ดอนเมือง ฉลอง 112 ปี เดินหน้าพัฒนาสนามบิน ดันขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร 40 ล้านคนต่อปี
ท่าอากาศยานดอนเมืองเดินหน้าพัฒนาศักยภาพสนามบินในโอกาสครบรอบ 112 ปี ลุยก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ Terminal 3 พร้อมปรับปรุงอาคารเดิมและนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ภายใต้แผนลงทุนมูลค่า 69,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ตั้งเป้าเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารทั้งในและต่างประเทศรวม 40 ล้านคนต่อปี ควบคู่ขยายธุรกิจคลังสินค้าและยกระดับสู่สนามบินที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

คุณวิจิตต์ แก้วไทรเทียม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 112 ปี ท่าอากาศยานดอนเมืองยังคงเดินหน้าพัฒนาศักยภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 100,000 คนต่อวัน และมีเที่ยวบินประมาณ 650 เที่ยวบินต่อวัน แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศประมาณ 40,000 คน และผู้โดยสารภายในประเทศประมาณ 50,000-60,000 คน โดยในช่วงวันหยุดยาวจำนวนผู้โดยสารภายในประเทศอาจเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 60,000 คนต่อวัน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศและต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้โดยสารระหว่างประเทศลดลงมากกว่าตลาดภายในประเทศ รวมถึงทำให้บางสายการบินต้องปรับลดเที่ยวบินตามความเหมาะสม ท่าอากาศยานดอนเมืองจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรและการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อรักษาประสิทธิภาพการให้บริการและรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการบิน
สำหรับแผนพัฒนาระยะต่อไป ท่าอากาศยานดอนเมืองเตรียมก่อสร้างอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ Terminal 3 บริเวณพื้นที่ทางทิศใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารเดิมบริเวณ Pier 6 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารระหว่างประเทศประมาณ 15 ล้านคนต่อปี ขณะเดียวกันมีแผนปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร Terminal 1 ให้รองรับผู้โดยสารภายในประเทศ โดยเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ อาคารผู้โดยสารทั้ง 3 อาคารจะสามารถรองรับผู้โดยสารทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศรวมกันได้ประมาณ 40 ล้านคนต่อปี จากเดิมที่มีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 30 ล้านคนในปีที่ผ่านมา
คุณวิจิตต์ กล่าวว่า โครงการพัฒนาท่าอากาศยานมีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 69,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากแผนเดิมที่มีวงเงินประมาณ 36,000 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัสดุและค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมีการพัฒนาองค์ประกอบด้านพาณิชย์และสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม อาทิ การปรับปรุงพื้นที่จอดรถและการเชื่อมต่อเส้นทางเข้าสู่สนามบิน โดยปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างกระบวนการเสนอขออนุมัติตามขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ทั้งนี้ คาดว่าปี 2570 จะสามารถได้ผู้รับจ้างและเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ โดยประเมินระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 4 ปี ก่อนเปิดให้บริการอาคาร Terminal 3 และดำเนินการปรับปรุงอาคาร Terminal 1 ต่อไปตามแผน
นอกจากการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ท่าอากาศยานดอนเมืองยังเร่งยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารผ่านการปรับปรุงอาคารและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการให้บริการ โดยที่ผ่านมาได้ปรับปรุงฝ้าเพดานและห้องน้ำภายในอาคารผู้โดยสาร รวมถึงเพิ่มช่องตรวจค้นด้วยเครื่องเอกซเรย์สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศอีก 3 ช่อง และภายในประเทศอีก 1 ช่อง เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยเฉพาะช่วงเช้ามืดและช่วงบ่าย ตลอดจนวันหยุดเทศกาลที่มีผู้โดยสารเดินทางหนาแน่น
ด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ ท่าอากาศยานดอนเมืองได้ติดตั้งตู้บริการเช็กอินอัตโนมัติ (Kiosk) และระบบไบโอเมตริกสำหรับยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่ไม่มีสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง และรองรับการใช้บริการประตูขึ้นเครื่องอัตโนมัติ (Self-Boarding Gate) นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างติดตั้งระบบ Automated Border Control (ABC) จำนวน 56 จุด เพื่อเพิ่มความสะดวกในการผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง โดยมีความคืบหน้าในการติดตั้งประมาณ 50% คาดว่าจะช่วยลดระยะเวลารอคอยและเพิ่มความคล่องตัวในการเดินทางของผู้โดยสารระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการการจราจรภายในสนามบินเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ให้ความสำคัญ โดยมีการจัดพื้นที่รองรับกรุ๊ปทัวร์บริเวณประตู 1 พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ Airport Ambassador อำนวยความสะดวกและนำผู้โดยสารไปยังพื้นที่พักคอย ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนเช็กอินตามเวลาที่กำหนด เพื่อลดความแออัดบริเวณหน้าอาคารและเคาน์เตอร์สายการบิน ส่วนการเดินทางเชื่อมต่อสนามบินมีบริการหลากหลายรูปแบบ ทั้งรถแท็กซี่ รถลีมูซีน รถไฟชานเมืองสายสีแดง รถโดยสาร ขสมก. รถตู้ประจำทาง และรถ Shuttle Bus เชื่อมต่อระหว่างท่าอากาศยานดอนเมืองกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ในด้านมาตรฐานการดำเนินงาน ท่าอากาศยานดอนเมืองยึดหลักสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัย (Safety) การรักษาความปลอดภัย (Security) และการให้บริการ (Service) โดยมีการตรวจสอบระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิดอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตรวจประเมินสภาพทางวิ่งและการสะสมของคราบยาง เพื่อให้สามารถดำเนินการบำรุงรักษาได้ตามความจำเป็น นอกจากนี้ ยังมีหน่วยดับเพลิงและบุคลากรทางการแพทย์ประจำตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมตรวจบำรุงรักษาระบบลิฟต์ บันไดเลื่อน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกตามรอบที่กำหนด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ
สำหรับโอกาสในการขยายธุรกิจ ท่าอากาศยานดอนเมืองให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่คลังสินค้าเพื่อเพิ่มรายได้จากกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบิน (Non-Aeronautical Business) โดยเฉพาะบทเรียนจากช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ธุรกิจขนส่งสินค้ามีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมการบิน แม้การเดินทางของผู้โดยสารจะได้รับผลกระทบ ปัจจุบันท่าอากาศยานอยู่ระหว่างหารือร่วมกับฝ่ายพัฒนาธุรกิจเพื่อศึกษาแนวทางขยายศักยภาพคลังสินค้า เนื่องจากความต้องการพื้นที่รองรับสินค้ามีแนวโน้มเป็นโอกาสทางธุรกิจในระยะต่อไป รวมถึงการพัฒนาบริการที่จอดรถและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล
ส่วนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม ท่าอากาศยานดอนเมืองมีแนวทางทยอยเปลี่ยนรถยนต์ของผู้บริหารที่ใช้ระบบเช่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า พร้อมติดตั้งสถานีชาร์จเพื่อรองรับการใช้งาน โดยตั้งเป้าดำเนินการในส่วนนี้ให้แล้วเสร็จภายในปี 2570 ขณะเดียวกัน ได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการและสายการบินพิจารณาใช้รถยนต์ไฟฟ้าภายในเขตการบิน รวมถึงมีแผนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบอาคาร Terminal 3 เพื่อลดการใช้พลังงานและสนับสนุนการดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
คุณวิจิตต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ท่าอากาศยานดอนเมืองมีจุดแข็งด้านการเดินทางแบบ Point-to-Point ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะเส้นทางภายในประเทศที่ครอบคลุมหลายภูมิภาค ประกอบกับการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของสนามบิน ทั้งนี้ ท่าอากาศยานดอนเมืองยังได้รับการจัดอันดับจาก Skytrax ในกลุ่มสนามบินที่ให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ โดยขยับขึ้นจากอันดับ 8 เป็นอันดับ 7 ของโลกในกลุ่ม World’s Best Low-Cost Airline Terminals ประจำปี 2026 และได้รับการรับรองจาก Airports Council International (ACI) ในระดับ 3 พร้อมเดินหน้าสู่ระดับ 4 ต่อไป
“เป้าหมายของท่าอากาศยานดอนเมืองใน 5-10 ปีข้างหน้า คือการยกระดับสนามบินให้มีความทันสมัย สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งจากการพัฒนาอาคารผู้โดยสาร การนำเทคโนโลยีมาใช้ และการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้โดยสารเป็นอันดับแรก เพื่อให้ท่าอากาศยานดอนเมืองสามารถรองรับการเติบโตของการเดินทางและอุตสาหกรรมการบินได้อย่างยั่งยืน” คุณวิจิตต์กล่าวทิ้งท้าย








