
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
รพ.นวเวช จัดโปรแกรม “ตรวจสุขภาพสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19” เริ่มต้น 2,900 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธ.ค. 65
“โรงพยาบาลนวเวช” โรงพยาบาลย่านเกษตรนวมินทร์ รัชดา-รามอินทรา ที่มุ่งให้บริการทางการแพทย์ที่ดีและเข้าถึงง่าย Accessible Quality Healthcare พร้อมดูแลสุขภาพของทุกคนอย่างเข้าอกเข้าใจ ด้วยบริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย และทีมแพทย์เฉพาะทาง จัดโปรแกรม “ตรวจสุขภาพสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19” (Long Covid Care Health Checkup Program) เพื่อค้นหาและตรวจวินิจฉัยความผิดปกติในผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 โดยอายุรแพทย์เฉพาะทาง ราคาเริ่มต้น 2,900 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2565 สอบถามและนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ ศูนย์อายุรกรรม โทร. 0 2483 9999 หรือ www.navavej.com
รพ.กรุงเทพ เสริมความแม่นยำในการวินิจฉัยภาพถ่ายเอกซเรย์ทรวงอก โดยใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ AI
ในปัจจุบันปัญหาการขาดแคลนรังสีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ด้านรังสีวิทยา นับเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุข ซึ่งอาจส่งผลให้คนไข้จำนวนมากได้รับการวินิจฉัยและรักษาล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น โรงพยาบาลกรุงเทพได้เล็งเห็นความสำคัญและเลือกใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ ( Artificial Intelligence ), Inspectra CXR มาเป็นผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์ความผิดปกติจากภาพรังสีทรวงอกได้อย่างละเอียด รวดเร็ว แม่นยำ และมีความโดดเด่นเฉพาะตัวที่สามารถตอบโจทย์การปฏิบัติงานของแพทย์ได้อย่างตรงจุด
เตือน! “เอ็นข้อเข่าฉีก” เรื่องไม่เล็ก เสี่ยงข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย
บ่อยครั้งที่ได้เห็นภาพของนักฟุตบอลปะทะกันล้มลงบนสนาม เบาหน่อยอาจแค่พ่นยาแล้วลุกขึ้นชิงชัยอีกครั้ง แต่บางคนถึงกับต้องหามออกจากการแข่งขันเพราะเอ็นข้อเข่าฉีกขาด
Seafood from Norway เปิดตัวแคมเปญ “The Story from the Sea”
ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางสู่ใจกลางเมืองชายฝั่งทะเลของนอร์เวย์ไปกับ ญาญ่า – อุรัสยา

Seafood from Norway เปิดตัวแคมเปญใหม่ ‘The Story from the Sea’ ร่วมกับญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์ นักแสดงและพรีเซ็นเตอร์ Seafood from Norway ประเทศไทย ถ่ายทอดการเดินทางสู่ใจกลางเมืองชายฝั่งของประเทศนอร์เวย์ ในรูปแบบภาพยนตร์สั้น เชิญชวนคนไทยสัมผัสผู้คน ขนบธรรมเนียม และเรื่องราวเบื้องหลังอาหารทะเลจากนอร์เวย์ พร้อมต่อยอดประสบการณ์ผ่านโปรโมชัน ‘From Sea to Sky: Salmon Passport อิ่ม ฟิน บินลัดฟ้าไปนอร์เวย์’ เปิดโอกาสให้คนไทยร่วมลุ้นรางวัลทริปเดินทางไปสัมผัสนอร์เวย์ด้วยตนเอง
จากความสำเร็จของการร่วมเดินทางกับ Seafood from Norway ของญาญ่า – อุรัสยา ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การพาไปสู่แหล่งที่มาของอาหารทะเลอย่างนอร์เวย์ ไปจนถึงการนำประสบการณ์แบบอิมเมอร์ซีฟป็อปอัปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมาสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในครั้งนี้ แคมเปญ ‘The Story from the Sea’ พาคนไทยเดินทางไปไกลกว่าแค่เรื่องราวของอาหารทะเล สู่การสัมผัสหัวใจของชุมชนชายฝั่งทะเลนอร์เวย์ ผ่านสายตาของญาญ่าที่ได้พบปะกับชุมชนชาวประมง การเพาะเลี้ยงฟาร์มอาหารทะเล เชฟ และครอบครัวคนท้องถิ่นซึ่งมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับท้องทะเล แคมเปญนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคชาวไทย ที่ไม่ได้เพียงมองหาอาหารทะเลคุณภาพพรีเมียมเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับเรื่องราว ผู้คน และสถานที่ที่อยู่เบื้องหลังอาหารที่เลือกอีกด้วย
คุณโอซฮิลด์ นัคเค่น ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) เปิดเผยว่า “สำหรับชาวนอร์เวย์ อาหารทะเลเป็นมากกว่าอาหารมาโดยตลอด นี่คือส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม ชุมชน และวิถีชีวิตของเรา ที่ได้ถ่ายทอดผ่านแคมเปญ ‘The Story from the Sea’ เราต้องการให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รู้จักกับผู้คนที่อยู่เบื้องหลังอาหารทะเลจากนอร์เวย์ พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมและคุณค่าที่หล่อหลอมชุมชนชายฝั่งของเรามายาวนานหลายชั่วอายุคน และด้วยโปรโมชัน ‘From Sea to Sky: Salmon Passport อิ่ม ฟิน บินลัดฟ้าไปนอร์เวย์’ เราหวังว่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนได้ออกไปสัมผัสนอร์เวย์และวัฒนธรรมของอาหารทะเลด้วยตนเองมากขึ้น”

ในฐานะตัวแทนที่เชื่อมโยงวัฒนธรรมไทยและนอร์เวย์ และพรีเซ็นเตอร์ Seafood from Norway ประเทศไทย มาเป็นเวลาหลายปี คุณญาญ่า – อุรัสยา เสปอร์บันด์ ได้นำมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์มานำเสนอในแคมเปญครั้งนี้ โดยเปิดเผยว่า “การเดินทางในครั้งนี้มีความหมายสำหรับญ่ามาก ๆ นอร์เวย์เป็นอีกตัวตนหนึ่งที่สำคัญของญ่า การร่วมงานกับ Seafood from Norway เปิดโอกาสให้ญ่าได้ทำความรู้จักกับผู้คน และชุมชนที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับท้องทะเลในทุก ๆ วัน สิ่งที่ประทับใจที่สุดในการเดินทางครั้งนี้ คือความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างมื้ออาหาร ครอบครัว และธรรมชาติ ญ่ารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้นำประสบการณ์เหล่านี้มาแบ่งปันให้ทุกคนได้สัมผัสไปพร้อมกันค่ะ”
แคมเปญดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่อาหารทะเลยังคงมีความนิยมและขยายการเติบโตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ในฐานะตลาดอาหารทะเลที่สำคัญเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2569 มูลค่าการส่งออกอาหารทะเลนอร์เวย์มายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น 7% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 7,000 ล้านบาท (2,051 ล้านโครนนอร์เวย์) ในขณะที่ปริมาณการนำเข้าแซลมอนนอร์เวย์และฟยอร์ดเทราต์สดเพิ่มขึ้น 15% รวมทั้งสิ้น 20,488 ตัน Seafood from Norway เดินหน้าสร้างการรับรู้ให้นอร์เวย์ในฐานะประเทศแห่งอาหารทะเล โดยนำเสนอไม่เพียงผลิตภัณฑ์คุณภาพพรีเมียมอย่างแซลมอน ฟยอร์ดเทราต์ และนอร์วีเจียนซาบะ แต่ยังถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คน ความพิถีพิถัน และความยั่งยืนที่อยู่เบื้องหลังอาหารทะเลจากนอร์เวย์
ทั้งนี้ “The Story from the Sea” มุ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวไทยมองเห็นลึกกว่าอาหารบนจาน และทำความรู้จักกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่รายล้อมด้วยอาหารทะเลจากนอร์เวย์ สามารถรับชมภาพบรรยากาศอันงดงามของชุมชนชายฝั่ง การพบปะผู้คนในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และบทสนทนาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความประทับใจ ในรูปแบบภาพยนตร์บนช่องทางยูทูป เฟซบุ๊ก อินสตราแกรม และติ๊กต่อก ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2569 เป็นต้นไป
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Seafood from Norway และ โปรโมชัน ‘From Sea to Sky: Salmon Passport อิ่ม ฟิน บินลัดฟ้าไปนอร์เวย์’ ได้ทาง เว็บไซต์, เฟซบุ๊ก, และอินสตาแกรม
#TheStoryfromtheSea #SalmonPassport #SeafoodfromNorwayThailand
เลอแปง x นมตรามะลิ สองแบรนด์ยอดนิยมที่คนไทยคุ้นเคย ผนึกพลังครั้งสำคัญ สร้างนิยามบทใหม่เอาใจสายเฮลท์ตี้ “ขนมปังโฮลวีทพร้อมดิปนมข้นโปรตีน”
อร่อยครบ จบทุกมื้อสุขภาพ เริ่มต้นมื้อดี ๆ ได้แล้ววันนี้ที่ 7-Eleven ใกล้บ้านคุณ

กรุงเทพฯ 16 กันยายน 2569 – บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทานเจ้าของแบรนด์ขนมปัง “เลอแปง” จับมือ “นมตรามะลิ” เปิดตัวเมนูคู่หูใหม่ล่าสุดรับกระแสสุขภาพ ชูขนมปังโฮลวีทเนื้อนุ่ม อร่อย และไม่มีคอเลสเตอรอล จับคู่กับนมข้นหวานปราศจากแลคโตส สูตรโปรตีน ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหามื้อเช้าและของว่างที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ พกพาสะดวก ทานง่ายทุกที่ทุกเวลา อร่อยครบ จบทุกมื้อสุขภาพ วางจำหน่ายที่ 7-Eleven ทุกสาขาตั้งแต่วันนี้
จับคู่จุดแข็ง สองแบรนด์ที่คนไทยเชื่อมั่น โดยความร่วมมือครั้งนี้คือการผสานจุดแข็งของสองแบรนด์ที่คนไทยรู้จักดี อย่าง “เลอแปง” และ “นมตรามะลิ” หนึ่งคือขนมปังโฮลวีทของเลอแปงที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการผลิตจากแป้งข้าวสาลีเต็มเมล็ดไม่ผ่านการขัดสี จึงคงคุณค่าสารอาหารทั้งวิตามินบี วิตามินอี แคลเซียม ธาตุเหล็ก สารต้านอนุมูลอิสระไว้อย่างครบถ้วน รวมถึงใยอาหารที่ช่วยเสริมระบบขับถ่ายและการควบคุมน้ำหนัก ส่วนอีกด้านคือนมข้นหวานปราศจากแลคโตส สูตรโปรตีน ของนมตรามะลิ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อให้ทั้งผู้ที่แพ้แลคโตสและกลุ่มคนรักสุขภาพเพลิดเพลินกับรสชาติเข้มข้นได้อย่างเต็มคำ โดยงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยังสนับสนุนว่า การบริโภคขนมปังโฮลวีทเป็นประจำอาจมีส่วนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงลดความเสี่ยงของมะเร็งบางชนิด ยิ่งจับคู่ดิปนมข้น สูตรโปรตีน จึงกลายเป็นเมนู Duo ที่ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและสุขภาพในคำเดียว
นายธีรพันธุ์ ลักษณาภิรมย์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการขายและการตลาด บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่า “พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนคือความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพและรสชาติอร่อย ซึ่งคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารของซีพีแรมมาจากการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนาอย่างเข้มข้น เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างลงตัว การจับมือกับพาร์ทเนอร์สำคัญอย่างนมตรามะลิในครั้งนี้ จึงเป็นทั้งการขยายตลาดและการสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ด้วยจุดแข็งของทั้งสองแบรนด์”

โดยเบื้องหลังรสชาติอร่อยละมุนลิ้นคือการวิจัยและพัฒนาที่ไม่เคยหยุดยั้ง เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ซีพีแรมสร้างสรรค์เมนูใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยละปี 500 เมนูออกสู่ตลาด ที่สำคัญคือการมุ่งขยายขอบเขตการพัฒนาสูตรอาหารให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะสายสุขภาพซึ่งเป็นเทรนด์ระดับโลกในเวลานี้
นายพิชญเทพ ยุกตะเสวี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมนมไทย จํากัด เจ้าของแบรนด์นมตรามะลิ กล่าวว่า “มะลิมองว่านวัตกรรมที่ดีต้องสามารถเข้าไปอยู่ในชีวิตของผู้บริโภคได้จริง เราจึงไม่ได้มองเพียงเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แต่ให้ความสําคัญกับรูปแบบและประสบการณ์การบริโภคด้วยการพัฒนานมข้นหวานในรูปแบบ Sachet 20 กรัม เป็นการเพิ่มความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถพกพาและนําไปจับคู่กับเมนูที่ตัวเองชื่นชอบได้ง่ายยิ่งขึ้น และการร่วมมือกับเลอแปงในครั้งนี้ก็เป็นอีกก้าวสําคัญในการนําความอร่อยและความสะดวกเข้าไปอยู่ใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น”
ตลอดเส้นทางการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา ซีพีแรมยังคงมุ่งมั่นส่งมอบอาหารคุณภาพบนความเชื่อว่าอาหารที่ดีต้องมีคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติอร่อย ราคาเข้าถึงได้และปลอดภัยสำหรับทุกคน ภายใต้ยุทธศาสตร์ FOOD 3S อันประกอบด้วย ความปลอดภัยทางอาหาร (Food Safety) ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และความยั่งยืนทางอาหาร (Food Sustainability) ซึ่งเป็นกรอบคิดที่องค์กรยึดถือตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การเปิดตัวเมนูคู่หูเพื่อสุขภาพร่วมกับนมตรามะลิในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวหนึ่งของความตั้งใจที่จะยืนเคียงข้างผู้บริโภคยุคใหม่ในทุกจังหวะชีวิต และเดินหน้าสร้างสรรค์ทางเลือกใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม นับเป็นภาพสะท้อนของยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า นำโรงงานรังสิตคว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นอีกครั้ง ในประเภทการเพิ่มผลผลิต
ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่เป็นต้นแบบด้านการเพิ่มผลผลิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า นำโดย พีสอาจ มีสมบูรณ์ ผู้อำนวยการวิศวกรรม และกลยุทธ์โครงการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม “โคคา-โคล่า” ในประเทศไทย รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นประเภทการเพิ่มผลผลิต ประจำปี 2568 (Prime Minister’s Industry Award – Productivity) จาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สะท้อนความสำเร็จในการเป็นองค์กรต้นแบบของอุตสาหกรรมไทยที่มีการบริหารจัดการภายในที่โดดเด่น ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การบริหารจัดการต้นทุน การเพิ่มคุณภาพสินค้า การจัดการด้านพลังงานและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การบริหารจัดการบุคลากร ส่งผลให้สามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างโดดเด่นและมีประสิทธิภาพ
โรงงานรังสิต และทุกโรงงานของไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยผสานการดำเนินการในทุกมิติจนเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ ด้านประสิทธิภาพการผลิตและการจัดการต้นทุน สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพ และลดความสูญเสียในทุกกระบวนการทำงาน โดยในช่วงปี 2566 - 2568 โรงงานรังสิต สามารถลดต้นทุนได้มากกว่า 162 ล้านบาท ส่วนด้านคุณภาพ สามารถรักษาและพัฒนามาตรฐานคุณภาพการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอ เป็นไปตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้บริโภค ทำให้โรงงานรังสิตได้รับรางวัล FDA Quality Award 2025

ในด้านการจัดการพลังงานและความยั่งยืน ปี 2563–2567 โรงงานรังสิตสามารถประหยัดพลังงานรวมได้กว่า 70 ล้านเมกะจูล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 8,105 ตัน CO₂ เทียบเท่า จนได้รับรางวัล Thailand Energy Award 2025 จากกระทรวงพลังงาน 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลดีเด่นด้านอนุรักษ์พลังงาน ประเภทโรงงานควบคุม และรางวัลดีเด่นด้านบุคลากร ประเภททีมงานด้านการจัดการพลังงานควบคุม และได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว จากกระทรวงอุตสาหกรรม ด้านความปลอดภัย ได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ระดับ Gold นอกจากนี้ ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ยังได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นด้านการจัดการพลังงาน ประจำปี 2567 อีกด้วย
ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ยังคงมุ่งมั่นสร้างความเป็นเลิศในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยจะต่อยอดความสำเร็จของโรงงานรังสิตในการยกระดับการปฏิบัติการในทุกโรงงานของไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ที่โรงงานปทุมธานี โรงงานนครราชสีมา โรงงานขอนแก่น และโรงงานลำปาง พร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในประเทศไทย และส่งมอบความสดชื่น สร้างการเติบโตทางธุรกิจบนพื้นฐานด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่าต่อไป
MALEE ตอกย้ำมาตรฐานธรรมาภิบาลดีเยี่ยม คว้าคะแนนเต็ม 100 AGM Checklist 7 ปีซ้อน
มุ่งมั่นพัฒนาระบบกำกับดูกิจการ เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากล

บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ได้รับคะแนนประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 100 คะแนนเต็ม (ระดับ 5 เหรียญ) หรือระดับดีเยี่ยมสมควรเป็นตัวอย่าง (Excellent) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 จากโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Checklist) ประจำปี 2569 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย จากทั้งหมด 832 บริษัท สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ MALEE ได้รับคะแนนประเมิน AGM Checklist ระดับ ‘ดีเยี่ยมสมควรเป็นตัวอย่าง’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ MALEE ที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและให้ความสำคัญกับสิทธิของผู้ถือหุ้นมาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการจัดประชุมผู้ถือหุ้นให้โปร่งใสยิ่งขึ้น เปิดพื้นที่ให้ผู้ถือหุ้นเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ มุ่งมั่นพัฒนาระบบการกำกับดูแลกิจการและกระบวนการจัดประชุมผู้ถือหุ้นให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจก้าวสู่การเป็น Global Wellbeing Company
*******************************************
“คนแบกกุ้ง” เปิดตัว “เก่ง–น้ำปิง” Friend of Brand ครั้งแรกของแบรนด์
ส่งต่อภาพลักษณ์แบรนด์น้ำปลาไทยสู่คนรุ่นใหม่ ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์”

น้ำปลาแท้ตรา “คนแบกกุ้ง” แบรนด์น้ำปลาไทยที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนานเปิดตัว เก่ง–หฤษฎ์ บัวย้อย และ น้ำปิง–นภัสกร ปิงเมือง เป็น Friend of Brand ครั้งแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์” เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น โดยยังคงมาตรฐานและคุณภาพของน้ำปลาแท้ที่ผู้บริโภคไว้วางใจมาโดยตลอด
อีกหนึ่งไฮไลต์ของแคมเปญ คือการเปิดตัว ฉลาก Special Edition “เก่ง–น้ำปิง” เป็นครั้งแรกของแบรนด์ ถ่ายทอดความพิเศษของการร่วมงานครั้งนี้ผ่านบรรจุภัณฑ์ลวดลายพิเศษที่ผลิตในจำนวนจำกัด เพื่อร่วม เฉลิมฉลองก้าวสำคัญของแบรนด์และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค
"ตลอดเวลามากกว่า 70 ปี คนแบกกุ้งเติบโตเคียงคู่ครัวไทยและครัวสากล โดยยึดมั่นในเอกลักษณ์ของรสชาติ ความสดของวัตถุดิบ ความสะอาดของผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เราเชื่อว่าแบรนด์ก็ต้องพัฒนาและสื่อสารกับผู้บริโภคในทุกยุคสมัย การเปิดตัวเก่งและน้ำปิง ในฐานะ Friend of Brand ของแบรนด์ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการสื่อสารแบรนด์จากแบรนด์ที่หลาย คนคุ้นเคย สู่แบรนด์ที่คนรุ่นใหม่อยากรู้จัก"
การเปิดตัว Friend of Brand ในครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสื่อสารแบรนด์ระยะยาว ที่มุ่งสร้างความ ใกล้ชิดกับผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมต่อยอดการรับรู้แบรนด์ผ่านกิจกรรมและคอนเทนต์สร้างสรรค์ตลอดช่วงเดือน กรกฎาคม–ธันวาคม 2569 ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์”
ผู้บริโภคสามารถติดตามกิจกรรมและคอนเทนต์สุดพิเศษจาก เก่ง–น้ำปิง ได้ผ่านทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย
ของ คนแบกกุ้ง พร้อมสัมผัสผลิตภัณฑ์ฉลาก Special Edition ได้ที่ร้าน 7-Eleven, Makro, Lotus's, Big C, CJ, Tops, GO Wholesale, MaxValu, Gourmet Market, Thai Foods Fresh Market, Foodland, Villa Market ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ผ่าน Shopee และ TikTok Shop
“แลคตาซอย” ตอกย้ำผู้นำตลาดนมถั่วเหลือง
คว้ารางวัล No. 1 Brand Thailand 2026 ต่อเนื่อง 11 ปี

บริษัท แลคตาซอย จำกัด ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำตลาดนมถั่วเหลือง ล่าสุดคว้ารางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ในประเภทนมถั่วเหลืองติดต่อกันเป็นปีที่ 11 สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่ยืนหนึ่งในใจผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันทั่วประเทศ โดยมี นางสาวมัลลิกา จิรพัฒนกุล ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายขาย เข้ารับรางวัลที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน
รางวัลดังกล่าวพิจารณาจากผลการสำรวจวิจัยภาคสนามเชิงลึก จัดทำโดยนิตยสาร Marketeer ร่วมกับบริษัท Marketing Move ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง ชายและหญิง อายุ 12-59 ปี จำนวนกว่า 6,000 คน ครอบคลุมพื้นที่ 5 ภาคทั่วประเทศไทย (กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้) ด้วยวิธีการสำรวจแบบเผชิญหน้า ซึ่งผลการวิจัยพบว่า “แลคตาซอย” เป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งในหมวดนมถั่วเหลืองประจำปี 2026
การได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จที่เกิดจากความมุ่งมั่นตลอดระยะเวลากว่า 46 ปี ในการดำเนินธุรกิจ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แลคตาซอยได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน คือการไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีความหลากหลายของรสชาติ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ในราคาที่คุ้มค่า รางวัลนี้จึงเป็นทั้งความภาคภูมิใจและแรงผลักดันให้ทีมงานแลคตาซอยทุกคน เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยต่อไปอย่างยั่งยืน
สื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th
พิมพ์ลดา วรชาติทวีชัย โทร. 093 326 5359 Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เดินหน้าลงทุนระยะยาว หลังคว้าสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ต่ออีก 20 ปี
ปักหมุดขยายสาขาเท่าตัวภายในปี 2033 สร้างงานกว่า 6,000 อัตรา หนุนเศรษฐกิจไทยเติบโตไปพร้อมกัน

นายวิชา พูลวรลักษณ์ (กลาง) ประธานกรรมการ บริษัท แมคไทย จำกัด และนายแพทริค วอลช์ (ที่สองจากขวา) ผู้บริหารภูมิภาคเอเชีย แมคโดนัลด์ คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วยนางสาวกิตติวรรณ อนุเวชสกุล (ขวา) ประธานกรรมการบริหาร นายวิศรุต พูลวรลักษณ์ (ที่สองจากซ้าย) และ นายวิชญะ พูลวรลักษณ์ (ซ้าย) กรรมการ บริษัท แมคไทย จำกัด ร่วมประกาศความพร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ระยะยาว หลังได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ในประเทศไทยแต่เพียงรายเดียว ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 20 ปี ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพตลาดไทย และการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพด้วยมาตรฐานระดับสากล
กรุงเทพฯ (9 กรกฎาคม 2569 ) - บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้นำธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ภายใต้แบรนด์ “แมคโดนัลด์ ประเทศไทย” ประกาศความพร้อมเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตระยะยาว หลังได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ในประเทศไทยแต่เพียงรายเดียวต่อเนื่องอีก 20 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของแมคโดนัลด์ คอร์ปอเรชั่น ที่มีต่อศักยภาพของตลาดไทยและความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจของแมคไทย พร้อมเดินหน้าลงทุนขยายสาขาและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพื่อผลักดันการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับ การสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน
นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า “การได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์แมคโดนัลด์ในประเทศไทยเพียงรายเดียวต่อเนื่องอีก 20 ปีครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งเชิงกลยุทธ์ และความพร้อมของแมคไทยในการขับเคลื่อนแบรนด์ระดับโลกให้เติบโตอย่างมั่นคงในไทย หลังจากนี้ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าเต็มที่เพื่อยกระดับประสบการณ์แห่งความสุข (Feel-Good Moments) ให้กับลูกค้า ผ่านการส่งมอบเมนูคุณภาพ การบริการที่ทันสมัย นวัตกรรมดิจิทัล และความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม”
เพื่อขับเคลื่อนแบรนด์ไปสู่อนาคต แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ได้วางแนวทางการดำเนินงานเชิงรุกผ่านแกนหลักสำคัญ ดังนี้

นอกจากการขยายธุรกิจ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรรมการให้บริการการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าทั้งภายในร้านและผ่านช่องทางดิจิทัล ตลอดจนการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ความคุ้มค่า และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในทุกไลฟ์สไตล์
“เราเชื่อมั่นว่าการได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ต่อเนื่องในระยะยาวครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงโอกาสในการขยายธุรกิจ แต่ยังเป็นความรับผิดชอบในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกับประเทศไทย ทั้งในมิติของการลงทุน การสร้างงาน การพัฒนาบุคลากร และการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น เราพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวไทยในทุกมิติ” นายวิชา พูลวรลักษณ์ กล่าวทิ้งท้าย

Oct 16,2026