TCRSS โชว์ผลงานเด่น
คว้ารางวัลเกียรติยศสูงสุดสถานประกอบการดีเด่น

TCRSS รับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2569 ระดับประเทศ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 ด้วยการวางระบบดูแลพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน การจัดสวัสดิการ การสื่อสารระหว่างบริษัทกับพนักงาน เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม ตอกย้ำความมุ่งมั่นการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต สวัสดิการ และแรงงานสัมพันธ์อย่างจริงจัง บวกเสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กรให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมเป็นแรงผลักดันให้รักษาและพัฒนามาตรฐานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
คุณมนินทร์ อินพรหม หัวหน้าสายงานบริหารทั่วไป บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TCRSS กล่าวว่า บริษัทได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น ด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2569 ระดับประเทศ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 โดยเข้ารับรางวัลเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 ในงาน Thailand Labour Management Excellence Award 2026 จัดโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลด้านแรงงานสัมพันธ์ สวัสดิการและการคุ้มครองแรงงาน
สำหรับขั้นตอนการดำเนินการที่ส่งผลให้บริษัทได้รับดังกล่าว โดยสิ่งสำคัญของบริษัทไม่ใช่การทำงานเพื่อให้ได้รางวัล แต่เป็นการวางระบบดูแลพนักงานอย่างต่อเนื่อง บริษัทให้ความสำคัญทั้งเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน การจัดสวัสดิการ การสื่อสารระหว่างบริษัทกับพนักงาน รวมถึง การเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมและเสนอความคิดเห็นผ่านช่องทางต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญ คือ การทำงานร่วมกันระหว่างฝ่ายบริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผู้บังคับบัญชา และตัวแทนพนักงาน หรือ คณะกรรมการสวัสดิการ โดยมีการรับฟังปัญหา นำข้อเสนอไปพิจารณา และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อมีการสมัครเข้ารับการพิจารณารางวัล บริษัทจึงนำระบบและผลงานที่ปฏิบัติอยู่จริงมาแสดงต่อคณะกรรมการพิจารณารางวัล
“เรามีความมั่นใจว่าเรามีการปฏิบัติในการดูแลพนักงานเป็นปกติอย่างดีมาโดยตลอด ซึ่งเราได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องก่อนที่จะมีโครงการสมัครเข้ารับการพิจารณารางวัลดังกล่าวเมื่อปี 2549 ที่ผ่านมา เราอยากเสนอต่อภาครัฐให้เห็นว่าเราเป็นตัวอย่างที่ดีในการดูแลพนักงาน เพื่อที่จะให้บริษัทอื่น ๆ ที่มีความตั้งใจเช่นเดียวกันกับเรามีกำลัง และมีแรงผลักดันที่จะทำให้สวัสดิการของพนักงานมีการปรับปรุงได้เป็นอย่างดียิ่ง ๆ ขึ้นเป็นลำดับ” คุณมนินทร์กล่าว

ทั้งนี้ การได้รับจากการรับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2569 ระดับประเทศ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 โดยประโยชน์ที่สำคัญที่สุด คือ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานว่าบริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต สวัสดิการ และแรงงานสัมพันธ์อย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน สร้างความภาคภูมิใจให้กับพนักงานทุกคน เพราะรางวัลนี้ไม่ได้เกิดจากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย
พร้อมกันนี้ ในมุมขององค์กร รางวัลดังกล่าวยังช่วยเสริมภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือให้ทั้งกับพนักงาน คู่ค้า ผู้สมัครงาน หน่วยงานภาครัฐ และผู้มีส่วนได้เสีย รวมถึง ยังเป็นแรงผลักดันให้บริษัทต้องรักษาและพัฒนามาตรฐานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
คุณมนินทร์กล่าวต่อถึงจุดประสงค์ของการนำบริษัทเข้าสู่รางวัลดังกล่าวว่า เป้าหมายหลักของบริษัทไม่ใช่เพียงแค่การได้รับรางวัล แต่ต้องการใช้มาตรฐานของรางวัลเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการประเมินและพัฒนาระบบแรงงานสัมพันธ์ รวมถึง สวัสดิการของบริษัท ทำให้บริษัทเห็นว่าสิ่งที่ดำเนินการอยู่มีจุดแข็งด้านใด และมีเรื่องใดที่ควรพัฒนาต่อไป ขณะเดียวกัน เมื่อบริษัทสามารถรักษารางวัลได้ต่อเนื่องถึงปีที่ 20 เป็นสิ่งที่สะท้อนว่าการดูแลพนักงานไม่ใช่โครงการระยะสั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการบริหารองค์กรของบริษัท
ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัททั้งด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ตั้งแต่ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง การสื่อสารภายในองค์กร การเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม การรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ตลอดจน การจัดสวัสดิการและการดูแลคุณภาพชีวิตของพนักงาน
โดยบริษัทมองเรื่องเหล่านี้เชื่อมโยงกันทั้งหมด เพราะถ้าพนักงานมีช่องทางสื่อสารที่ดี ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม และรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วมกับองค์กร จะช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและนำไปสู่ประสิทธิภาพในการทำงานในระยะยาว
“พนักงานถือเป็นหัวใจและเป็นกำลังสำคัญของทุกองค์กร หากทุกองค์กรดูแลพนักงานได้อย่างมีความสุข จะทำให้พนักงานมีขวัญ มีกำลังใจ มีพลังที่จะขับเคลื่อนให้แต่ละองค์กรประสบความสำเร็จได้ดียิ่งขึ้น ดังนั้น ถ้าทุกองค์กรให้ความสำคัญในเรื่องแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการต่าง ๆ จะทำให้พนักงานมีความรัก มีแรงในการผลักดันองค์กรเติบโต พร้อมก้าวไปด้วยกัน รวมถึง มีแรงในการสร้างสรรค์ในสิ่งดี ๆ ให้แก่องค์กรอีกด้วย” คุณมนินทร์กล่าว
ปัจจุบันหลายองค์กรได้นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Robot (เครื่องจักรอัตโนมัติที่ถูกออกแบบให้ทำงานแทนมนุษย์) เข้ามาประยุต์ใช้ในการทำงาน แต่จริงๆ แล้วเบื้องหลังที่ประสบความสำเร็จของทุกองค์กร ในมุมมองของตนคิดว่ามาจากพนักงาน โดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Robot (เครื่องจักรอัตโนมัติที่ถูกออกแบบให้ทำงานแทนมนุษย์) จะเป็นตัวช่วยที่เข้ามาเสริมให้ประสิทธิภาพในการดำเนินงานดียิ่งขึ้น แต่ไม่ใช่ตัวหลัก ซึ่งพนักงานยังคงเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนองค์กรอย่างแท้จริง
ขณะที่ ข้อเสนอแนะที่อยากฝากถึงภาครัฐให้เข้ามาส่งเสริม คุณมนินทร์กล่าวว่าอยากให้ภาครัฐยังคงสนับสนุนกิจกรรมลักษณะนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นทั้งการยกย่ององค์กรที่ดำเนินการได้ดี และเป็นแรงกระตุ้นให้สถานประกอบการอื่นเห็นความสำคัญของแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการ







