
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เดินหน้าลงทุนระยะยาว หลังคว้าสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ต่ออีก 20 ปี
ปักหมุดขยายสาขาเท่าตัวภายในปี 2033 สร้างงานกว่า 6,000 อัตรา หนุนเศรษฐกิจไทยเติบโตไปพร้อมกัน

นายวิชา พูลวรลักษณ์ (กลาง) ประธานกรรมการ บริษัท แมคไทย จำกัด และนายแพทริค วอลช์ (ที่สองจากขวา) ผู้บริหารภูมิภาคเอเชีย แมคโดนัลด์ คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วยนางสาวกิตติวรรณ อนุเวชสกุล (ขวา) ประธานกรรมการบริหาร นายวิศรุต พูลวรลักษณ์ (ที่สองจากซ้าย) และ นายวิชญะ พูลวรลักษณ์ (ซ้าย) กรรมการ บริษัท แมคไทย จำกัด ร่วมประกาศความพร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ระยะยาว หลังได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ในประเทศไทยแต่เพียงรายเดียว ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 20 ปี ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพตลาดไทย และการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพด้วยมาตรฐานระดับสากล
กรุงเทพฯ (9 กรกฎาคม 2569 ) - บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้นำธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ภายใต้แบรนด์ “แมคโดนัลด์ ประเทศไทย” ประกาศความพร้อมเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตระยะยาว หลังได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ในประเทศไทยแต่เพียงรายเดียวต่อเนื่องอีก 20 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของแมคโดนัลด์ คอร์ปอเรชั่น ที่มีต่อศักยภาพของตลาดไทยและความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจของแมคไทย พร้อมเดินหน้าลงทุนขยายสาขาและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพื่อผลักดันการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับ การสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน
นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า “การได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์แมคโดนัลด์ในประเทศไทยเพียงรายเดียวต่อเนื่องอีก 20 ปีครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งเชิงกลยุทธ์ และความพร้อมของแมคไทยในการขับเคลื่อนแบรนด์ระดับโลกให้เติบโตอย่างมั่นคงในไทย หลังจากนี้ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าเต็มที่เพื่อยกระดับประสบการณ์แห่งความสุข (Feel-Good Moments) ให้กับลูกค้า ผ่านการส่งมอบเมนูคุณภาพ การบริการที่ทันสมัย นวัตกรรมดิจิทัล และความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม”
เพื่อขับเคลื่อนแบรนด์ไปสู่อนาคต แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ได้วางแนวทางการดำเนินงานเชิงรุกผ่านแกนหลักสำคัญ ดังนี้

นอกจากการขยายธุรกิจ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรรมการให้บริการการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าทั้งภายในร้านและผ่านช่องทางดิจิทัล ตลอดจนการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ความคุ้มค่า และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในทุกไลฟ์สไตล์
“เราเชื่อมั่นว่าการได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ต่อเนื่องในระยะยาวครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงโอกาสในการขยายธุรกิจ แต่ยังเป็นความรับผิดชอบในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกับประเทศไทย ทั้งในมิติของการลงทุน การสร้างงาน การพัฒนาบุคลากร และการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น เราพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวไทยในทุกมิติ” นายวิชา พูลวรลักษณ์ กล่าวทิ้งท้าย
โอสถสภา ยกระดับองค์กรไทยสู่ Top 3 ของโลกด้านความยั่งยืนกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีระดับสากล โชว์ศักยภาพองค์กรยั่งยืนด้วยการทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับ 3 จากทั้งหมด 76 บริษัททั่วโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม จากผลการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2025 ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนระยะแรก (2019–2025) ได้อย่างครบถ้วนทั้ง 5 มิติ

นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การที่โอสถสภาสามารถก้าวขึ้นมายืนหยัดในตำแหน่งอันดับ 3 ของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มระดับสากล คือข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของข้อมูล (Data Transparency) ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทำให้เราแตกต่าง ในขณะที่โลกกำลังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบได้ โอสถสภาเลือกเปิดเผยตัวเลขผลการดำเนินงานจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการขับเคลื่อน ESG ให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่ภาพลักษณ์”
“ความสำเร็จในเฟสแรกนี้เกิดจาก ‘Our Power’ หรือพลังความร่วมมือของพนักงานทุกคนที่ใช้โมเดล Smart Factory Innovation มาเป็นเครื่องมือหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะ สำหรับก้าวต่อไปในเฟสสอง (2026–2030) เราจะมุ่งยกระดับการบริหารจัดการของเสียตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 อย่างยั่งยืน” นางสาวมุกดา กล่าวเสริม
สถิติความสำเร็จบนเวทีความยั่งยืนระดับสากลและระดับประเทศ โอสถสภาสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้วยการเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ผ่านสถาบันชั้นนำ:
Smart Factory Innovation: เทคโนโลยีขับเคลื่อนประสิทธิภาพสู่ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า
เบื้องหลังตัวเลขที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ คือการยกระดับสู่ Smart Factory ผ่านการนำ AI, Machine Learning และ IoT มาใช้บริหารจัดการทรัพยากรแบบ Real-time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างผลลัพธ์ที่เหนือกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
"Our Power" พลังแห่งความโปร่งใสสู่ห่วงโซ่คุณค่า
โอสถสภายังคงเดินหน้าส่งต่อความยั่งยืนสู่สังคม โดยถ่ายทอดวัฒนธรรมองค์กร ACT (Achievement, Consumer-focus, Teamwork) ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้:
โอสถสภา ยืนหยัดในฐานะต้นแบบองค์กรไทยที่ยึดถือมาตรฐานระดับ World Class และความโปร่งใสของข้อมูลเป็นบรรทัดฐาน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและคืนคุณค่ากลับสู่สังคมโลกอย่างแท้จริง
โอสถสภา (OSP) คว้า 3 รางวัลใหญ่ ด้านความยั่งยืนระดับเอเชีย
จากเวที Asia Responsible Enterprise Awards 2026

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ตอกย้ำศักยภาพผู้นำที่ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนในระดับภูมิภาค คว้า 3 รางวัลใหญ่จากเวที Asia Responsible Enterprise Awards 2026 จัดโดย Enterprise Asia ณ ประเทศมาเลเซีย จากการมุ่งมั่นขับเคลื่อนความเติบโตภายใต้กรอบ Osotspa Sustainability Goals 2030 ผ่าน 3 โครงการเด่น ได้แก่ (1) การเพิ่มคุณค่าบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบ Closed-loop ลดน้ำหนักขวดลง 15% และใช้เศษแก้วรีไซเคิลสูงถึง 75-80% (2) การยกระดับกระบวนการจัดซื้อและการดูแลคู่ค้าเพื่อสร้าง climate resilience นำร่องรถขนส่งไฟฟ้า (EV) และการจัดเส้นทางขนส่งด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
(3) การส่งมอบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำตาลต่ำกว่า 6% แบบยกพอร์ต เพื่อเป็นทางเลือกเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพให้แก่ผู้บริโภค
ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงการบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับธุรกิจหลักอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีพนักงานทุกคนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงในทุกส่วนขององค์กร ตอกย้ำความมุ่งมั่นของโอสถสภาที่พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง และเติบโตเคียงข้างสังคมไทยมาอย่างยาวนานมากกว่า 135 ปี
NRF ดัน “Pink Sauce” ซอสพริกศรีราชาสีชมพูสู่เวทีโลก
หลังงาน THAIFEX 2026 สร้างดีลใหม่กว่า 10 ประเทศ
เตรียมลุยตลาดสหราชอาณาจักรเต็มตัวกรกฎาคมนี้
บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ผู้นำด้านการผลิต จัดจำหน่าย และส่งออกอาหารเอเชียระดับโลก รวมถึงผู้ให้บริการผลิตสินค้าในรูปแบบ OEM ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม หลังได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ ผู้นำเข้า และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลก จากการเผยโฉม “Pink Sauce” ซอสพริกศรีราชาสีชมพู ครั้งแรกของโลก ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ส่งผลให้มียอดคำสั่งซื้อและการเจรจาธุรกิจที่ประสบความสำเร็จกับลูกค้าจากกว่า 10 ประเทศ สะท้อนศักยภาพของผลิตภัณฑ์อาหารไทยที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดสากลได้อย่างโดดเด่น

“Pink Sauce” ซอสพริกศรีราชาสีชมพู มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทั้งสีสัน รสชาติ และความสามารถในการนำไปประยุกต์ใช้กับเมนูอาหารได้หลากหลาย ให้ผลิตภัณฑ์นี้กลายเป็นไฮไลท์ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องตลอดการจัดงาน โดยเฉพาะตลาดยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย ซึ่งมองเห็นศักยภาพของ Pink Sauce ในการสร้างความแตกต่างบนชั้นวางสินค้าและตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ส่งผลให้ Pink Sauce กลายเป็นหนึ่งในสินค้าตัวหลักที่ช่วยขับเคลื่อนตัวเลขการเจรจาธุรกิจของ NRF ในปีนี้อย่างมีนัยสำคัญ
มากไปกว่านั้นเดือนกรกฎาคม 2569 NRF เตรียมเปิดตัว Pink Sauce อย่างเป็นทางการในสหราชอาณาจักร ผ่านการผนึกกำลังกับร้านอาหารเชนรายใหญ่ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศอังกฤษ เพื่อขยายการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง และสร้างการรับรู้แบรนด์ในตลาดยุโรปอย่างเป็นรูปธรรม โดยคาดว่าจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันผลิตภัณฑ์อาหารไทยสู่ตลาดโลก
นอกจากแผนรุกตลาดต่างประเทศแล้ว NRF ยังอยู่ระหว่างการศึกษาแผนนำ Pink Sauce เข้าทำตลาดในประเทศไทย หลังได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงมีเสียงเรียกร้องจากผู้บริโภคชาวไทยที่ติดตามกระแสของผลิตภัณฑ์ผ่านช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน NRF ยังคงตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอสินค้าด้วยการเติบโตของผลิตภัณฑ์แบรนด์ "พ่อขวัญ" อย่างหอมเจียวพริกกรอบในน้ำมันรำข้าว ซึ่งได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์เพิ่มรสชาติอาหารที่มีเอกลักษณ์และตอบโจทย์การรับประทานที่หลากหลาย สะท้อนถึงศักยภาพการบริหารจัดการสินค้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค
นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NRF กล่าวว่า “ในวันที่ตลาดอาหารทั่วโลกมีตัวเลือกมากมาย การสร้างความแตกต่างคือหัวใจสำคัญของการเติบโต Pink Sauce ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเราต้องการทำซอสรสชาติใหม่ แต่เราตั้งใจที่จะสร้างหมวดหมู่ใหม่ให้กับตลาด และพิสูจน์ให้เห็นว่าอาหารไทยยังมีพื้นที่สำหรับความคิดสร้างสรรค์อีกมาก”
“ผลตอบรับจากพันธมิตรในงานครั้งนี้ ทำให้เรามั่นใจในศักยภาพของ Pink Sauce ว่าจะเติบโตในระดับสากลได้เป็นอย่างดี เราจึงเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการในสหราชอาณาจักรช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ ผ่านความร่วมมือกับร้านอาหารเชนรายใหญ่ที่มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ และในอนาคตอันใกล้ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้นำ Pink Sauce ซอสพริกศรีราชาสีชมพูจะกลับมาสร้างสีสันให้กับตลาดประเทศไทยเช่นกัน” นายแดนกล่าวเสริม

เบื้องหลังความสำเร็จในงาน THAIFEX ปีนี้ NRF ได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค เทรนด์อาหาร และพฤติกรรมตลาดในแต่ละประเทศ เพื่อนำมาพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ และประสบการณ์ภายในบูธให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่มากยิ่งขึ้น สะท้อนวิสัยทัศน์ของบริษัทในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดอาหารโลก
ความสำเร็จในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ NRF ในการยกระดับแบรนด์อาหารไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล พร้อมเดินหน้าขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดใหม่ทั่วโลก ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคอย่างตรงจุด เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทยในระยะยาว