October 17, 2026

News

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

“ซิตี้แบงก์” จับมือ “ShopeePay” เปิดบริการ ‘Quick Transfer’ มอบบริการเติมเงินที่รวดเร็ว สะดวก ปลอดภัย ตอบโจทย์ยุคสังคมไร้เงินสด

ความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการเร่งขับเคลื่อนบริการธนาคารดิจิทัลสำหรับคู่ค้าสถาบันของซิตี้แบงก์ในตลาดประเทศไทย

ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย เดินหน้ากลยุทธ์ด้านการเป็นธนาคารดิจิทัลแบบครบวงจร สำหรับคู่ค้าองค์กรและสถาบัน ล่าสุดนำเสนอความก้าวหน้าในการให้บริการด้านดิจิทัลแบงก์กิ้งผ่านเอพีไอ (API) โดยร่วมมือกับ  ‘ShopeePay’ (ช้อปปี้เพย์) ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินผ่าน Mobile Wallet แบบครบวงจรบนช้อปปี้ เปิดตัว “Quick Transfer” บริการเติมเงิน ShopeePay ผ่านบัญชีธนาคารทั้งบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชันช้อปปี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งาน ShopeePay สามารถเติมเงินได้อย่างสะดวกสบายผ่านการโอนเงินตรงจากแอปพลิเคชันธนาคารต่าง ๆ บนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถบันทึกข้อมูล และทำธุรกรรมซ้ำได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย มั่นใจในทุกธุรกรรม 

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

APM ยื่นไฟลิ่ง DHOUSE ออกหุ้นกู้ฯ มูลค่า 120 ล้านบาท สนับสนุนการเติบโต

APM ยื่นไฟลิ่ง DHOUSE ต่อ ก.ล.ต. เตรียมเปิดขายหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 7 ต่อปี อายุ 2 ปี 6 เดือน แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ มูลค่าเสนอขายไม่เกิน 120 ล้านบาท วัตถุประสงค์เพื่อเป็นเงินลงทุนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน คาดจองซื้อวันที่ 15-17 ส.ค. 65 และคาดออกตราสารในวันที่ 18 ส.ค. 65

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

‘ACOM’ มุ่งขยายธุรกิจให้บริการสนับสนุนอีคอมเมิร์ซอย่างครบวงจรในอาเซียนตามแผน หลังรายได้ไตรมาส 1 เติบโตถึงร้อยละ 39.8 ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ

พร้อมประเมินสถานการณ์และปัจจัยต่างๆ ก่อนเดินหน้า IPO

บมจ.เอคอมเมิร์ซ กรุ๊ป (บริษัทฯ) หรือ ACOM ประเมินแนวโน้มธุรกิจให้บริการสนับสนุนอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce Enabler) อย่างครบวงจรในภูมิภาคอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบ แต่บริษัทฯ ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีการเติบโตของรายได้ ถึงร้อยละ 39.8 และมีฐานลูกค้าแบรนด์ที่ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 57 ราย เป็น 171 ราย จากไตรมาส 1 ปี 2564 พร้อมวางแผนขยายธุรกิจเพื่อรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องและความเป็นผู้นำตลาดในระดับภูมิภาค รวมถึงติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินช่วงเวลา IPO และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เหมาะสม เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ และผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

GULF เตรียมออกหุ้นกู้ อายุ 4 ปี และ 7 ปี อันดับเครดิต A-

เสนอขายประชาชนเป็นการทั่วไปผ่านแอป ‘เป๋าตัง’ และสถาบันการเงินอีก 9 แห่ง ในเดือนสิงหาคมนี้

GULF เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้อายุ 4 ปี และ 7 ปี ให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไป ด้วยอันดับความน่าเชื่อถือ ระดับ A- จาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สะท้อนความแข็งแกร่งและความมั่นคงของบริษัทในธุรกิจพลังงาน ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค และธุรกิจดิจิทัล โดยคาดว่าจะเสนอขายในเดือนสิงหาคมนี้ ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” และสถาบันการเงิน 9 แห่ง

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

บางกอกแอร์เวย์ส ขานรับท่องเที่ยวไทยฟื้นตัวหนุนสนามบินสมุยคึกคัก เดินหน้าตั้งกองทรัสต์ BAREIT มูลค่าลงทุนไม่เกิน 14,300 ล้านบาท

‘บางกอกแอร์เวย์ส’ หรือ BA ขานรับการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว หลังภาครัฐประกาศเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยอย่างเต็มรูปแบบ หนุนธุรกิจสนามบินสมุยคึกคัก พร้อมโชว์ศักยภาพสำหรับการลงทุนสนามบินสมุยและจุดแข็งเส้นทางเชื่อมต่อการค้าการท่องเที่ยว รุกตั้งกองทรัสต์ BAREIT มูลค่าลงทุนไม่เกิน 14,300 ล้านบาท

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

กรุงศรีเปิดตัว Krungsri The COACH “โค้ชเรื่องเงิน ให้เป็นเรื่องง่าย” ผ่านกลยุทธ์ One Retail สานต่อเป้าหมายการเป็นผู้นำด้านที่ปรึกษาทางการเงินให้คนไทย

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) เดินหน้าต่อยอดการให้ความรู้ทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์ One Retail เปิดตัว Krungsri The COACH แหล่งรวมความรู้ทางการเงินครบทุกมิติ บนแพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งโซเชียลมีเดีย และเว็บไซต์ของกรุงศรี ด้วยแนวคิด “โค้ชเรื่องเงิน ให้เป็นเรื่องง่าย” เพื่อให้ความรู้ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และไขข้อสงสัยทุกเรื่องด้านการเงิน ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย นำไปใช้ได้จริง รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจในเรื่องการบริหารจัดการทางการเงินให้กับลูกค้าทุกกลุ่มในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออม การใช้จ่าย การบริหารหนี้ ความคุ้มครอง และการลงทุน สานต่อเป้าหมายของกรุงศรีในการเป็นผู้นำด้านที่ปรึกษาทางการเงินให้คนไทย เพื่อสังคมที่ยั่งยืน

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

“ไมเนอร์” เตรียมขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนแก่ประชาชนทั่วไป ทดแทนรุ่นเดิมที่จะไถ่ถอนก่อนกำหนด ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความมั่นคงทางด้านการเงิน

บมจ. ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ MINT (“บริษัทฯ”) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่มีลักษณะคล้ายทุนชุดใหม่ในเดือนกันยายนนี้ อันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ “BBB+” และอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ “A” แนวโน้ม “Stable” เพื่อทดแทนหุ้นกู้ด้อยสิทธิฯ ชุดเดิมที่จะไถ่ถอนก่อนกำหนด มั่นใจในศักยภาพของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์ ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จากการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์และเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยในไตรมาส 1/2565 บริษัทฯ ทำรายได้รวมกว่า 20,700 ล้านบาท

Tags:
นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

‘อนันดา’ พร้อมเสนอขายหุ้นกู้ 2 รุ่น ผ่าน 7 สถาบันการเงิน ระหว่าง 11-13 ม.ค. นี้ ชู 4 จุดเด่น เชื่อนักลงทุนให้ความสนใจ

บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ ออกสตาร์ทปี 2565 ประกาศความพร้อมในการเสนอขายหุ้นกู้ 2 รุ่น ให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปและผู้ลงทุนสถาบัน ระหว่างวันที่ 11-13 มกราคมนี้ โดยหุ้นกู้อายุ 1 ปี 6 เดือน ให้อัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี ขณะที่หุ้นกู้อายุ 2 ปี 6 เดือน ให้อัตราดอกเบี้ย 5.40% ต่อปี ด้านสถาบันการเงินผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้เชื่อนักลงทุนให้ความสนใจ ระบุหุ้นกู้อนันดาฯ มีจุดเด่นอยู่ที่อายุหุ้นกู้ไม่ยาวเกินไป อัตราผลตอบแทนอยู่ในระดับที่น่าพอใจ อันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับ “ลงทุนได้” และความมั่นคงของกิจการที่มีเงินสดสภาพคล่องเพียงพอ จากเงินสดรับที่มาจากการที่ลูกค้ารับโอนโครงการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเงินที่ได้จากการเพิ่มทุน

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

20 ปี สทน. เดินหน้าสร้างเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ขยายศูนย์ฉายรังสีภูมิภาค ตั้งเป้ามูลค่าเศรษฐกิจโต 2,000 ลบ.

สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) เดินหน้าสู่ปีที่ 20 ยกระดับบทบาทจากหน่วยงานด้านการวิจัยและบริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ สู่การพัฒนาเทคโนโลยีและงานวิศวกรรมด้วยตนเอง ลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ลุยขยายศูนย์ฉายรังสีสู่ภูมิภาค เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการและภาคเกษตรเข้าถึงเทคโนโลยีมากขึ้น ตั้งเป้าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้น 2,000 ล้านบาทในปี 2569

 

รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นของภารกิจด้านนิวเคลียร์ในประเทศไทยย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2504 หลังมีการติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์และจัดตั้งสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติขึ้น เพื่อดูแลทั้งด้านการวิจัย พัฒนา กฎหมาย และการกำกับดูแลความปลอดภัยด้านนิวเคลียร์ ก่อนจะมีการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญในปี 2549 โดยแยกภารกิจด้านการกำกับดูแลออกจากการใช้ประโยชน์ทางนิวเคลียร์ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและธรรมาภิบาล จึงมีการจัดตั้ง สทน. เป็นองค์การมหาชน เพื่อรับผิดชอบด้านการใช้ประโยชน์และโครงสร้างพื้นฐานทางนิวเคลียร์

ปี 2569 นี้จึงถือเป็นวาระครบรอบ 20 ปีของ สทน. ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สถาบันได้ขยายการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไปสู่หลากหลายอุตสาหกรรม จากเดิมที่ภาพจำของประชาชนมักเชื่อมโยงเทคโนโลยีนิวเคลียร์กับโรงไฟฟ้าหรืออาวุธนิวเคลียร์ ทั้งที่ในความเป็นจริงเทคโนโลยีดังกล่าวถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันและภาคเศรษฐกิจในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการแพทย์ที่มีการใช้สารเภสัชรังสีเพื่อการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรค เช่น การรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยไอโอดีน-131 รวมถึงการตรวจติดตามลักษณะและการแพร่กระจายของมะเร็ง

ขณะที่ภาคการเกษตรและอาหารมีการนำเทคโนโลยีการฉายรังสีมาใช้เพื่อควบคุมเชื้อโรคและเพิ่มความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ เช่น อาหาร สมุนไพร และผลิตภัณฑ์ส่งออกต่าง ๆ นอกจากนี้ยังนำไปใช้ด้านการปรับปรุงพันธุ์พืช การตรวจวิเคราะห์ในภาคอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม ตลอดจนการตรวจสอบและอนุรักษ์โบราณวัตถุ

อย่างไรก็ตาม ในภาคอุตสาหกรรม สทน. ให้บริการทั้งการทดสอบและวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ รวมถึงการลงพื้นที่ให้บริการ ด้วยเป้าหมายที่จะเปิดบริการตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ให้แก่ภาคเอกชนมากขึ้น อาทิ การตรวจน้ำผึ้งเพื่อหาการปลอมปน และการตรวจน้ำมะพร้าวหรือน้ำผลไม้ก่อนส่งออก เพื่อให้ผู้ประกอบการมีข้อมูลทางห้องปฏิบัติการรองรับมาตรฐานของตลาดต่างประเทศ โดย สทน. พยายามทำงานแบบบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้การตรวจสอบและรับรองผลิตภัณฑ์มีความคล่องตัวมากขึ้น

นอกจากงานบริการแล้ว สทน. ยังให้ความสำคัญกับงานวิจัยและพัฒนา โดยรับโจทย์จากภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐมาพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์ประเทศ เช่น การใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์วิเคราะห์องค์ประกอบของฝุ่น PM2.5 เพื่อช่วยระบุแหล่งกำเนิดของฝุ่น และสนับสนุนข้อมูลสำหรับการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

รศ.ดร.ธวัชชัย กล่าวว่า หนึ่งในทิศทางสำคัญของ สทน. คือการยกระดับขีดความสามารถด้านวิศวกรรม เพื่อให้สามารถออกแบบ พัฒนา และบำรุงรักษาเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ได้ด้วยตนเอง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการพึ่งพาผู้ผลิตจากต่างประเทศ และลดการนำเข้าเทคโนโลยีในระยะยาว โดย สทน. ใช้แนวทางพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับการเรียนรู้และทำ Reverse Engineering เพื่อให้สามารถสร้างหรือทดแทนเทคโนโลยีบางส่วนได้เมื่อมีความพร้อม

 

ปัจจุบัน สทน. อยู่ระหว่างพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้ระบบแขนกลในการจัดการสารรังสีและบรรจุลงในแพ็กเกจ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่บุคลากรต้องสัมผัสรังสีโดยตรง รวมถึงเพิ่มความแม่นยำในการปฏิบัติงาน โดยในอนาคตเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเองอาจต่อยอดไปสู่การผลิตเชิงพาณิชย์หรือการถ่ายทอดให้ภาคเอกชนได้

ยิ่งไปกว่านั้น สทน. ได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนพัฒนาเครื่องเร่งอนุภาคต้นแบบ เพื่อเพิ่มขนาดกำลังการใช้งานจากระดับต้นแบบไปสู่ระดับที่สามารถรองรับภาคอุตสาหกรรมได้ โดยหนึ่งในแผนสำคัญคือการนำเทคโนโลยีเครื่องเร่งอนุภาคที่พัฒนาขึ้นเองไปใช้ในโครงการศูนย์ฉายรังสีภูมิภาค ซึ่งขณะนี้ สทน. มีศูนย์ฉายรังสีอยู่ที่จังหวัดปทุมธานีเพียงแห่งเดียว ทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ห่างไกลต้องขนส่งสินค้าเข้ามาใช้บริการ ซึ่งแผนงานในระยะต่อไปคือการผลักดันศูนย์ฉายรังสีในภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออก เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น ปัจจุบันแผนดังกล่าวอยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอต่อรัฐบาล

“ความท้าทายสำคัญของการขยายการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ไม่ได้มีเพียงข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี แต่คือ ‘ความกลัว’ ของประชาชน เนื่องจากภาพจำเกี่ยวกับนิวเคลียร์มักเชื่อมโยงกับอาวุธหรืออุบัติเหตุจากโรงไฟฟ้า สทน. จึงต้องสร้างความเข้าใจผ่านการนำเทคโนโลยีไปใช้จริงและให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการได้เห็นประโยชน์ด้วยตนเอง หนึ่งในตัวอย่างคือโครงการอาหารพื้นถิ่นฉายรังสี ซึ่ง สทน. ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 โดยร่วมกับสถาบันการศึกษาและผู้ประกอบการในพื้นที่ ถ่ายทอดความรู้และนำผลิตภัณฑ์มาทดลองใช้เทคโนโลยีฉายรังสี จนผู้ประกอบการเกิดความมั่นใจและสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและยกระดับสินค้า ซึ่งถือเป็นการเพิ่มโอกาสการแข่งขันทางธุรกิจด้วย” รศ.ดร.ธวัชชัยกล่าว

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายจากการพัฒนาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และโรงไฟฟ้าแบบ Small Modular Reactor (SMR) ซึ่งหลายประเทศทั่วโลกและในภูมิภาคอาเซียนกำลังเร่งพัฒนา โดยประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางดังกล่าว ดังนั้นการสร้างความรู้ความเข้าใจและความเชื่อมั่นต่อระบบกำกับดูแลความปลอดภัยจึงเป็นโจทย์สำคัญในอนาคต

สำหรับทิศทางใน 5–10 ปีข้างหน้า รศ.ดร.ธวัชชัย กล่าวว่า สทน. ต้องการยกระดับจากการทำงานเบื้องหลัง ไปสู่การสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้างขึ้น โดยเน้นการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นตลอด Value Chain ไม่ใช่ดำเนินการเฉพาะในส่วนของเทคโนโลยีนิวเคลียร์เท่านั้น แต่ต้องเชื่อมโยงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถาบันด้านอาหาร ด้านนวัตกรรม และกระทรวงพาณิชย์ เป็นต้น เพื่อผลักดันทั้งเทคโนโลยี การพัฒนาธุรกิจ และการขยายตลาด เพื่อให้สามารถขยายผลไปยังผู้ประกอบการจำนวนมากและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้สูงขึ้น ขณะเดียวกัน งานวิศวกรรมจะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการสร้างธุรกิจใหม่ หาก สทน. สามารถพัฒนาเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์บางประเภทได้สำเร็จและมีประสิทธิภาพ จะมีโอกาสถ่ายทอดเทคโนโลยีให้ภาคเอกชนผลิตต่อ หรือพัฒนาไปสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งอาจสร้างมูลค่าสูงประเทศได้

ทั้งนี้ ในปี 2568  สทน. สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมได้ถึง 2.6 หมื่นล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้านบาทในปี 2569 หรือแตะระดับประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท โดยมองว่าการขยายงานบริการ การใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ และการสร้างการรับรู้ต่อบทบาทของ สทน. จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงผู้ใช้บริการและขยายผลทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน สทน. จะมุ่งพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ปัจจุบันประเทศไทยถือว่ามีผู้เชี่ยวชาญและองค์ความรู้ในระดับหนึ่ง ทั้งจาก สทน. สถาบันการศึกษา และหน่วยงานวิจัยต่าง ๆ แต่ในอนาคตหากมีการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์หรือ SMR ก็จำเป็นต้องเตรียมกำลังคนเพิ่มเติมอีกมาก

“การพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของประเทศไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการนำเข้า แต่ต้องค่อย ๆ สร้างขีดความสามารถของไทยให้สามารถพัฒนาและต่อยอดได้ด้วยตนเอง ซึ่งเทคโนโลยีคือสิ่งประเทศไทยต้องมีเพื่อความมั่นคงและยั่งยืน ทั้งนี้ ในโอกาสครบรอบ 20 ปี สทน. ยังยืนยันเป้าหมายในการทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีนิวเคลียร์ให้กับประเทศ ทั้งการให้บริการแก่โรงพยาบาล ภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ และภาคเกษตร พร้อมเดินหน้าขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีไปสู่ประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น โดยเชื่อว่าความสำเร็จตลอด 20 ปีที่ผ่านมาเกิดจากความร่วมมือของบุคลากรทั้งในอดีตและปัจจุบัน และจะเป็นฐานสำคัญสำหรับการยกระดับ สทน. ในอีก 5–10 ปีข้างหน้า” ผู้อำนวยการ สทน. กล่าวทิ้งท้าย

 

Tags:

Page Visitor

015792280
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
15391
19085
115557
306552
533438
15792280
Your IP: 216.73.216.169
2026-10-17 21:44
© 2024 Biz Focus Magazine All Rights Reserved.