
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
รพ.นวเวช จัดโปรแกรม “ตรวจสุขภาพสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19” เริ่มต้น 2,900 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธ.ค. 65
“โรงพยาบาลนวเวช” โรงพยาบาลย่านเกษตรนวมินทร์ รัชดา-รามอินทรา ที่มุ่งให้บริการทางการแพทย์ที่ดีและเข้าถึงง่าย Accessible Quality Healthcare พร้อมดูแลสุขภาพของทุกคนอย่างเข้าอกเข้าใจ ด้วยบริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุมทุกช่วงวัย และทีมแพทย์เฉพาะทาง จัดโปรแกรม “ตรวจสุขภาพสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19” (Long Covid Care Health Checkup Program) เพื่อค้นหาและตรวจวินิจฉัยความผิดปกติในผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 โดยอายุรแพทย์เฉพาะทาง ราคาเริ่มต้น 2,900 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2565 สอบถามและนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ ศูนย์อายุรกรรม โทร. 0 2483 9999 หรือ www.navavej.com
“คนแบกกุ้ง” เปิดตัว “เก่ง–น้ำปิง” Friend of Brand ครั้งแรกของแบรนด์
ส่งต่อภาพลักษณ์แบรนด์น้ำปลาไทยสู่คนรุ่นใหม่ ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์”

น้ำปลาแท้ตรา “คนแบกกุ้ง” แบรนด์น้ำปลาไทยที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนานเปิดตัว เก่ง–หฤษฎ์ บัวย้อย และ น้ำปิง–นภัสกร ปิงเมือง เป็น Friend of Brand ครั้งแรกของแบรนด์อย่างเป็นทางการ ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์” เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น โดยยังคงมาตรฐานและคุณภาพของน้ำปลาแท้ที่ผู้บริโภคไว้วางใจมาโดยตลอด
อีกหนึ่งไฮไลต์ของแคมเปญ คือการเปิดตัว ฉลาก Special Edition “เก่ง–น้ำปิง” เป็นครั้งแรกของแบรนด์ ถ่ายทอดความพิเศษของการร่วมงานครั้งนี้ผ่านบรรจุภัณฑ์ลวดลายพิเศษที่ผลิตในจำนวนจำกัด เพื่อร่วม เฉลิมฉลองก้าวสำคัญของแบรนด์และสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค
"ตลอดเวลามากกว่า 70 ปี คนแบกกุ้งเติบโตเคียงคู่ครัวไทยและครัวสากล โดยยึดมั่นในเอกลักษณ์ของรสชาติ ความสดของวัตถุดิบ ความสะอาดของผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เราเชื่อว่าแบรนด์ก็ต้องพัฒนาและสื่อสารกับผู้บริโภคในทุกยุคสมัย การเปิดตัวเก่งและน้ำปิง ในฐานะ Friend of Brand ของแบรนด์ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการสื่อสารแบรนด์จากแบรนด์ที่หลาย คนคุ้นเคย สู่แบรนด์ที่คนรุ่นใหม่อยากรู้จัก"
การเปิดตัว Friend of Brand ในครั้งนี้ นับเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสื่อสารแบรนด์ระยะยาว ที่มุ่งสร้างความ ใกล้ชิดกับผู้บริโภครุ่นใหม่ พร้อมต่อยอดการรับรู้แบรนด์ผ่านกิจกรรมและคอนเทนต์สร้างสรรค์ตลอดช่วงเดือน กรกฎาคม–ธันวาคม 2569 ภายใต้แคมเปญ “รสชาติที่แบกทุกโมเมนต์”
ผู้บริโภคสามารถติดตามกิจกรรมและคอนเทนต์สุดพิเศษจาก เก่ง–น้ำปิง ได้ผ่านทุกช่องทางโซเชียลมีเดีย
ของ คนแบกกุ้ง พร้อมสัมผัสผลิตภัณฑ์ฉลาก Special Edition ได้ที่ร้าน 7-Eleven, Makro, Lotus's, Big C, CJ, Tops, GO Wholesale, MaxValu, Gourmet Market, Thai Foods Fresh Market, Foodland, Villa Market ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางออนไลน์ผ่าน Shopee และ TikTok Shop
รพ.กรุงเทพ เสริมความแม่นยำในการวินิจฉัยภาพถ่ายเอกซเรย์ทรวงอก โดยใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ AI
ในปัจจุบันปัญหาการขาดแคลนรังสีแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ด้านรังสีวิทยา นับเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุข ซึ่งอาจส่งผลให้คนไข้จำนวนมากได้รับการวินิจฉัยและรักษาล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น โรงพยาบาลกรุงเทพได้เล็งเห็นความสำคัญและเลือกใช้นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ ( Artificial Intelligence ), Inspectra CXR มาเป็นผู้ช่วยแพทย์อัจฉริยะที่สามารถวิเคราะห์ความผิดปกติจากภาพรังสีทรวงอกได้อย่างละเอียด รวดเร็ว แม่นยำ และมีความโดดเด่นเฉพาะตัวที่สามารถตอบโจทย์การปฏิบัติงานของแพทย์ได้อย่างตรงจุด
“แลคตาซอย” ตอกย้ำผู้นำตลาดนมถั่วเหลือง
คว้ารางวัล No. 1 Brand Thailand 2026 ต่อเนื่อง 11 ปี

บริษัท แลคตาซอย จำกัด ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำตลาดนมถั่วเหลือง ล่าสุดคว้ารางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ในประเภทนมถั่วเหลืองติดต่อกันเป็นปีที่ 11 สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมที่ยืนหนึ่งในใจผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันทั่วประเทศ โดยมี นางสาวมัลลิกา จิรพัฒนกุล ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายขาย เข้ารับรางวัลที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน
รางวัลดังกล่าวพิจารณาจากผลการสำรวจวิจัยภาคสนามเชิงลึก จัดทำโดยนิตยสาร Marketeer ร่วมกับบริษัท Marketing Move ทำการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง ชายและหญิง อายุ 12-59 ปี จำนวนกว่า 6,000 คน ครอบคลุมพื้นที่ 5 ภาคทั่วประเทศไทย (กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้) ด้วยวิธีการสำรวจแบบเผชิญหน้า ซึ่งผลการวิจัยพบว่า “แลคตาซอย” เป็นแบรนด์ยอดนิยมอันดับหนึ่งในหมวดนมถั่วเหลืองประจำปี 2026
การได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จที่เกิดจากความมุ่งมั่นตลอดระยะเวลากว่า 46 ปี ในการดำเนินธุรกิจ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้แลคตาซอยได้รับความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน คือการไม่หยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง มีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีความหลากหลายของรสชาติ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่ม ในราคาที่คุ้มค่า รางวัลนี้จึงเป็นทั้งความภาคภูมิใจและแรงผลักดันให้ทีมงานแลคตาซอยทุกคน เดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทยต่อไปอย่างยั่งยืน
สื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท อินทิเกรเต็ด คอมมูนิเคชั่น จำกัด โทร. 0 2354 3588 www.incom.co.th
พิมพ์ลดา วรชาติทวีชัย โทร. 093 326 5359 Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
เตือน! “เอ็นข้อเข่าฉีก” เรื่องไม่เล็ก เสี่ยงข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย
บ่อยครั้งที่ได้เห็นภาพของนักฟุตบอลปะทะกันล้มลงบนสนาม เบาหน่อยอาจแค่พ่นยาแล้วลุกขึ้นชิงชัยอีกครั้ง แต่บางคนถึงกับต้องหามออกจากการแข่งขันเพราะเอ็นข้อเข่าฉีกขาด
แมคโดนัลด์ ประเทศไทย เดินหน้าลงทุนระยะยาว หลังคว้าสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ต่ออีก 20 ปี
ปักหมุดขยายสาขาเท่าตัวภายในปี 2033 สร้างงานกว่า 6,000 อัตรา หนุนเศรษฐกิจไทยเติบโตไปพร้อมกัน

นายวิชา พูลวรลักษณ์ (กลาง) ประธานกรรมการ บริษัท แมคไทย จำกัด และนายแพทริค วอลช์ (ที่สองจากขวา) ผู้บริหารภูมิภาคเอเชีย แมคโดนัลด์ คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วยนางสาวกิตติวรรณ อนุเวชสกุล (ขวา) ประธานกรรมการบริหาร นายวิศรุต พูลวรลักษณ์ (ที่สองจากซ้าย) และ นายวิชญะ พูลวรลักษณ์ (ซ้าย) กรรมการ บริษัท แมคไทย จำกัด ร่วมประกาศความพร้อมขับเคลื่อนกลยุทธ์ระยะยาว หลังได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ในประเทศไทยแต่เพียงรายเดียว ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 20 ปี ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพตลาดไทย และการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพด้วยมาตรฐานระดับสากล
กรุงเทพฯ (9 กรกฎาคม 2569 ) - บริษัท แมคไทย จำกัด ผู้นำธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) ภายใต้แบรนด์ “แมคโดนัลด์ ประเทศไทย” ประกาศความพร้อมเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตระยะยาว หลังได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ในประเทศไทยแต่เพียงรายเดียวต่อเนื่องอีก 20 ปี สะท้อนความเชื่อมั่นของแมคโดนัลด์ คอร์ปอเรชั่น ที่มีต่อศักยภาพของตลาดไทยและความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจของแมคไทย พร้อมเดินหน้าลงทุนขยายสาขาและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพื่อผลักดันการเติบโตของธุรกิจควบคู่กับ การสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมไทยอย่างยั่งยืน
นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการ บริษัท แมคไทย จำกัด กล่าวว่า “การได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์แมคโดนัลด์ในประเทศไทยเพียงรายเดียวต่อเนื่องอีก 20 ปีครั้งนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งเชิงกลยุทธ์ และความพร้อมของแมคไทยในการขับเคลื่อนแบรนด์ระดับโลกให้เติบโตอย่างมั่นคงในไทย หลังจากนี้ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย พร้อมเดินหน้าเต็มที่เพื่อยกระดับประสบการณ์แห่งความสุข (Feel-Good Moments) ให้กับลูกค้า ผ่านการส่งมอบเมนูคุณภาพ การบริการที่ทันสมัย นวัตกรรมดิจิทัล และความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างครอบคลุม”
เพื่อขับเคลื่อนแบรนด์ไปสู่อนาคต แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ได้วางแนวทางการดำเนินงานเชิงรุกผ่านแกนหลักสำคัญ ดังนี้

นอกจากการขยายธุรกิจ แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรรมการให้บริการการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าทั้งภายในร้านและผ่านช่องทางดิจิทัล ตลอดจนการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ความคุ้มค่า และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในทุกไลฟ์สไตล์
“เราเชื่อมั่นว่าการได้รับสิทธิ์บริหารแฟรนไชส์ต่อเนื่องในระยะยาวครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงโอกาสในการขยายธุรกิจ แต่ยังเป็นความรับผิดชอบในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกับประเทศไทย ทั้งในมิติของการลงทุน การสร้างงาน การพัฒนาบุคลากร และการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น เราพร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภคชาวไทยในทุกมิติ” นายวิชา พูลวรลักษณ์ กล่าวทิ้งท้าย
ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า นำโรงงานรังสิตคว้ารางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นอีกครั้ง ในประเภทการเพิ่มผลผลิต
ตอกย้ำผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่เป็นต้นแบบด้านการเพิ่มผลผลิตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า นำโดย พีสอาจ มีสมบูรณ์ ผู้อำนวยการวิศวกรรม และกลยุทธ์โครงการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม “โคคา-โคล่า” ในประเทศไทย รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นประเภทการเพิ่มผลผลิต ประจำปี 2568 (Prime Minister’s Industry Award – Productivity) จาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สะท้อนความสำเร็จในการเป็นองค์กรต้นแบบของอุตสาหกรรมไทยที่มีการบริหารจัดการภายในที่โดดเด่น ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การบริหารจัดการต้นทุน การเพิ่มคุณภาพสินค้า การจัดการด้านพลังงานและคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย การบริหารจัดการบุคลากร ส่งผลให้สามารถเพิ่มผลผลิตได้อย่างโดดเด่นและมีประสิทธิภาพ
โรงงานรังสิต และทุกโรงงานของไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยผสานการดำเนินการในทุกมิติจนเกิดผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม อาทิ ด้านประสิทธิภาพการผลิตและการจัดการต้นทุน สามารถปรับปรุงประสิทธิภาพ และลดความสูญเสียในทุกกระบวนการทำงาน โดยในช่วงปี 2566 - 2568 โรงงานรังสิต สามารถลดต้นทุนได้มากกว่า 162 ล้านบาท ส่วนด้านคุณภาพ สามารถรักษาและพัฒนามาตรฐานคุณภาพการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอ เป็นไปตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้บริโภค ทำให้โรงงานรังสิตได้รับรางวัล FDA Quality Award 2025

ในด้านการจัดการพลังงานและความยั่งยืน ปี 2563–2567 โรงงานรังสิตสามารถประหยัดพลังงานรวมได้กว่า 70 ล้านเมกะจูล ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 8,105 ตัน CO₂ เทียบเท่า จนได้รับรางวัล Thailand Energy Award 2025 จากกระทรวงพลังงาน 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลดีเด่นด้านอนุรักษ์พลังงาน ประเภทโรงงานควบคุม และรางวัลดีเด่นด้านบุคลากร ประเภททีมงานด้านการจัดการพลังงานควบคุม และได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว จากกระทรวงอุตสาหกรรม ด้านความปลอดภัย ได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการต้นแบบดีเด่นด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ระดับ Gold นอกจากนี้ ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ยังได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นด้านการจัดการพลังงาน ประจำปี 2567 อีกด้วย
ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ยังคงมุ่งมั่นสร้างความเป็นเลิศในการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยจะต่อยอดความสำเร็จของโรงงานรังสิตในการยกระดับการปฏิบัติการในทุกโรงงานของไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ที่โรงงานปทุมธานี โรงงานนครราชสีมา โรงงานขอนแก่น และโรงงานลำปาง พร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในประเทศไทย และส่งมอบความสดชื่น สร้างการเติบโตทางธุรกิจบนพื้นฐานด้านความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่าต่อไป
โอสถสภา (OSP) คว้า 3 รางวัลใหญ่ ด้านความยั่งยืนระดับเอเชีย
จากเวที Asia Responsible Enterprise Awards 2026

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ตอกย้ำศักยภาพผู้นำที่ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนในระดับภูมิภาค คว้า 3 รางวัลใหญ่จากเวที Asia Responsible Enterprise Awards 2026 จัดโดย Enterprise Asia ณ ประเทศมาเลเซีย จากการมุ่งมั่นขับเคลื่อนความเติบโตภายใต้กรอบ Osotspa Sustainability Goals 2030 ผ่าน 3 โครงการเด่น ได้แก่ (1) การเพิ่มคุณค่าบรรจุภัณฑ์ขวดแก้วตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนแบบ Closed-loop ลดน้ำหนักขวดลง 15% และใช้เศษแก้วรีไซเคิลสูงถึง 75-80% (2) การยกระดับกระบวนการจัดซื้อและการดูแลคู่ค้าเพื่อสร้าง climate resilience นำร่องรถขนส่งไฟฟ้า (EV) และการจัดเส้นทางขนส่งด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
(3) การส่งมอบผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำตาลต่ำกว่า 6% แบบยกพอร์ต เพื่อเป็นทางเลือกเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพให้แก่ผู้บริโภค
ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงการบูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับธุรกิจหลักอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีพนักงานทุกคนเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงในทุกส่วนขององค์กร ตอกย้ำความมุ่งมั่นของโอสถสภาที่พัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง และเติบโตเคียงข้างสังคมไทยมาอย่างยาวนานมากกว่า 135 ปี
MALEE ตอกย้ำมาตรฐานธรรมาภิบาลดีเยี่ยม คว้าคะแนนเต็ม 100 AGM Checklist 7 ปีซ้อน
มุ่งมั่นพัฒนาระบบกำกับดูกิจการ เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากล

บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ได้รับคะแนนประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 100 คะแนนเต็ม (ระดับ 5 เหรียญ) หรือระดับดีเยี่ยมสมควรเป็นตัวอย่าง (Excellent) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 จากโครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Checklist) ประจำปี 2569 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย จากทั้งหมด 832 บริษัท สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง อันเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ MALEE ได้รับคะแนนประเมิน AGM Checklist ระดับ ‘ดีเยี่ยมสมควรเป็นตัวอย่าง’ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ MALEE ที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและให้ความสำคัญกับสิทธิของผู้ถือหุ้นมาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรฐานการจัดประชุมผู้ถือหุ้นให้โปร่งใสยิ่งขึ้น เปิดพื้นที่ให้ผู้ถือหุ้นเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ มุ่งมั่นพัฒนาระบบการกำกับดูแลกิจการและกระบวนการจัดประชุมผู้ถือหุ้นให้ได้มาตรฐานสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจก้าวสู่การเป็น Global Wellbeing Company
*******************************************
โอสถสภา ยกระดับองค์กรไทยสู่ Top 3 ของโลกด้านความยั่งยืนกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญบนเวทีระดับสากล โชว์ศักยภาพองค์กรยั่งยืนด้วยการทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งอันดับ 3 จากทั้งหมด 76 บริษัททั่วโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม จากผลการประเมิน S&P Global Corporate Sustainability Assessment (CSA) ประจำปี 2025 ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จในการบรรลุเป้าหมายความยั่งยืนระยะแรก (2019–2025) ได้อย่างครบถ้วนทั้ง 5 มิติ

นางสาวมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การที่โอสถสภาสามารถก้าวขึ้นมายืนหยัดในตำแหน่งอันดับ 3 ของโลก ในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องดื่มระดับสากล คือข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของข้อมูล (Data Transparency) ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทำให้เราแตกต่าง ในขณะที่โลกกำลังให้ความสำคัญกับการตรวจสอบได้ โอสถสภาเลือกเปิดเผยตัวเลขผลการดำเนินงานจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการขับเคลื่อน ESG ให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่ภาพลักษณ์”
“ความสำเร็จในเฟสแรกนี้เกิดจาก ‘Our Power’ หรือพลังความร่วมมือของพนักงานทุกคนที่ใช้โมเดล Smart Factory Innovation มาเป็นเครื่องมือหลักในการเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะ สำหรับก้าวต่อไปในเฟสสอง (2026–2030) เราจะมุ่งยกระดับการบริหารจัดการของเสียตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 อย่างยั่งยืน” นางสาวมุกดา กล่าวเสริม
สถิติความสำเร็จบนเวทีความยั่งยืนระดับสากลและระดับประเทศ โอสถสภาสร้างบรรทัดฐานใหม่ด้วยการเปิดเผยข้อมูลที่ตรวจสอบได้ผ่านสถาบันชั้นนำ:
Smart Factory Innovation: เทคโนโลยีขับเคลื่อนประสิทธิภาพสู่ผลลัพธ์ที่เหนือกว่า
เบื้องหลังตัวเลขที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ คือการยกระดับสู่ Smart Factory ผ่านการนำ AI, Machine Learning และ IoT มาใช้บริหารจัดการทรัพยากรแบบ Real-time เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างผลลัพธ์ที่เหนือกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
"Our Power" พลังแห่งความโปร่งใสสู่ห่วงโซ่คุณค่า
โอสถสภายังคงเดินหน้าส่งต่อความยั่งยืนสู่สังคม โดยถ่ายทอดวัฒนธรรมองค์กร ACT (Achievement, Consumer-focus, Teamwork) ให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้:
โอสถสภา ยืนหยัดในฐานะต้นแบบองค์กรไทยที่ยึดถือมาตรฐานระดับ World Class และความโปร่งใสของข้อมูลเป็นบรรทัดฐาน เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและคืนคุณค่ากลับสู่สังคมโลกอย่างแท้จริง