May 07, 2026

News

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

เซ็นทรัล รีเทล ผนึกกำลัง GULF รุกธุรกิจโซลาร์ ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดของไทยภายในปี 2569

บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ผู้นำค้าปลีกของไทย ประกาศจัดตั้งบริษัท กรีนเจ็น เอ็นเนอร์จี จำกัด (GGE) ร่วมกับ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF บริษัทพลังงานชั้นนำของไทย ลุยธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รองรับการเติบโตของกลุ่มธุรกิจและลูกค้าที่หันมาใช้พลังงานสะอาดเพื่อโลกที่ยั่งยืน โดยการร่วมทุนของทั้งสองบริษัทในครั้งนี้ มีเป้าหมายที่จะเป็นต้นแบบในด้านผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายพลังงานสะอาด โดยใช้พื้นที่นำร่องบนหลังคาของไทวัสดุ 5 สาขา ในการติดตั้งแผงโซลาร์ เพื่อผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายในปี 2565 และจะขยายพื้นที่ผลิตครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายในไตรมาสแรกของปี 2566 พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดเพื่อคนไทยภายในปี 2569

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

บีโอไอไฟเขียวอีซูซุ ลงทุนกว่า 1.5 หมื่นล้าน

ยกระดับฐานการผลิต ก้าวสู่อุตสาหกรรมสีเขียว

          บีโอไออนุมัติ อีซูซุ (Isuzu) ขยายการลงทุนเพิ่มกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงและยกระดับฐานการผลิตรถกระบะในประเทศไทย ติดตั้งระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ควบคู่กับการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับมาตรฐานยูโร 6 มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวตามมาตรฐานระดับโลก

         นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะทำงานพิจารณาโครงการ ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากบอร์ดบีโอไอ ได้อนุมัติส่งเสริมการลงทุนโครงการของบริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้ยื่นขอตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ จำนวน 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 15,000 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานหลักของอีซูซุที่ผลิตและส่งออกไปทั่วโลก ด้วยการนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เข้ามาใช้ในสายการผลิต และยกระดับเทคโนโลยีการผลิตรถกระบะเพื่อรองรับมาตรฐาน Euro 6 รวมทั้งเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในโรงงาน

        การลงทุนในครั้งนี้ บริษัทจะดำเนินการปรับปรุงสายการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ผ่านการใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในกระบวนการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ การเชื่อมโครงรถ การเชื่อมประกอบตัวถัง การพ่นสี และการประกอบรถยนต์เต็มคัน ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำ ลดต้นทุน และยกระดับมาตรฐานการผลิต นอกจากนี้ บริษัทจะลงทุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในโรงงาน และจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการปล่อยมลพิษระดับ Euro 6 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่เข้มงวดในการควบคุมการปล่อยมลพิษจากยานยนต์ โดยเฉพาะการลดการปล่อยไนโตรเจนออกไซด์และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM) มาตรฐานดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ยุโรป และประเทศพัฒนาแล้วอีกด้วย
 
        บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ผลิตรถกระบะและรถเพื่อการพาณิชย์ชั้นนำในประเทศไทย และมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยได้เข้ามาลงทุนตั้งฐานการผลิตรถบรรทุกครั้งแรกในปี 2506 และขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ย้ายฐานการผลิตรถปิกอัพจากญี่ปุ่นมาอยู่ที่ไทยตั้งแต่ปี 2545 และต่อมาได้ย้ายงานวิจัยและพัฒนารถปิกอัพมาอยู่ที่ไทยในปี 2553 จนทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและฐาน R&D รถกระบะที่สำคัญที่สุดของเครืออีซูซุในโลก ปัจจุบันมีโรงงานประกอบรถยนต์ 2 แห่ง คือ โรงงานสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ และโรงงานเกตเวย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีกำลังการผลิตรถปิกอัพและรถบรรทุกใหญ่รวมกันสูงถึง 385,000 คันต่อปี จ้างงานกว่า 6,000 คน อีกทั้งใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากกว่า 90% สะท้อนความเข้มแข็งของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในประเทศอย่างลึกซึ้ง
 
       อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของไทย เมื่อรวมทั้งห่วงโซ่อุปทานแล้ว จะมีมูลค่ากว่าร้อยละ 10 ของ GDP อีกทั้งยังเป็นฐานการจ้างงานสำคัญ โดยมีผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานกว่า 2,500 บริษัท มีการจ้างงานมากกว่า 8 แสนคน ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน อุตสาหกรรมสนับสนุนและดีลเลอร์ ในปี 2568 ประเทศไทยผลิตรถยนต์ได้กว่า 1.45 ล้านคัน ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปกว่า 935,000 คัน สะท้อนบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ที่สำคัญของโลก ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่
 
       “บีโอไอเดินหน้าสนับสนุนการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะในเทคโนโลยีใหม่ ๆ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ยานยนต์ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยระดับสากล รวมถึงการต่อยอดสู่ยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ไปสู่ยานยนต์สมัยใหม่ที่มีการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” นายนฤตม์ กล่าว
...................................................................
 
 
 

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการลงทุนที่สร้างคุณค่าให้แก่ประเทศ
มาอย่างต่อเนื่องกว่า 60 ปี ทั้งจากนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนไทย เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยสู่เศรษฐกิจใหม่อย่างยั่งยืน

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ศูนย์บริการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน

555 ถ. วิภาวดีรังสิต จตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร 0 2553 8111

555 Vibhavadi-Rangsit Road, Chatuchak Bangkok 10900 Tel. 0 2553 8111, Fax : 0 2553 8222

 

 

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

เน็กส์ซิฟ ราช เอ็นเนอร์จี ระยอง เปิดโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่นอย่างเป็นทางการ ฉลองความสำเร็จในการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์

เน็กส์ซิฟ เอ็นเนอร์จี บริษัทผลิตไฟฟ้าสิงคโปร์ที่มีฐานธุรกิจในอาเซียนและออสเตรเลีย และราช กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านพลังงานและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานของประเทศไทยและมีฐานการลงทุนในเอเซียแปซิฟิก จัดพิธีเปิดโรงไฟฟ้าเน็กส์ซิฟ ราช เอ็นเนอร์จี ระยอง (NRER) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินงานโรงไฟฟ้าโคเจนเนอเรชั่น NRER ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ ขนาดกำลังการผลิตสุทธิ 92 เมกะวัตต์แห่งนี้สู่ความเป็นเลิศและผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ทั้งนี้ เน็กส์ซิฟ เอ็นเนอร์จี และราช กรุ๊ป ได้ถือหุ้นร่วมกันในโรงไฟฟ้าแห่งนี้ ในสัดส่วนร้อยละ 51 และ 49 ตามลำดับ  

Tags:

Star InactiveStar InactiveStar InactiveStar InactiveStar Inactive

ฮอนด้า ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน

พร้อมยกระดับแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ รถยนต์รุ่นใหม่ และเทคโนโลยีใหม่

ยึดมั่นการดูแลลูกค้าในทุก Touchpoint ด้วยบริการหลังการขายที่ครบวงจร

Page Visitor

013253000
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
2512
12339
59327
82812
431491
13253000
Your IP: 216.73.217.28
2026-05-07 04:05
© 2024 Biz Focus Magazine All Rights Reserved.