
Biz Focus Magazine เป็นนิตยสารรายเดือนที่ร่วมส่งเสริมนักธุรกิจ นักลงทุน และผู้ประกอบการภาคธุรกิจอุตสาหกรรม
ทั้งในและต่างประเทศ เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐ - เอกชน และนักลงทุน
+(662) 399-1388
editor@bizfocusmagazine.com
เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รุกอีสาน เปิด “เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส”
วางหมาก Regional Tech & Lifestyle Destination
เพาเวอร์บาย ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เร่งเครื่องขยายตลาดภาคอีสานต่อเนื่อง เปิดสาขาใหม่ “เพาเวอร์บาย เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส” เป็นสาขาที่ 3 ในจังหวัดขอนแก่น และสาขาที่ 16 ในภาคอีสาน ตอกย้ำยุทธศาสตร์ “Selective Expansion” มุ่งลงทุนในหัวเมืองเศรษฐกิจศักยภาพสูง พร้อมยกระดับโมเดลสาขาสู่ “Regional Tech & Lifestyle Destination” รองรับความต้องการผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาค

ปัจจัยที่เลือกขยายสาขาที่ “ขอนแก่น” เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีองค์ประกอบของ “เมืองเศรษฐกิจยุคใหม่” ครบทั้งด้านกำลังซื้อและศักยภาพการเติบโต โดยมี GPP สูงเป็นอันดับ 2 ของภาคอีสาน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ การศึกษา และการคมนาคมของภูมิภาค ควบคู่กับการขยายตัวของเมืองและโครงการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง มีฐานประชากรกว่า 1.8 ล้านคน และครอบคลุมจังหวัดโดยรอบกว่า 10 ล้านคน ส่งผลให้ขอนแก่นกลายเป็นหนึ่งใน Strategic Retail Market ที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่ม New Gen นักศึกษา บุคลากรทางการแพทย์ และครอบครัวเมือง ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการใช้ชีวิตมากขึ้น
นายสุวิณ โกษีอํานวย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เพาเวอร์บาย จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันไม่ได้วัดกันเพียงเรื่องสินค้า แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างประสบการณ์และเข้าถึงผู้บริโภคได้ตรงกับไลฟ์สไตล์ในแต่ละพื้นที่มากขึ้น เพาเวอร์บายจึงพัฒนา ‘เพาเวอร์บาย เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส’ ภายใต้แนวคิด ‘Regional Tech & Lifestyle Destination’ เพื่อยกระดับสาขาให้เป็นมากกว่าพื้นที่จำหน่ายสินค้า แต่เป็นศูนย์รวมเทคโนโลยีและโซลูชันการใช้ชีวิตยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในภูมิภาคอีสาน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดภูมิภาค ขับเคลื่อนผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
นอกจากนี้ เพาเวอร์บายยังจัดแคมเปญฉลองเปิดสาขาใหม่ “เพาเวอร์บาย เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส” ระหว่างวันที่ 20 พฤษภาคม – 17 มิถุนายน 2569 พบโปรโมชันพิเศษลดสูงสุด 50% พร้อมสิทธิพิเศษสมาชิก The 1, รับคูปองส่วนลดรวมมูลค่ากว่า 2,000 บาท จากพาร์ทเนอร์ที่ร่วมรายการ, โปรแกรมเก่าแลกใหม่รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 10,000 บาท, ผ่อน 0%,แลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 40,000 บาท ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ, ผ่อนนานสูงสุด 60 เดือน รวมถึงบริการจัดส่งและติดตั้งฟรี เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ และสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
เกี่ยวกับเซ็นทรัล รีเทล
บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “เซ็นทรัล รีเทล”) เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกรวมทั้งธุรกิจค้าส่งสินค้าหลากหลายประเภท ผ่านรูปแบบและช่องทางที่หลากหลาย (Multi-Format, Multi-Category Omnichannel Retail and Wholesale Platform) ในประเทศไทย และ ประเทศเวียดนาม บริษัทฯ มีเครือข่ายร้านค้าภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งทั้งหมด 3,723 ร้านค้า (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568) อาทิ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าเฉพาะทาง ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต พลาซ่า และการจำหน่ายสินค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์ม Omnichannel โดยธุรกิจของเซ็นทรัล รีเทล ครอบคลุมทั้งหมด 4 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ (1) กลุ่มฟู้ด มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค วัตถุดิบอาหาร รวมถึงสินค้าและบริการด้านสุขภาพคนและสัตว์เลี้ยงภายใต้แบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งต่าง ๆ เช่น ท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ ท็อปส์ ไฟน์ ฟู้ด ท็อปส์ เดลี่ ท็อปส์ แคร์ และโก โฮลเซลล์ ในประเทศไทย ส่วนประเทศเวียดนาม ได้แก่ โก ไฮเปอร์มาร์เก็ต (บิ๊กซี / GO!) ท็อปส์ มาร์เก็ต มินิ โก (go!) และ ลานชี มาร์ท (2) กลุ่มฮาร์ดไลน์ มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าตกแต่งและปรับปรุงบ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน หนังสือ และ e-Book ภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ไทวัสดุ ไทวัสดุ x บีเอ็นบี โฮม เพาเวอร์บาย ออฟฟิศเมท บีทูเอส เมพ และเหงียน คิม (3) กลุ่มแฟชั่น มุ่งเน้นการจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกาย และเครื่องประดับภายใต้แบรนด์ค้าปลีกต่าง ๆ เช่น ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต และ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป และ (4) กลุ่มพร็อพเพอร์ตี้ มุ่งเน้นการให้เช่าพื้นที่สำหรับร้านค้าของกลุ่มบริษัทฯ และร้านค้าและบริการของบุคคลภายนอก เช่น โรบินสันไลฟ์สไตล์ ท็อปส์ พลาซ่า และ บิ๊กซี / GO! เวียดนาม โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เซ็นทรัล รีเทล ดำเนินธุรกิจใน 2 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย ทั้งหมด 63 จังหวัด และ ประเทศเวียดนามทั้งหมด 26 จังหวัด
หมายเหตุ:
บริษัทฯ ได้ขายกิจการห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ในประเทศอิตาลี ตามมติของที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2568 (วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568) โดย ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันที่ธุรกรรมการขายกิจการเสร็จสมบูรณ์
ไฮเออร์ ประเทศไทย ประกาศ ‘BamBam’ นั่งแท่น Brand Ambassador ต่อเนื่องปีที่ 2
เสริมแกร่งภาพลักษณ์ Global No.1 Brand ผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลก

13 มีนาคม 2569 – ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวั
มร. ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด “ภาพรวมการดำเนิ
จากความสำเร็จดังกล่าวฯ ไฮเออร์จึงได้เดินหน้าประกาศความร่วมมือกับ BamBam ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ในฐานะ Brand Ambassador ประจำประเทศไทย เพื่อเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นและความผูกพันกับผู้บริโภคในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเป็นตัวแทนของความเป็น Global Star ที่สะท้อนภาพลักษณ์ Global No.1 Brand ของไฮเออร์ได้อย่างชัดเจน พร้อมถ่ายทอดความเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าพรีเมียมผ่านผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ตู้แช่ เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ ทีวี และเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งล้วนพัฒนาภายใต้แนวคิด Premium Brand ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และดีไซน์
“ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวคิด Scenario Brands และ Ecosystem Brands ของไฮเออร์ ที่มุ่งพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมยกระดับประสบการณ์การใช้งานของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับภาพลักษณ์ของ BamBam ในฐานะศิลปินระดับโลก และผู้นำความคิดสร้างสรรค์ ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก” มร. ต่ง เจี้ยนผิง กล่าวสรุป
...........................................................
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่
Facebook : Haier Thailand, Instagram : @haierthailand_official, X
(Twitter) : @ThailandHaier, YouTube : @HaierThailandOfficial,
TikTok : @haier_thailand และ Line OA : @haierthailand
หรือดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติ
CPL รับประกาศนียบัตรคาร์บอนฟุตพริ้นท์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL โดย ดร.กิติชัย วงษ์เจริญสิน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานคณะกรรมการพัฒนาความยั่งยืน รับมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) จาก ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) โดยบริษัทฯ ได้รับการรับรองต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
การได้รับการรับรองในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ บมจ.ซีพีแอล กรุ๊ป ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ และสร้างคุณค่าให้กับสังคมในระยะยาว
ปัจจุบัน บมจ.ซีพีแอล กรุ๊ป ประกอบธุรกิจ 3 ประเภทหลัก ได้แก่ การผลิตและจำหน่ายหนังสำเร็จรูป การรับจ้างฟอกหนัง และการผลิตและจำหน่ายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย (Safety Products) ที่รวมถึงการพัฒนาและทำตลาดเทคโนโลยีสมาร์ท เซนส์ (Smart Sense) เพื่อยกระดับโรงงานอุตสาหกรรมไปสู่สมาร์ท แฟคตอรี่ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีโอกาสและศักยภาพในการเติบโตตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก
*********************************
เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์โดย บริษัท ไอทูซี คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (ในนาม CPL)
มณีนิล วณิชไพจิตร์ (มีนา) PR Manager โทร. 090 945 4050 Email : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
EPG เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปีบัญชี 68/69 (ต.ค.-ธ.ค.68)
เติบโตแข็งแกร่ง กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 101%

ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG
ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์และพลาสติกแปรรูปชั้นนำของโลก เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 ปีบัญชี 68/69 (ต.ค.-ธ.ค.68) บริษัทมียอดขาย 3,323 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มียอดขาย 3,388 ล้านบาท หรือ ลดลง 2% แต่มีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 34.5% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 30 - 33% และ มีกำไรสุทธิที่ 336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากธุรกิจร่วมทุนในแอฟริกาใต้มีสภาพคล่องดีขึ้น อย่างไรก็ตามไตรมาสนี้ บริษัทได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สำหรับผลการดำเนินงานตาม 3 กลุ่มธุรกิจหลัก มีดังนี้
ธุรกิจฉนวนกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ Aeroflex มียอดขาย 1,041 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการสินค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนบ้าง ขณะที่ยอดขายลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องจากมีวันหยุดยาวในเดือนธันวาคม สำหรับสหรัฐอเมริกา ยอดขายของ Aeroflex USA Inc. เติบโตต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าฉนวนเกรดพรีเมียม รวมถึง Ultra Low Temperature Insulation และ Air Ducting System โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าโครงการในอุตสาหกรรม Semiconductor / Cloud / Data Center และยานยนต์ ซึ่งยังมีการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนตลาดในประเทศ ยอดขายของแอร์โรเฟลกซ์ทรงตัว สะท้อนภาคเอกชนที่ยังระมัดระวังการลงทุน อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในบางอุตสาหกรรม
แนวโน้มความต้องการสินค้าฉนวนยังเติบโตต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา มีโอกาสใหม่จากการลงทุนภาคอุตสาหกรรมตามกระแส Reshoring บริษัทมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มตลาดฉนวนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นและมีความต้องการสูงอย่างต่อเนื่อง

ธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ Aeroklas มียอดขาย 1,497 ล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และ ลดลงร้อยละ 10% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนการฟื้นตัวที่ยังล่าช้าของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย จากกำลังการผลิตและอุปสงค์ตลาดที่ชะลอตัว สำหรับแอร์โรคลาสการผลิตส่งให้แก่กลุ่มลูกค้า OEM ยังคงชะลอตามภาพรวมอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม Aeroklas ใช้ช่วงเวลาดังกล่าวปรับโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการฟื้นตัวของตลาดในระยะถัดไป ขณะที่ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะออสเตรเลียและยุโรป ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่กดดันการใช้จ่าย โดยตลาดยุโรปยังได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างต่อเนื่อง
สำหรับธุรกิจในออสเตรเลีย ยอดขายของ Aeroklas Asia Pacific Group Pty.,Ltd. (AAPG) ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน จากวันหยุดยาวในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม AAPG มุ่งเน้นการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด โดยต้นทุนมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง
ขณะที่ 4 Way Suspension Products Pty., Ltd. มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าใหม่ทั้งในตลาดออสเตรเลียและต่างประเทศ
Aeroklas ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนอย่างรัดกุมและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันภายใต้แรงกดดันของอุตสาหกรรมยานยนต์ในขณะนี้
ธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ EPP มียอดขาย 785 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และ เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากภาวะการแข่งขันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัท อีสเทิร์น โพลีแพค จำกัด มีจุดเด่นจากมาตรฐานต่าง ๆ เช่น มอก./ GMP/ HACCP/ BRC และ FSC (Forest Stewardship Council) จึงเป็นที่ไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมเลือกให้เป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก
บริษัทมีต้นทุนขายสินค้าที่ 2,176 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และลดลง 6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นอัตราการลดลงที่ช้ากว่าการลดลงของยอดขาย โดยบริษัทได้จัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่งผลิตเพื่อรักษาต้นทุนเฉลี่ยของวัตถุดิบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และจะยังคงมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนขายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างต่อเนื่อง ในไตรมาสนี้บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 828 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีบัญชีก่อน และลดลง 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยบริษัทดำเนินการปรับโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจในออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าว อยู่ในระยะเริ่มต้นและเริ่มเห็นผลในบางส่วนเท่านั้น โดยผลกระทบเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานโดยรวมยังอยู่ในวงจำกัด
บริษัทมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ 35 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้ ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐและแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์ออสเตรเลีย
นอกจากนี้ บริษัทได้รับส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่ 64 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการปรับตัวดีขึ้นของผลการดำเนินงานของ บริษัทร่วมในประเทศอินเดีย และประเทศจีน
ดร.เฉลียว กล่าวต่อว่า แม้ต้นทุนปัจจัยการผลิตบางส่วนมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในไตรมาส 4 ปีบัญชี 68/69 (ม.ค.-มี.ค.69) บริษัทมั่นใจว่ายังคงรักษาความสามารถในการทำกำไร และเดินหน้าสร้างการเติบโตให้เป็นไปตามแผนงาน ด้วยโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทิศทางการดำเนินงานที่ชัดเจน และการเพิ่มประสิทธิภาพในทุกมิติ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมั่นคงในปีบัญชี 68/69 ภายใต้นโยบาย ‘USE’ ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการแข่งขันและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG: ดำเนินธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) โดยมีธุรกิจหลักคือ ฉนวนยางกันความร้อน/เย็น ภายใต้แบรนด์ AEROFLEX ชิ้นส่วนอุปกรณ์และตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ AEROKLAS และบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม ภายใต้แบรนด์ EPP ทั้ง 3 ธุรกิจ ประสบความสำเร็จและเติบโตได้ด้วยนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ เป็นผู้นำทั้งตลาดในประเทศ และต่างประเทศ มีโรงงานรวมถึงเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ
ปุณณดา สงวนวงศ์ (โบว์) / วนิดา รักษ์กำเนิด (ดา)
โทร: 02-718-2621 มือถือ: 085-073-8383 / 095-804-6061
อีเมล์: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. / This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.