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์กว่า 11 ปี ประกาศเปิดตัวบริการใหม่ "FazWaz Premium" เชื่อมต่อเจ้าของอสังหาฯ ไทยเข้ากับเครือข่ายผู้ซื้อที่มีความต้องการจริงกว่า 1,200,000 คนทั่วโลก ผ่านเว็บไซต์ชั้นนำ 7 แห่ง โดย FazWaz มีเครือข่ายร่วมกับ Lifull Connect บริษัทอสังหาฯ ครอบคลุมกว่า 55 ประเทศทั่วโลก และ Dot Property Group เจ้าของเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ชั้นนำอย่าง Thailand-Property, Trovit, Hipflat, Mitula และ Nestoria ที่มียอดเข้าชมรวมกว่า 25 ล้านครั้งต่อเดือน อสังหาฯไทย ยังมีโอกาสในตลาดต่างประเทศ

คุณเจษ กิมทรัพย์ Chief Business Officer - Alternative Finances (ตรงกลางภาพ) เปิดเผยว่า "ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเผชิญภาวะทรัพย์มือสองรอการขายสะสมไม่ต่ำกว่า 400,000 ยูนิตในกรุงเทพฯ และปริมณฑล สถิติในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาพบว่าเจ้าของทรัพย์ใช้เวลาเฉลี่ยในการขายยาวนานถึง 2 ปีครึ่ง ปัญหานี้ส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดฐานข้อมูลราคาอ้างอิงที่แม่นยำ ต่างจากตลาดในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา ทำให้ตั้งราคาไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ทั้งที่ความต้องการซื้อในตลาดยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง
FazWaz จึงสร้างโปรแกรม FazWaz Premium พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ราคาตลาดที่แม่นยำและสร้างเครือข่ายผู้ซื้อที่ครอบคลุมทั่วโลก จนพิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยลดระยะเวลาการขายลงได้อย่างมีนัยสำคัญ มีสถิติการนัดหมายเข้าชมทรัพย์ เพิ่มสูงขึ้นกว่า 470% ปิดการขายได้จริงภายในเวลาเฉลี่ยเพียง 90 วัน ให้กับกลุ่มผู้ซื้อต่างชาติจากทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และยุโรป
เผยเคสจริง คอนโด 5.9 ล้าน ปิดดีลหาผู้ซื้อได้ใน 8 วัน
หนึ่งในเคสจริงของคอนโด Resell โครงการ President Park ที่ใครๆ ก็คิดว่าปล่อยต่อได้ยาก แต่ด้วยเครื่องมือของ FazWaz Premium ทำให้ช่วยเจ้าของทรัพย์สามารถประเมินมูลค่าทรัพย์ได้อย่างแม่นยำ ตั้งราคาขายตรงกับความต้องการของตลาด รวมถึงเครือข่ายผู้ซื้อที่ FazWaz มีทั่วโลกกว่า 1.2 ล้านคน ทำให้ทรัพย์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อ และปิดการขายได้ใน 8 วันเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายร้อยเคส ที่ FazWaz Premium สามารถช่วยเจ้าของทรัพย์ปิดการขาย ในราคาที่เหมาะสม และปิดการขายได้ในเวลา 90 วัน จึงทำให้ FazWaz เชื่อมั่นว่าโปรแกรมนี้จะสามารถช่วยให้เจ้าของทรัพย์ไทยให้มีโอกาสในการแข่งขันในกับตลาดโลกได้
บริการ FazWaz Premium ชูคอนเซปต์ “ลงทุนดันทรัพย์ทั่วโลก พร้อมที่ปรึกษาส่วนตัว โดยไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้า” เพื่อแก้ปัญหาอสังหาฯ ขายยาก ขายช้า ด้วย 3 จุดเด่นที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่เจ้าของทรัพย์ ได้แก่
ทั้งนี้ เจ้าของทรัพย์สามารถเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมกับเงื่อนไขและความต้องการของตนเองได้ถึง 3 รูปแบบ
แคนนอน ปล่อยกล้อง 2 รุ่นใหม่ Canon EOS R8 และ Canon EOS R50
แคนนอน ปล่อยกล้อง 2 รุ่นใหม่เอาใจนักสร้างคอนเทนต์ Canon EOS R8 กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรมที่พลิกโฉมการถ่ายฟุตเทจด้วยคุณภาพระดับสูง ตอบโจทย์งานโปรดักชันทุกรูปแบบ และเอาใจเหล่า Vlogger ด้วย Canon EOS R50 กล้องมิเรอร์เลส APS-C ที่เหมาะกับทั้งครีเอเตอร์มือใหม่และมืออาชีพ พร้อมเสริมไลน์อัพเลนส์ตระกูล RF ใหม่ พร้อมกันถึง 2 รุ่น : RF24-50mm f/4.5-6.3 IS STM และ RF-S55-210mm f/5-7.1 IS STM
SENA เดินหน้าสู่ Green Lifestyle Platform
จากผู้พัฒนาอสังหาฯ สู่พาร์ทเนอร์ที่ดูแลทุกช่วงชีวิตของลูกค้า

SENA Development หรือ SENA เชื่อมาตลอดว่า “บ้าน” ไม่ควรเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการขาย แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแบรนด์กับลูกค้า ภายใต้วิสัยทัศน์ “Lifelong Trusted Partner” ที่มุ่งดูแลทั้งคุณภาพชีวิตและต้นทุนชีวิตของลูกค้าในระยะยาว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา SENA จึงไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่กำลังพัฒนาองค์กรสู่การเป็น “Sustainable Living Leader” ผ่านการสร้าง Green Lifestyle Platform ที่เชื่อม บ้าน พลังงาน การเดินทาง และโซลูชันทางการเงินเข้าไว้ด้วยกัน โดย Ecosystem ทั้ง SENA Development, SENA Solar Energy และ SENA Green Automotive ไม่ได้เป็นเพียงการขยายธุรกิจใหม่ แต่เป็นการต่อยอด Vision เดียวกัน เพื่อทำให้การใช้ชีวิตของผู้คน “ง่ายขึ้น อยู่สบายขึ้น และ ยั่งยืนขึ้น” อย่างแท้จริง

ดร.ยุ้ย - ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ จำกัด กล่าวว่า “วันนี้คน ไม่ได้มองแค่ราคาบ้าน แต่เริ่มมอง ‘ต้นทุนชีวิต’ หลังเข้าอยู่ ทั้งค่าไฟ ค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง และ ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทั้งหมดในระยะยาว SENA จึงมองว่าอนาคตของอสังหาริมทรัพย์ จะไม่ได้แข่งขันกันแค่ราคาและทำเล
แต่คือความสามารถในการช่วยให้คนบริหารต้นทุนชีวิตได้ดีขึ้น เราเชื่อ ว่า Green Lifestyle ไม่ควรเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้เฉพาะคนบางกลุ่ม แต่ควรเป็นเรื่องที่ทุกคนเริ่มต้นได้ จริงในชีวิตประจำวัน นี่คือเหตุผลที่ SENA พยายามเชื่อม บ้าน พลังงาน รถ EV และโซลูชันทาง การเงิน เข้าไว้ใน Ecosystem เดียว เพื่อทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้นและยั่งยืนขึ้นในระยะยาว”
จุดเริ่มต้นของแนวคิดนี้ เกิดจาก Passion ที่เชื่อในพลังงานสะอาด ในวันที่ Solar ยังเป็นเรื่องไกลตัว และแทบไม่มีใครมองว่า “พลังงาน” จะกลายเป็นหนึ่งใน ต้นทุนสำคัญของชีวิต SENA คือผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทย ที่เริ่มติดตั้ง Solar Rooftop ให้กับโครงการที่อยู่อาศัยอย่างจริงจัง และเป็นรายแรกที่นำ Solar เข้าไปรวมอยู่ในราคาบ้าน เพื่อช่วย ให้ลูกค้าเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น

บริษัท สะสมทั้งประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจเรื่องพลังงานสำหรับการอยู่ อาศัยมาอย่างต่อเนื่อง จนวันนี้ SENA Solar Energy มีประสบการณ์มากกว่า 17 ปี และติดตั้ง Solar Rooftop ครอบคลุมทั้งลูกค้าองค์กร (B2B) และลูกค้ารายย่อย (B2C) SENA มองว่า Solar กำลังเปลี่ยนจาก “ทางเลือก” สู่ “โครงสร้างพื้นฐานของการใช้ชีวิต” จากทั้งค่าไฟที่สูงขึ้น ความต้องการลดต้นทุนระยะยาว และแนวโน้มพลังงานสะอาดในอนาคต จุดแข็งสำคัญของ SENA คือการมีความเข้าใจเรื่อง “พลังงานสำหรับการอยู่อาศัย” อย่างแท้จริง ทั้งการใช้ไฟภายในบ้าน การชาร์จรถ EV และการบริหารต้นทุนพลังงาน โดยบริษัทให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยและมาตรฐานวิศวกรรม” ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่การออกแบบและคำนวณระบบ การเลือกใช้อุปกรณ์จากผู้ผลิตชั้นนำ ไปจนถึงการควบคุมการติดตั้งโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ลูกค้าใช้งานระบบพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยในระยะยาว
ทั้งนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2569 นี้ บริษัทมีรายได้จากธุรกิจ Solar จำนวน 10 ล้านบาท และมองว่าธุรกิจพลังงานจะเป็นหนึ่งใน New Growth Engine สำคัญของกลุ่มบริษัทในอนาคต
ขณะเดียวกัน SENA ยังเดินหน้ารุกธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า ผ่าน บริษัท เสนา กรีน ออโตโมทีฟ (SENA Green Auto) ซึ่งดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องกว่า 2 ปี ในฐานะ EV Platform แบบ Multi-brand และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ปัจจุบันมี 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ DEEPAL, OMODA & JAECOO และ LEAPMOTOR พร้อมศูนย์บริการครบวงจรบนถนนอ่อนนุช–สุขุมวิท 75
SENA Green Auto ไม่ได้มองแค่การขายรถ EV แต่ต้องการทำให้การใช้ EV เป็นเรื่องง่ายขึ้น
ทั้งเรื่องบ้าน พลังงาน และการเงิน โดยลูกค้าสามารถติดตั้ง Solar ควบคู่กับการซื้อรถ EV และใช้ไฟ จาก Solar เพื่อชาร์จรถได้เอง ช่วยลดทั้งค่าไฟและต้นทุนพลังงานในระยะยาว พร้อมมี “เงินสดใจดี” ผู้ให้บริการสินเชื่อ Non-Bank ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย เข้ามาช่วยวางแผนทาง การเงิน เพื่อให้การเริ่มต้นใช้ EV และพลังงานสะอาดเป็นเร่ืองที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และในไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้จากธุรกิจรถยนต์จำนวน 153 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดขายรถ EV ในปีนี้ไว้ที่ 1,000 คัน นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ไฟฟ้าเพิ่มเพื่อขยายพอร์ตสินค้าและรองรับกลุ่มลูกค้าพรีเมียมมากขึ้น
สิ่งสำคัญคือ ทุกธุรกิจของ SENA ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นแบบแยกส่วน แต่ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกัน คือการช่วยให้ผู้คนสามารถบริหารต้นทุนชีวิตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ วันนี้ SENA จึงกำลังพัฒนาไปสู่การเป็น "Green Lifestyle Platform" ที่ดูแลลุกค้าตั้งแต่เรื่องบ้น พลังงาน การเดินทาง ไปจนถึงคุณภาพชีวิตในอนาคต ทั้งหมดนี้ คือภาพสะท้อนของวิสัยทัศน์ "Lifelong Trusted Partner" ที่ SENA ยึดมั่นมาตลอด คือการเป็นมากกว่าผู้สร้างบ้าน แต่เป็นพาร์ตเนอร์ที่พร้อมเติบโตไปกับทุกช่วงชีวิตของลูกค้าอย่างยั่งยืน