
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
“WHART” ขยายอาณาจักรกองทรัสต์ด้านโลจิสติกส์ ลงทุนคลังสินค้า-โรงงานเพิ่ม 3 โครงการ 3,566.49 ล้านบาท.
ดันมูลค่ากองฯ แตะ 5.5 หมื่นล้านบาท สู่การเป็นกองทรัสต์อุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้การบริหารพื้นที่เช่ากว่า 1.89 ล้านต.ร.ม.
กองทรัสต์ WHART เล็งขยายขยายอาณาจักรกองทรัสต์ด้านโลจิสติกส์ สู่การเป็นกองทรัสต์ประเภทอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ล่าสุดประกาศ เพิ่มทุนในปี 2566 โดยเข้าลงทุนในทรัพย์สินระดับพรีเมี่ยมของกลุ่ม WHA Group มูลค่าไม่เกิน 3,566.49 ล้านบาท ดันมูลค่าทรัพย์สินรวมแตะ 55,000 ล้านบาท ทะยานสู่การมีพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้นเป็น 1.89 ล้านตารางเมตร มั่นใจทรัพย์สินที่เข้าลงทุนครั้งนี้ เป็นคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงาน คุณภาพสูง สามารถสร้างโอกาสและผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว
ฟิลิปส์ เปิดตัว Transcend Plus สำหรับอัลตราซาวด์รุ่น EPIQ CVx และ Affiniti CVx ชูจุดเด่นด้านภาพคมชัด และเทคโนโลยี AI ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา
อีกขั้นของเทคโนโลยีภาพแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ และระบบอัตโนมัติ เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์
ให้วินิจฉัยโรคหัวใจได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย - รอยัล ฟิลิปส์ ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพระดับโลก เปิดตัว Transcend Plus เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดสำหรับเครื่องอัลตราซาวด์หัวใจและหลอดเลือดรุ่น EPIQ CVx และ Affiniti CVx โดยฟีเจอร์ใน Transcend Plus เป็นเทคโนโลยีการแสดงผลภาพอัลตร้าซาวด์ที่คมชัดและมาพร้อมเทคโนโลยี AI ใหม่ล่าสุดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของของผลภาพทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (FDA) ประเทศสหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังมาพร้อมกับแอปพลิเคชันทางคลินิกที่ขับเคลื่อนด้วย AI นวัตกรรมนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยรับมือกับความท้าทายในการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ท่ามกลางจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น ความซับซ้อนทางคลินิกที่สูงขึ้น และปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้แพทย์โรคหัวใจต้องเผชิญกับความท้าทายในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้ทันท่วงที สำหรับเทคโนโลยี AI ใน Transcend Plus เป็นตัวช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้รวดเร็ว ลดขั้นตอนการตรวจ และให้ภาพคมชัด เป็นเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิก
ปัจจุบัน ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และปัจจัยเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น จากผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย (NHES) ของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงปีพ.ศ. 2567-2568 พบว่า 29.5% ของคนไทย (หรือประมาณ 17.5 ล้านคน) มีภาวะความดันโลหิต และ 45% เป็นโรคอ้วน ในขณะที่ 20% มีภาวะไขมันในเลือดสูง และ 28% มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) ซึ่งล้วนส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มสูงขึ้น[1]
ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ "สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด" (Super-aged society) มีการคาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายใน 5 ปีข้างหน้า ในขณะที่ระบบสาธารณสุขกำลังเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น จากปัญหาขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์สูงถึง 40% ในโรงพยาบาลระดับชุมชน และภาวะหมดไฟในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์เกือบ 1 ใน 3
เดนิลสัน คุราโทมิ ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจอัลตราซาวด์ ฟิลิปส์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ส่งผลให้ความต้องการโซลูชั่นส์เพื่อช่วยในการดูแลรักษาผู้ป่วยให้รวดเร็วและแม่นยำมีมากขึ้นเช่นกัน เทคโนโลยี Transcend Plus ของฟิลิปส์ ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ให้รวดเร็วขึ้น มีความมั่นใจในการวินิจฉัยและการตัดสินใจทางคลินิก และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลรักษาโรคหัวใจให้ดียิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนี้จะช่วยตอกย้ำ ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีอัลตราซาวด์หัวใจให้แข็งแกร่งขึ้น”
ยกระดับภาพคมชัดให้กับการตรวจวินิจฉัยโรคหัวใจ

เทคโนโลยี Transcend Plus ช่วยเพิ่มความคมชัด ค่าคอนทราสต์ (Contrast) และรายละเอียดของภาพทั้งแบบ 2 มิติ และ 3 มิติ ได้อย่างชัดเจน โดยเทคโนโลยีใหม่นี้ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งในรุ่น EPIQ CVx และ Affiniti CVx เพื่อช่วยให้แพทย์สามารถมองเห็นโครงสร้างและการทำงานของหัวใจได้ชัดเจนยิ่งขึ้น มีฟีเจอร์รองรับการตรวจและรักษาทางหัตถการสวนหัวใจทางด้านโครงสร้าง (Structural heart Procedure) แม้ในผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนหรือประเมินได้ยาก
Transcend Plus ยังมีฟีเจอร์อย่าง 3D Marker เป็นเครื่องมือสำหรับวางจุดอ้างอิง (Graphic Markers) ภายในภาพหัวใจสามมิติ (3D Volume) หรือภาพตัดหลายระนาบ (MPR) เพื่อช่วยระบุตำแหน่งของโครงสร้างหรือจุดที่สนใจได้อย่างแม่นยำ ช่วยให้การนำทาง การสื่อสารระหว่างทีมรักษา และการอธิบายข้อมูลทางคลินิกหรือการเรียนการสอนมีความสะดวกและเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น
ผสาน 26 AI แอปพลิเคชัน ที่ผ่านการรับรองจาก FDA
เทคโนโลยี Transcend Plus มีการทำงานร่วมกันของ AI แอปพลิเคชันสำหรับอัลตราซาวด์หัวใจและหลอดเลือดที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาถึง 26 แอปพลิเคชัน เพื่อใช้งานร่วมกับเครื่องอัลตราซาวด์รุ่น EPIQ CVxและ Affiniti CVx โดยมีฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด คือ 2D Auto EF , 2D Auto EF Advanced, Segmental Wall Motion 2 3D Marker ซึ่งทั้งหมดได้รับการรับรองจาก FDA 510(k)
แอปพลิเคชันเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการทำงาน และสนับสนุนการวินิจฉัยโรคอย่างแม่นยำในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ห้องปฏิบัติการตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echo Lab) ไปจนถึงคลินิกผู้ป่วยนอกและการติดตามผลการรักษา ช่วยให้แพทย์สามารถประเมินผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และมีความน่าเชื่อถือตลอดกระบวนการรักษา
สนับสนุนการวินิจฉัยหัวใจห้องล่างซ้ายอย่างมีประสิทธิภาพ
การประเมินการทำงานของหัวใจห้องล่างซ้าย (LV Function) เป็นส่วนสำคัญในการวินิจฉัยและติดตามการรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดได้หลายชนิด เทคโนโลยี Transcend Plus ช่วยให้การประเมินหัวใจห้องล่างซ้ายเป็นไปอย่างรวดเร็วและให้ผลลัพธ์ที่มีความสม่ำเสมอในผู้ป่วยที่แตกต่างกัน ด้วยฟังก์ชั่นอัตโนมัติสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากเจ้าหน้าที่ที่มีความหลากหลาย และสนับสนุนผลการตรวจที่สม่ำเสมอ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในสถานการณ์ที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก
นอกจากนี้ Transcend Plus ยังรองรับการตรวจทั้งแบบใช้สารทึบแสงและไม่ใช้สารทึบแสง โดยฟีเจอร์ 2D Auto EF ช่วยให้การตรวจวินิจฉัยมีความแม่นยำแม้ในกรณีที่ไม่สามารถใช้สารทึบแสงได้ เช่น ในผู้ป่วยที่มีภาวะไตเสื่อม และยังสามารถปรับเป็น 2D Auto EF Advanced ที่มาพร้อมเทคโนโลยี AI ในการประมวลผลภาพเชิงปริมาณทั้งการตรวจแบบใช้สารทึบแสงและไม่ใช้สารทึบแสง เพื่อช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลวินิจฉัยถึงแม้จะได้ผลภาพที่ไม่ชัดเจน หรือแม้แต่จะเห็นห้องหัวใจไม่ชัดก็ตาม
สร้างความมั่นใจในการวินิจฉัยตลอดทุกเส้นทางการดูแลผู้ป่วย
เทคโนโลยี Transcend Plus สนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ตลอดทั้งกระบวนการดูแลรักษาโรคหัวใจ ตั้งแต่ห้องตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echo Lab) ไปจนถึงห้องสวนหลอดเลือดหัวใจ และคลินิกผู้ป่วยนอก ด้วยการผสานผลภาพที่คมชัดเข้ากับระบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รองรับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น และคงไว้ซึ่งการวินิจฉัยที่มีคุณภาพ
เทคโนโลยี Transcend Plus จึงมาพร้อมกับคุณสมบัติเด่น 3 ประการ ได้แก่ ภาพคมชัด เพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำยิ่งขึ้น การทำงานร่วมกับแอปพลิเคชัน AI ที่นำระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยในกระบวนการทำงาน และผลวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกที่รวดเร็ว สนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิกที่ทันท่วงที
สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ที่สนใจ สามรถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Philips Cardiovascular Ultrasound
เกี่ยวกับ รอยัล ฟิลิปส์
รอยัล ฟิลิปส์ (NYSE: PHG, AEX: PHIA) เป็นบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้คนผ่านนวัตกรรมอันทรงคุณค่า นวัตกรรมของฟิลิปส์ถูกคิดค้นและออกแบบโดยคำนึงถึงตัวผู้ป่วยและคุณภาพชีวิตของผู้คน ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงและข้อมูลเชิงลึกด้านคลินิกประกอบกับความต้องการของผู้บริโภค เพื่อส่งมอบโซลูชันส์เพื่อการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลสำหรับผู้บริโภค และโซลูชันส์เพื่อการดูแลสุขภาพระดับมืออาชีพสำหรับผู้ให้บริการด้านสาธารณสุข และการให้บริการผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาลและที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพ ฟิลิปส์ สำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นผู้นำด้านเครื่องมือทางการแพทย์ในด้านการตรวจวินิจฉัยทางรังสี, อัลตราซาวด์, Image-guided Therapy, เครื่องติดตามสัญญาณชีพ และระบบข้อมูลสารสนเทศ รวมถึงด้านสุขภาพส่วนบุคคล โดยในปีค.ศ. 2024 ฟิลิปส์มียอดขายทั่วโลกกว่า 1.8 หมื่นล้านยูโร และมีพนักงานประมาณ 67,200 คน ในการดำเนินธุรกิจกว่า 100 ประเทศ สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟิลิปส์ได้ที่ www.philips.com/newscenter
“WHART” เดินหน้าลงทุนเพิ่มในปี 2565 ขยายอาณาจักรกองทรัสต์ด้านโลจิสติกส์
สู่การเป็นผู้นำกองทรัสต์ Industrial ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท จ่อทะยานดันมูลค่าทรัพย์สิน แตะที่ระดับ 51,956.40 ล้านบาท หลังประกาศเพิ่มทุนในปี 2565 พร้อมเดินหน้าลงทุนเพิ่ม 5 โครงการ มูลค่ารวมไม่เกิน 4.05 พันล้านบาท มีพื้นที่เช่าอาคารรวมประมาณ 159,963 ตารางเมตร บนทำเลยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ เชื่อมต่อทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และผู้เช่าจัดเป็นบริษัทชั้นนำของกลุ่มธุรกิจ E-Commerce และ FMCG ที่สามารถสร้างความมั่นคงจากสัญญาเช่าระยะยาว พร้อมสร้างผลตอบแทนอย่างมั่นคง
เฮเฟเล่ ประเทศไทย เปิดตัวนวัตกรรมใหม่กว่า 100 รายการ
ขยายพอร์ตครอบคลุม 6 หมวดกับสินค้ากว่า 20,000 รายการ พร้อมชู
“โซลูชันระบบแสงสว่างเฮเฟเล่” ในงาน Architect ’69
เฮเฟเล่ ประเทศไทย นำเสนอสินค้ามากกว่า 20,000 รายการ ครอบคลุม 6 หมวดสินค้า เพื่อสนับสนุนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก นักออกแบบ และเจ้าของบ้าน ด้วยโซลูชันที่ครบครันสำหรับทุกพื้นที่ ตั้งแต่ที่อยู่อาศัย โรงแรม ไปจนถึงอาคารพาณิชย์และภาคอุตสาหกรรม และในปี 2569 นี้เฮเฟเล่ได้ขยายกลุ่มสินค้าด้วยนวัตกรรมใหม่กว่า 100 รายการ โดยมีจุดเด่นสำคัญคือการเปิดตัวกลุ่มสินค้าใหม่ “โซลูชันระบบแสงสว่างเฮเฟเล่”
ด้วยประสบการณ์ระดับโลกยาวนานกว่า 103 ปี และการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยกว่า 32 ปี เฮเฟเล่มีทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 1,500 คน พร้อมเครือข่ายการพันธมิตรให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในทุกกลุ่ม ทั้งอสังหาฯ สถาปนิก นักออกแบบ ผู้ค้าปลีก และเจ้าของบ้าน ด้วยสินค้าและบริการแบบครบวงจร เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพและคุณภาพในการใช้งานยาวนาน

Mr.John Clare, Managing Director บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด (กลาง)
Mr.John Clare, Managing Director บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เฮเฟเล่มีความเชื่อมั่นในแนวทางการเติบโตที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด ผ่านการร่วมคิดและร่วมพัฒนา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการอย่างแท้จริงตามแนวคิด Co-Creation, Co-Engineering ที่เฮเฟเล่ เรามุ่ง ‘เพิ่มคุณค่าของทุกพื้นที่ไปด้วยกัน’ ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการสร้างความร่วมมือกับลูกค้า ตามปณิธานของบริษัท Maximising the value of space.Together.
คุณประวิตร พงศ์เพชรบัณฑิต, Product Category & Trade Marketing Director บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวทำให้ให้เฮเฟเล่เติบโตอย่างต่อเนื่องเหนือกว่าภาพรวมตลาด โดยมียอดขายมากกว่า 4,500 ล้านบาท กลุ่มสินค้าทั้ง 6 หมวด ได้แก่ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์สำหรับบ้านและอาคาร อุปกรณ์ฟิตติ้งเฟอร์นิเจอร์ และระบบล็อกดิจิทัล ซึ่งเฮเฟเล่เป็นผู้นำตลาด รวมถึงกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ และระบบแสงสว่าง เพื่อมุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันที่ครบครันสำหรับทุกพื้นที่และการใช้งาน

ในฐานะแบรนด์จากประเทศเยอรมนี เฮเฟเล่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพและนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการยกระดับการบริการลูกค้าภายใต้แนวคิด Service+
คุณพัลลภ คมน์อนันต์, General Manager - Brand and Marketing Communication บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวว่า ทีม Service+ ของเฮเฟเล่พร้อมให้คำแนะนำ สนับสนุนด้านเทคนิค และดูแลหลังการขาย รวมถึงบริการตลอด 24 ชั่วโมงสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเป็น เฮเฟเล่ให้ความสำคัญกับระบบแสงสว่างในฐานะกลยุทธ์สำคัญ เพื่อยกระดับอาคารและพื้นที่ใช้สอย รวมถึงคุณภาพชีวิต โดยผสานแสงสว่างภายในเฟอร์นิเจอร์และภายในห้องเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านระบบที่สามารถควบคุมและตั้งค่าได้ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล อีกทั้งยังออกแบบให้ติดตั้งง่าย และปรับใช้งานได้หลากหลาย

ภายในงาน Architect ’69 เฮเฟเล่ได้ร่วมมือกับคุณเจอร์รี่ หง (Jenchieh Hung) และคุณกุลธิดา ทรงกิตติภักดี จาก HAS Design and Research สถาปนิกแถวหน้าของไทย เพื่อนำเสนอพาวิลเลียน “ASA Megä Hill” ซึ่งสะท้อนแนวคิดการทำงานร่วมกับพันธมิตร และความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ภายใต้แนวคิด “Future of Completion by Connecting with Nature” พื้นที่จัดแสดงในรูปแบบทางเดินลักษณะเนินเขาไล่ระดับ เชื่อมโยงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เข้ากับธรรมชาติ พร้อมถ่ายทอดโซลูชันแบบครบวงจรของเฮเฟเล่ผ่านประสบการณ์จริง รวมถึงการทดลองและสัมผัสนวัตกรรมระบบแสงสว่างรูปแบบใหม่อีกด้วย