
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
EPG เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปีบัญชี 68/69 (ต.ค.-ธ.ค.68)
เติบโตแข็งแกร่ง กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 101%

ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG
ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 ปีบัญชี 68/69 (ต.ค.-ธ.ค.68) บริษัทมียอดขาย 3,323 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขาย 3,388 ล้านบาท หรือ ลดลง 2% แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 34.5% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 30 - 33% และ มีกำไรสุทธิที่ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากธุรกิจร่วมทุนในแอฟริกาใต้มีสภาพคล่องดีขึ้น อย่างไรก็ตามไตรมาสนี้ บริษัทได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สำหรับผลการดำเนินงานตาม 3 กลุ่มธุรกิจหลัก มีดังนี้
ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex มียอดขาย 1,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการสินค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนบ้าง ขณะที่ยอดขายลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากมีวันหยุดยาวในเดือนธันวาคม สำหรับสหรัฐอเมริกา ยอดขายของ Aeroflex USA Inc. เติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าฉนวนเกรดพรีเมียม รวมถึง Ultra Low Temperature Insulation และ Air Ducting System โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าโครงการในอุตสาหกรรม Semiconductor / Cloud / Data Center และยานยนต์ ซึ่งยังมีการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนตลาดในประเทศ ยอดขายของแอร์โรเฟลกซ์ทรงตัว สะท้อนภาคเอกชนที่ยังระมัดระวังการลงทุน อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในบางอุตสาหกรรม
แนวโน้มความต้องการสินค้าฉนวนยังเติบโตต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา มีโอกาสใหม่จากการลงทุนภาคอุตสาหกรรมตามกระแส Reshoring บริษัทมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มตลาดฉนวนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นและมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas มียอดขาย 1,497 ล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และ ลดลงร้อยละ 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนการฟื้นตัวที่ยังล่าช้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย จากกำลังการผลิตและอุปสงค์ตลาดที่ชะลอตัว สำหรับแอร์โรคลาสการผลิตส่งให้แก่กลุ่มลูกค้า OEM ยังคงชะลอตามภาพรวมอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม Aeroklas ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวปรับโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการฟื้นตัวของตลาดในระยะถัดไป ขณะที่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลียและยุโรป ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่กดดันการใช้จ่าย โดยตลาดยุโรปยังได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง
สำหรับธุรกิจในออสเตรเลีย ยอดขายของ Aeroklas Asia Pacific Group Pty.,Ltd. (AAPG) ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน จากวันหยุดยาวในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม AAPG มุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด โดยต้นทุนมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
ขณะที่ 4 Way Suspension Products Pty., Ltd. มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าใหม่ทั้งในตลาดออสเตรเลียและต่างประเทศ
Aeroklas ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างรัดกุมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันภายใต้แรงกดดันของอุตสาหกรรมยานยนต์ในขณะนี้
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP มียอดขาย 785 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และ เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด มีจุดเด่นจากมาตรฐานต่าง ๆ เช่น มอก./ GMP/ HACCP/ BRC และ FSC (Forest Stewardship Council) จึงเป็นที่ไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเลือกให้เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก
บริษัทมีต้นทุนขายสินค้าที่ 2,176 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นอัตราการลดลงที่ช้ากว่าการลดลงของยอดขาย โดยบริษัทได้จัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่งผลิตเพื่อรักษาต้นทุนเฉลี่ยของวัตถุดิบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และจะยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ในไตรมาสนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 828 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และลดลง 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยบริษัทดำเนินการปรับโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจในออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว อยู่ในระยะเริ่มต้นและเริ่มเห็นผลในบางส่วนเท่านั้น โดยผลกระทบเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานโดยรวมยังอยู่ในวงจำกัด
บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 35 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐและแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลีย
นอกจากนี้ บริษัทได้รับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ 64 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการปรับตัวดีขึ้นของผลการดำเนินงานของ บริษัทร่วมในประเทศอินเดีย และประเทศจีน
ดร.เฉลียว กล่าวต่อว่า แม้ต้นทุนปัจจัยการผลิตบางส่วนมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในไตรมาส 4 ปีบัญชี 68/69 (ม.ค.-มี.ค.69) บริษัทมั่นใจว่ายังคงรักษาความสามารถในการทำกำไร และเดินหน้าสร้างการเติบโตให้เป็นไปตามแผนงาน ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน และการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงในปีบัญชี 68/69 ภายใต้นโยบาย ‘USE’ ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG: ดำเนินธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมีธุรกิจหลักคือ ฉนวนยางกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ AEROFLEX ชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ AEROKLAS และบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้แบรนด์ EPP ทั้ง 3 ธุรกิจ ประสบความสำเร็จและเติบโตได้ด้วยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ เป็นผู้นำทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ มีโรงงานรวมถึงเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
ปุณณดา สงวนวงศ์ (โบว์) / วนิดา รักษ์กำเนิด (ดา)
โทร: 02-718-2621 มือถือ: 085-073-8383 / 095-804-6061
อีเมล์: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. / This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
WHA โชว์กำไรปกติปี 68 ที่ 5,261 ล้านบาท โต 16% สร้าง New Record High ติดต่อกัน
เป็นปีที่ 4 พร้อมประกาศพันธกิจ 2569 “WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND”
สร้างโอกาสเพื่อธุรกิจอุตสาหกรรม และการลงทุนของไทยสู่ยุค “เศรษฐกิจใหม่”
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA Group) ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2568 แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 18,232 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 5,135 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรปกติ 18,108 ล้านบาท ขณะที่กำไรปกติ 5,261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% (Y-Y) ทุบสถิติรอบใหม่สร้าง New Record High ต่อเนื่อง ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 สะท้อนศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ พร้อมเผยทิศทางธุรกิจปี 2569 ภายใต้พันธกิจ “WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND” เพื่อตอกย้ำบทบาทผู้บุกเบิกเศรษฐกิจใหม่พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตให้กับประเทศไทย (New Economy, Unlocking the New Opportunities) เพื่อตอบรับเมกะเทรนด์โลกและเสริมความแข็งแกร่งให้กับ 5 กลุ่มธุรกิจหลัก ด้วยเป้าหมายรายได้และส่วนแบ่งกำไรปี 2569 ที่ 20,000 ล้านบาท พร้อมอัดฉีดงบลงทุนรวมในปี 2569 ประมาณ 16,500 ล้านบาท ล่าสุดบอร์ดเคาะจ่ายปันผลรวมทั้งปี หุ้นละ 0.2107 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 10.5% (Y-Y) จ่อขึ้น XD วันที่ 11 พ.ค. 2569 กำหนดจ่ายเงินปันผล 28 พ.ค.นี้
‘กลุ่มบริษัทศรีตรัง’ ขึ้นแท่นรับรางวัล CAC Change Agent Award
ตอกย้ำมาตรฐานธรรมาภิบาล-โปร่
กลุ่มบริษัทศรีตรัง โดยนางสาวอานุสรา จิตต์มิตรภาพ (ซ้าย) รองประธานกรรมการ และประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ STA และ ศาสตราจารย์ ดร.วีรกร อ่องสกุล (ขวา) ประธานกรรมการบริษัท และประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT เข้ารับรางวัล “CAC Change Agent Award” ประจำปี 2025 จากแนวร่วมต่อต้
เผยแพร่โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์
บริษัท เอ็ม ที มัลติมีเดีย จำกัด (ในนาม บมจ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี หรือ STA)
“MMM” เดินเกมรุกต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจบริหารงานขาย (BU2) ต่อเนื่อง
ล่าสุด คว้างานบริหารงานขาย ให้ “พาเวิร์คแอสเซท” มูลค่า 35 ล้านบาท
MPJ สัญญาณบวกโค้งสุดท้ายส่งท้ายปี จ่อรับอานิสงค์โลจิสติกส์ ปี 69 สดใส
โอสถสภาทุ่มพันล้าน ขยายไลน์ผลิตเครื่องดื่มบรรจุกระป๋อง รองรับการเติบโตตลาดเครื่องดื่มในประเทศ-ต่างประเทศ
เดินหน้าเต็มสูบเจาะตลาดคนรุ่นใหม่
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคชั้นนำของประเทศไทย ประกาศทุ่มงบตั้งสายการผลิตเครื่องดื่มบรรจุกระป๋องแห่งใหม่ เดินหน้าขยายฐานการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศและต่างประเทศ เสริมยุทธศาตร์ขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่และเซกเมนต์พรีเมี่ยม เพื่อเติบโตในประเทศและในภูมิภาค
CPL ปลื้มแบรนด์ ‘แพงโกลิน’ คว้า 2 ใบรับรองมาตรฐานระดับโลก
มองตลาดเซฟตี้โปรดักส์โตต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาระบบ ‘เอไอ วิชั่น’ ให้บริการลูกค้า
CPL เดินหน้าทำตลาดเซฟตี้โปรดักส์ หลังแบรนด์ “แพงโกลิน” คว้า 2 ใบรับรองมาตรฐานระดับโลกด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และด้านความปลอดภัยและชีวอนามัย เชื่อเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าไว้วางใจ ระบุอุปกรณ์ป้องกันภัยยังมีความต้องการสูงจากความตระหนักเรื่องความปลอดภัยทั้งในสถานที่ทำงานและสถานศึกษา พร้อมเดินหน้าเพิ่มบริการใหม่ด้วยระบบ AIoT และ AI Vision ที่เพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยในโรงงาน มั่นใจได้รับการตอบรับที่ดี ต่อยอดสร้างรายได้ธุรกิจเซฟตี้โปรดักส์โตต่อเนื่อง
TMILL แย้มแผนครึ่งปีหลังขยายตลาดเพิ่มยอดขายแป้งสาลี
นางแววตา กุลโชตธาดา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน (CFO) บริษัท ที เอส ฟลาวมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TMILL โรงงานโม่แป้งสาลีรายใหญ่และมีเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยที่สุดในประเทศ เปิดเผยว่า ผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2567 บริษัทฯ บริษัทฯ มีรายได้จากการขายอยู่ที่ 844.09 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 2.84 ล้านบาท
NEO เปิดแผนธุรกิจสร้างแลนด์สเคปใหม่ ก้าวสู่บริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย ขยายตลาดต่างประเทศ และ Segment ใหม่
พร้อมชูกลยุทธ์ Innovation-led Premiumization โชว์ผลดำเนินงานไตรมาส 2/2567 กำไรสุทธิส่วนของบริษัททะยาน 72% YoY รับรู้ 269 ล้านบาท
‘บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน)’ หรือ NEO เปิดแผนก้าวสู่บริษัท FMCG แห่งนวัตกรรมของเอเชีย รุกขยายโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง วางเป้าหมาย 5 ปี สัดส่วนรายได้ต่างประเทศมากกว่า 15%
CIVIL คว้างานใหม่กรมชลฯ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยฉลอม มูลค่ารวม 711.70 ลบ.
CIVIL เข้ารับงานก่อสร้างทำนบดินหัวงานและอาคารประกอบ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยฉลอม จ.ตาก กรมชลประทาน มูลค่างาน 711.70 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) คาดรับรู้รายได้ไตรมาส 1/2568 เป็นต้นไป เพิ่มโอกาสเข้าประมูลงานภาครัฐ-เอกชนต่อเนื่อง สร้างการเติบโตแข็งแกร่ง ควบคู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยงานก่อสร้างตามมาตรฐาน