ฟีเจอร์การชำระเงินไร้สัมผัสใหม่ล่าสุดบนนาฬิกาข้อมือสมาร์ตวอทช์  GARMIN ช่วยให้ลูกค้าสะดวกในการชำระเงินได้ง่าย และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

สุริพงษ์ ตันติยานนท์  (3 จากซ้าย) ผู้จัดการวีซ่าประจำประเทศไทย และ ไกรรพ เหลืองอุทัย (3 จากขวา) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จีไอเอส จำกัด ตัวแทนจำหน่ายของ GARMIN ในประเทศไทย ร่วมกับสี่ธนาคารชั้นนำในประเทศไทย เปิดตัว GARMIN Pay ในประเทศไทย ฟีเจอร์การชำระเงินไร้สัมผัสใหม่ล่าสุดบนนาฬิกาข้อมือสมาร์ตวอทช์ GARMIN

วีซ่า บริษัทผู้ให้บริการด้านการชำระเงินในรูปแบบดิจิตอลระดับโลก และ GARMIN ร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำในประเทศไทย ประกาศเปิดตัว GARMIN Pay ในประเทศไทย ฟีเจอร์การชำระเงินไร้สัมผัสใหม่บนนาฬิกาข้อมือสมาร์ตวอทช์ GARMIN

ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ลูกค้าธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์  และบัตรกรุงไทย (เคทีซี) สามารถลงทะเบียนบัตรเครดิตหรือเดบิทของวีซ่าบนสมาร์ตวอทช์ได้ โดยลูกค้าธนาคารกรุงเทพจะสามารถเริ่มใช้บริการนี้ได้ในไตรมาสแรกของปี 2562 ที่จะถึงนี้ ฟีเจอร์นี้จะมอบประสบการณ์การชำระเงินไร้เงินสดรูปแบบใหม่ ที่เพิ่มความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นด้วยจุดรับชำระเงินไร้สัมผัสที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การรวมนวัตกรรมการชำระเงินและเทคโนโลยีในครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด

คุณสุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่าประจำประเทศไทย กล่าวว่า “วีซ่า ยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการเปิดบริการ GARMIN Pay ผ่านระบบการชำระเงินแบบไร้สัมผัสของวีซ่ากับนาฬิกาข้อมือสมาร์ตวอทช์ GARMIN ในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าการชำระเงินผ่านอุปกรณ์สวมใส่คืออนาคตของเทรนด์การชำระเงินที่จะช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ความสะดวก และความปลอดภัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มลูกค้าที่รักการออกกำลังกาย จากผลสำรวจ “Sweaty Money” ของวีซ่า[1] เผยว่า 57 เปอร์เซ็นต์ของคนที่ทำแบบสำรวจพกเงินสดหรือบัตรพลาสติกไปออกกำลังกายด้วย โดยพกไว้ในที่ที่ทำให้พวกเขารู้สึกไม่สะดวก และอึดอัด การเปิดให้บริการในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของวีซ่า ที่จะมอบประสบการณ์และนวัตกรรมการชำระเงินในหลากหลายรูปแบบให้กับผู้บริโภคชาวไทย”

นายไกรรพ เหลืองอุทัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท จีไอเอส จำกัด ตัวแทนจำหน่ายของ GARMIN ในประเทศไทย กล่าวว่า “GARMIN Pay คือฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดบนนาฬิกาข้อมือสมาร์ตวอทช์ของ GARMIN ด้วยขั้นตอนที่ง่ายและรวดเร็วลูกค้าก็สามารถลงทะเบียนบัตรเครดิตบนสมาร์ตวอทช์ของพวกเขาได้ เพียงเลือกบัตรเครดิตที่ต้องการใช้และใส่ข้อมูลบัตรลงในแอพพลิเคชั่น GARMIN Connect พร้อมรหัสเพื่อเสริมความปลอดภัย แค่นี้ลูกค้าทุกท่านก็สามารถใช้จ่ายด้วยการยื่นข้อมือไปยังเครื่องรับบัตรที่มีโลโก้ PayWave เพื่อซื้อสินค้าและบริการในร้านค้าที่รับการชำระเงินในรูปแบบไร้สัมผัสนี้ GARMIN Pay เลือกใช้ระบบรักษาความปลอดภัยแบบ Tokenization ผ่านเครือข่ายของการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลชั้นนำระดับโลกในการรักษาข้อมูลของผู้ถือบัตร ข้อมูลบัตรจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยบนชิฟของเครื่อง เพื่อไม่ให้ไวรัสหรือมัลแวร์เข้าถึงข้อมูลที่สำคัญได้ ในปัจจุบันนอกเหนือจากประเทศไทยแล้ว GARMIN Pay ยังเปิดให้บริการในอีก 22 ประเทศทั่วโลก” 

GARMIN Pay สามารถใช้ได้กับนาฬิกาข้อมือสมาร์ตวอทช์ GARMIN ซีรี่ย์ vivoactive 3 ซีรี่ย์ forerunner 645 และ ซีรี่ย์ fenix 5 plus โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการนี้บนเว็บไซต์ของ GARMIN ได้ที่ Garmin.co.th/Garmin-Pay

ฟีเจอร์การชำระเงินไร้สัมผัสใหม่ล่าสุดจาก วีซ่า บนนาฬิกาข้อมือสมาร์ตวอทช์ GARMIN

 

[1] ผลสำรวจ ”Sweaty Money” จัดทำโดย Wakefield ในนามของวีซ่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 โดยสอบถามจากกลุ่มคน 1,000 คนอายุ 18 ปีขึ้นไปในสหรัฐอเมริกา

อิออน ผนึก เจซีบี เปิดตัว “บัตรเครดิตอิออน เจ-พรีเมียร์ แพลทินัม” ให้คุณอินญี่ปุ่นกว่าใคร ด้วยสิทธิประโยชน์โดนใจทั่วไทยและญี่ปุ่น

นายคิโยะยะซึ อะซะนุมะ (ที่ 3 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และ นายนาโอยะ มิชิชิมะ (ที่ 3 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ร่วมเปิดตัวบัตรเครดิต อิออน เจ-พรีเมียร์ แพลทินัม ให้คุณอินญี่ปุ่นกว่าใคร กับสุดยอดสิทธิประโยชน์ทั้งกิน เที่ยว ช้อปปิ้งอย่างจุใจทั้งไทยและญี่ปุ่น

อิออน และ เจซีบี ผนึกกำลังเปิดตัว “บัตรเครดิตอิออน เจ-พรีเมียร์ แพลทินัม” เอาใจคนไทยชื่นชอบไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่น  ให้คุณอินญี่ปุ่นกว่าใคร ด้วยสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมทั้งกิน เที่ยว ช้อปปิ้ง อย่างจุใจทั้งไทยและญี่ปุ่น  ตั้งเป้า 1 ปี มียอดบัตร 100,000 ใบ

นายคิโยะยะซึ อะซะนุมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบัน อิออนให้ความสำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจบัตรเครดิตให้สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างครบวงจร โดยเฉพาะกลุ่มคนไทยที่ชื่นชอบความเป็นญี่ปุ่น ซึ่งยังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากข้อมูลขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (JNTO)[1] พบว่าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนปีนี้ มีคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศญี่ปุ่นถึง 606,665 คน ซึ่งเป็นจำนวนเกือบ 2 ใน 3 ของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ไปเยือนญี่ปุ่นในปี 2017 ที่มีจำนวนกว่า 1 ล้านคน

เพื่อตอกย้ำความเป็นพันธมิตรกันมาอย่างยาวนานระหว่าง อิออน และ เจซีบี ผู้ให้บริการบัตรเครดิตชั้นนำในประเทศญี่ปุ่น จึงได้ออกบัตรเครดิตใบใหม่ให้ลูกค้าได้สัมผัสสิทธิพิเศษตอบรับกับไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่นกับ “บัตรเครดิตอิออน เจ-พรีเมียร์ แพลทินัม” จัดเต็มสิทธิประโยชน์ที่ครอบคลุมกว่าใครทั้งให้ได้กิน เที่ยว ช้อปปิ้งอย่างจุใจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อัพความฟิน อินญี่ปุ่นกว่าใคร” สำหรับกลุ่มคนไทยที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่น กับลวดลายหน้าบัตรที่พิเศษกว่าใครด้วยแลนด์มาร์คสวยงาม สะท้อนถึงเอกลักษณ์แดนอาทิตย์อุทัยอย่างภูเขาไฟฟูจิและดอกซากุระ

“ด้วยความแข็งแกร่งของกลุ่มอิออน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่และบริษัทฯ ในเครือญี่ปุ่นที่ครอบคลุมธุรกิจหลากหลาย อาทิ ห้างสรรพสินค้าอิออน มอลล์, แม็กซ์แวลู, แม็กซ์แวลู ทันใจ และอิออน เพ็ทช็อป เป็นต้น ร่วมกับพันธมิตรรายใหญ่ในญี่ปุ่นที่จัดเต็มสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าอย่าง เจซีบี, เจทีบี, SOMPO   ซึ่งถือเป็นจุดแข็งในเชิงธุรกิจ ที่ทำให้ลูกค้าบัตรเครดิตอิออน เจ-พรีเมียร์ แพลทินัม ได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่เหนือระดับแตกต่างจากแบบเดิม ๆ  และสร้างความประทับใจกับทุกช่วงเวลาของชีวิตกับคนพิเศษ” นายคิโยะยะซึ กล่ามเพิ่มเติม

ด้านนายนาโอยะ มิชิชิมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า เรามีความรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือครั้งสำคัญอิออน อิออน ผู้นำด้านให้บริการสินเชื่อรายย่อย เพื่อมอบสิทธิประโยชน์อันหลากหลายและสะดวกสบายสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่น ซึ่งสอดรับเป็นอย่างดีกับกลยุทธ์การขยายฐานผู้ถือบัตรเจซีบีในประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายสำคัญ เราเชื่อมั่นว่าบริการเครือข่ายการชำระเงินที่ได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมกับความแข็งแกร่งของเครือข่ายอิออน จะสามารถมอบอิสระแห่งการใช้จ่าย และมอบประสบการณ์ในไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่นให้แก่ลูกค้าทุกคนได้อย่างยอดเยี่ยม

บัตรเครดิตอิออน เจ-พรีเมียร์ แพลทินัม โดดเด่นด้วยสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่สามารถเติมเต็มไลฟ์สไตล์แบบญี่ปุ่นได้อย่างครอบคลุมและตอบทุกโจทย์ของคนไทยหัวใจญี่ปุ่น กับเอกสิทธิ์ที่คัดสรรทั้ง 3 กลุ่ม คือ

อินญี่ปุ่นกว่าใคร...ด้วยส่วนลดและเงินคืนสูงสุด 18% เมื่อใช้จ่าย ณ AEON ญี่ปุ่น โซนห้างสรรพสินค้า, อุ่นใจทุกทริปเดินทางญี่ปุ่น ด้วยแผนประกันภัยการเดินทาง ไม่ต้องสำรองจ่ายสูงสุด 1 ล้านบาท, รับส่วนลดสูงสุด 20% จากร้านค้าในญี่ปุ่นที่ร่วมรายการ, รับส่วนลดและสิทธิประโยชน์จากร้านค้าพันธมิตร JA.CO.PA กว่า 1,000 แห่งทั่วญี่ปุ่น

ฟินทั่วไทย...จากส่วนลดและเงินคืนสูงสุด 12% ร้านอาหารที่ร่วมรายการกับเจซีบี, รับวนลดและเงินคืนสูงสุด 7% เมื่อใช้จ่าย ณ แม็กซ์แวลู, แม็กซ์แวลู ทันใจ, อิออน เพ็ทช็อป,    รับไมล์สะสมจากสายการบิน Japan Airlines และ Thai Airways ทุก 20 บาท = 1 คะแนน ทุก 2 คะแนน = 1 ไมล์สะสม, รับแผนประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทางสูงสุด 31 ล้านบาท

พิเศษยิ่งขึ้น… ลุ้น กิน เที่ยวญี่ปุ่นแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ตลอดปี รวม 50 รางวัล  มูลค่ารวม 10 ล้านบาท

เต็มที่กับเจซีบี...พบกับความสะดวกสบายจากบริการห้องพักรับรองพิเศษในสนามบินกว่า 50 แห่งในเอเชีย และยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ แจแปน, สิทธิพิเศษต่าง ๆ จากโรงแรมชื่อดังในญี่ปุ่นกว่า 7,500 แห่ง,  ส่วนลดร้านอาหารชื่อดัง รวมถึงลิ้มรสชาติอาหารต้นตำรับจากเชฟชื่อดังชาวญี่ปุ่น เป็นต้น

พบกับโปรโมชั่นฉลองเปิดตัวบัตรเครดิตเครดิตอิออน เจ-พรีเมียร์ แพลทินัม  เพียงสมัครและมียอดใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด รับกระเป๋าเดินทาง Anello Mini Suitcase 20 นิ้ว มูลค่า 5,990 บาท  หรือรับกระเป๋า Anello Regular Backpack สุดฮิต มูลค่า  2,490 บาท  ตั้งแต่ 9 พฤศจิกายน 2561 – 28 กุมภาพันธ์ 2562  สำหรับผู้สนใจสามารถสมัครบัตรเครดิตอิออน เจ-พรีเมียร์ แพลทินัม ที่สาขาอิออนทั่วประเทศหรือ www.aeon.co.th/j-premier

 

[1] อ้างอิงข้อมูลจาก www.jnto.go.jp/en/graph

เซ็นทรัลพัฒนา จับมือ ‘SMILEY’ เจ้าของไอคอน “รอยยิ้ม” ระดับโลก เนรมิต ‘Center of Life - Center of Happiness’
แลนด์มาร์กความสุขและเทศกาลของขวัญส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พร้อมจัดแคมเปญ ณ ศูนย์การค้าทั่วประเทศ

  • ทุ่ม 400 ล้านบาท จัดเต็มกับแลนด์มาร์กแห่งความสุขทั่วประเทศกับเหล่า Smiley
  • ชู Thailand Gift Festival ยกขบวนเทศกาลของขวัญนับล้านชิ้น
  • ลุ้น รางวัลมากมาย อาทิ ทริปล่าแสงเหนือที่ฟินแลนด์ ดินแดนแห่งความสุข และพบของรางวัล Smiley Collection รวมมูลค่ากว่า 170 ล้านบาท
  • พบ เมนูพิเศษ สินค้า Smiley จากแบรนด์ชั้นนำที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษและดาวน์โหลดฟรี Line Sticker ลาย Smiley ผ่านทาง Line Official Account : central Life
  • จัดขึ้นตั้งแต่ 16 พ.ย. 2561 - 7 ม.ค. 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา เซ็นทรัลเฟสติวัล และเซ็นทรัล ภูเก็ต

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ร่วมกับ พันธมิตรธุรกิจชั้นนำ ทุ่มงบ 400 ล้านบาท เนรมิต ‘Center of Life - Center of Happiness’ แลนด์มาร์กความสุขและเทศกาลของขวัญส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด  พร้อมจัดแคมเปญทั้ง 32 ศูนย์ฯ ทั่วประเทศ พิเศษสุดด้วยการดึงเอาไอคอนนิคคาแรคเตอร์ระดับโลก ‘Smiley’ มาสร้างความสุขและรอยยิ้มเต็มรูปแบบทั่วประเทศครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมการประดับไฟสุดตระการตา และเทศกาลของขวัญอย่างยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำศูนย์การค้าระดับโลก จัดเต็มกับโปรโมชั่นช้อปครบทุก 1,000 บาท รับ 1 สิทธิ์ ลุ้นทริปล่าแสงเหนือที่ฟินแลนด์, Huawei mate 20 และตั๋วเครื่องบินไป-กลับเส้นทางในประเทศจาก Bangkok Airways พร้อมของรางวัลอีกมากมาย จัดขึ้นตั้งแต่ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 – 7 มกราคม 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา เซ็นทรัลเฟสติวัล และเซ็นทรัล ภูเก็ต

คุณปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท  เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN กล่าวว่า  “ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยวิสัยทัศน์การสร้างศูนย์กลางการใช้ชีวิต (Center of Life) ศูนย์การค้าของซีพีเอ็นทั่วประเทศ ได้แก่ เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และ เซ็นทรัลเฟสติวัล เซ็นทรัล ภูเก็ต  เนรมิต ‘Center of Life - Center of Happiness’ แลนด์มาร์กความสุขและเทศกาลของขวัญส่งท้ายปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด  พร้อมจัดแคมเปญเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งมอบความสุขปลายปี และ เพื่อสร้างแลนด์มาร์กฉลองคริสต์มาสและปีใหม่สุดยิ่งใหญ่แห่งปีในทุกโลเคชั่นและจังหวัดทั่วทุกภูมิภาค โดยปีนี้มีความพิเศษสุดด้วยการดึงเอาไอคอนนิคคาแรคเตอร์ระดับโลก ‘Smiley’ มาสร้างความสุขและรอยยิ้มเต็มรูปแบบทั่วประเทศครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมการประดับไฟสุดตระการตา และเทศกาลของขวัญอย่างยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี อีกทั้ง เรามุ่งที่จะมอบประสบการณ์ใหม่ที่หลากหลายจึงทำให้การตกแต่งในปีนี้ของแต่ละศูนย์มีความแตกต่างกันตาม Brand Personality และ Brand Identity ของแต่ละศูนย์การค้า”

“สำหรับธีมของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (centralwOrld) ที่เป็นผู้นำแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ระดับโลกมาในคอนเซ็ป wOrld Of Happiness พบกับ Smiley ในดีไซน์ล้ำสมัย และครั้งแรกในเมืองไทยกับม้าหมุนคริสตัลขนาดยักษ์ ‘Swarovski Christmas Merry Go Round’ สูงกว่า 13 เมตร และงาน Christmas gifts curated by Vogue เป็นงานรวมของขวัญสุดพิเศษที่เลือกโดย Vogue รวมถึงพิธีเปิดไฟต้นคริสต์มาสที่ทุกคนรอคอย

สำหรับเซ็นทรัลพลาซา และ เซ็นทรัลเฟสติวัล ที่สร้างสรรค์ภายใต้คอนเซ็ปต์ Happy Smiley Celebration พบกับ Smiley สีทองขนาดยักษ์สูงกว่า 3 เมตร ร่วมด้วย Smiley Snow Globe และ Smiley Ferris Wheel เติมเต็มความสุขให้กับทุกครอบครัว ทุกเพศ ทุกวัย และ พร้อมเป็นสถานที่แห่งการฉลองเทศกาลส่งท้ายปีในทุกจังหวัด อาทิ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต  ครั้งแรกกับการแปลตัวอักษรรูป Smiley ไซส์ใหญ่จากเด็กๆกว่า 1,000 ชีวิต, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ กับการฉลองครบรอบ 3 ปี พบกับ Gold & Sparkling Christmas Garden และ Giant Christmas Tree สูง 15 เมตร และล่าสุดกับเซ็นทรัล ภูเก็ต แบรนด์ระดับเวิลด์คลาส จัดในคอนเซ็ปต์ “World’s Play Festival” ตระการตากับต้นคริสต์มาสและคาราวาน Ornament ขนาดยักษ์ พร้อมช้อปปิ้งในโซน Gift Yard และร่วมงานเคาท์ดาวน์สุดยิ่งใหญ่ Phuket International Countdown ที่จะทำให้ภูเก็ตเป็น World’s Countdown Destination อีกแห่งหนึ่งของไทย ทั้งหมดนี้ เชื่อว่าจะสร้างสีสันและความแปลกใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาร่วมเฉลิมฉลองในแต่ละจังหวัด และทั่วประเทศในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย ทั้งนี้คาดว่าแคมเปญนี้จะมีทราฟฟิกจะเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 20%”

มร.นิโคลาส์ ลูฟรานี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สไมลีย์เวิร์ล จำกัด “กล่าวว่า Smiley และ เซ็นทรัลพัฒนา ต่างก็มีวิสัยทัศน์เดียวกันในเรื่องของการมองโลกในแง่ดีและการส่งมอบความสุขให้กันและกัน ซึ่งสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์หลักของแคมเปญในครั้งนี้คือ การทำให้ทุกศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนาเป็นศูนย์รวมแห่งความสุขให้กับเหล่าบรรดานักท่องเที่ยว และนักช้อปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติในช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง นอกจากนั้นแคมเปญนี้ยังเป็นโอกาสดีที่ทั้งทาง Smiley และ เซ็นทรัลพัฒนา ร่วมจับมือกันเพื่อมอบประสบการณ์ความสุขแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนให้กับลูกค้าทุกเพศทุกวัย”

ดร. ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรายังได้จัดเทศกาลของขวัญกว่าล้านชิ้น หรือ Thailand Gift Festival ที่จัดมา เพื่อมอบเป็นของขวัญส่งท้ายปีให้กันและกัน นอกจากนี้เรายังได้ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจ บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน,บัตรเครดิตอิออน, บัตรเครดิตธนาคารออมสิน, บัตรเครดิตกสิกรไทย, บัตรเครดิต ไทยพาณิชย์,SCB EASY PAY(QR Code แม่มณี),บัตรมาสเตอร์การ์ด ,บัตรเอสโซ่ สไมล์ส (Line Connected with Smiles), Isuzu ,Huawei, Bangkok Airways จัดโปรโมชั่น ในทุกศูนย์ฯทั่วประเทศ  โดยเมื่อลูกค้าช้อปภายในศูนย์ฯครบ 1,000 บาท รับสิทธิ์ลุ้น ทริปล่าแสงเหนือ ที่ฟินแลนด์ จำนวน 5 รางวัล (รางวัลละ2 ที่นั่ง), HUAWEI MATE 20 จำนวน 20 รางวัล, ตั๋วเครื่องบินไป – กลับ เส้นทางในประเทศจาก Bangkok Airway  20 รางวัล (รางวัลละ2 ที่นั่ง)  และ โปรโมชั่นช้อปครบรับฟรี ของสมนาคุณ Smiley Collection มากมาย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล และของสมนาคุณดีไซน์พิเศษ ณ เซ็นทรัล ภูเก็ต พิเศษสำหรับลูกค้าพันธมิตรธุรกิจรับสิทธิ์ลุ้นรางวัล X3 และสิทธิพิเศษอื่นๆที่เหนือกว่า”

ดร. ณัฐกิตติ์ กล่าวถึงเทรนด์การตลาดในปี 2019 ว่า “ปัจจุบันนี้คนไทยนั้นใช้ชีวิตที่เชื่อมต่อกับระบบดิจิทัลตลอดเวลา เฉลี่ยวันละประมาณ 4-10 ชั่วโมง ซึ่งเทรนด์ชื่นชอบการแสดงออกทางตัวตนในโลกโซเชียลก็เพิ่มสูงขึ้นมาก เช่น คนส่วนใหญ่ชื่นชอบการออกมาถ่ายรูปกับแลนด์มาร์กคริสต์มาสในศูนย์การค้า และแชร์ภาพครอบครัวและลูกหลานผ่านทางช่องทางโซเชียล โดยเซ็นทรัลพัฒนามีศูนย์การค้า 32 สาขาทั่วประเทศ ที่สามารถตอบสนองความต้องการให้ผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม โดยในปี 2019 ทางเราเองก็จะนำโซเชียลมีเดียมาเชื่อมเข้ากับทุกกลุ่ม ในช่องทางสื่ออย่าง LINE สร้างคอนเทนท์ที่เป็นเรื่องราวน่าสนใจให้แชร์ข้อมูลได้กระชับให้ติด #Trend ประจำวัน เรายังได้ออกแบบสติ๊กเกอร์ลาย Smiley ดีไซน์พิเศษขึ้นมาผ่านทาง Line Official Account : central Life ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ตั้งแต่ วันที่ 27 พ.ย. – 27 ธ.ค. 61 เชื่อว่าจะทำให้ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นช่วงเวลาแห่งรอยยิ้มของทุกคนในครอบครัวอย่างแท้จริง”

พบกับแคมเปญและเทศกาลของขวัญที่ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ตอกย้ำความเป็นผู้นำศูนย์การค้าระดับโลก ด้วย คอนเซ็ปต์ Center of Life - Center of Happiness  ที่จะมาสร้างรอยยิ้ม สร้างเซอรไพรส์ และสร้างความตื่นตาตื่นใจ ในบรรยากาศเฉลิมฉลองต้อนรับปีใหม่ เพลิดเพลินกับการประดับไฟสุดระยิบระยับ  ได้ตั้งแต่ 16 พฤศจิกายน  2561 – 7  มกราคม 2562 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา เซ็นทรัลเฟสติวัล และ เซ็นทรัล ภูเก็ต สำหรับจังหวัดลำปางพบกันที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ร่วมฉลองครบรอบ 6 ปี ศูนย์การค้าฯ พร้อมกับเทศกาลคริสต์มาส และทั้งปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ในงาน “6th ANNIVERSARY & LIGHT UP CHRISTMAS TREE” ส่งความสุขสุดยิ่งใหญ่ กับเหล่า SMILEY สุดน่ารักมากมายกับบรรยากาศของต้นคริสต์มาสที่สูงสุดในลำปาง ความสูงกว่า 15 เมตร ตื่นตากับอุโมงค์ไฟรอยยิ้มยาวกว่า 10 เมตร และแสงสีของดวงไฟกว่าล้านดวงที่ตกแต่งทั่วทั้งศูนย์การค้าฯ พิเศษสนุกกับมินิคอนเสิร์ตจาก แก้ม วิชญาณี ในวันที่ 26 พ.ย. 61 เวลา 17.30 น. เป็นต้นไป ณ ลานร่ำเปิง หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง

เปิดประตูอภิมหาโครงการเมืองไอคอนสยาม สะกดทุกสายตาโลก
ร่วมภาคภูมิใจในศักยภาพคนไทย ณ เมืองแห่งความรุ่งโรจน์ ที่ซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดของไทยบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก

  • รวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ สร้างไอคอนสยามเป็น ‘เดสติเนชั่น’ ที่ไม่มีที่ใดเหมือน พลิกโฉมการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ด้วยคอนเซ็ปต์ Creating Shared Value และ Co-Creation ในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก
  • ตื่นตาตื่นใจกับ Global Iconic Stores ของเหล่าลักชัวรี่แบรนด์ชื่อดังของโลก เนรมิตอย่างวิจิตรตระการตาด้วยสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก
  • ครั้งแรกของแบรนด์ชื่อดังระดับแนวหน้าของโลก และของไทยกว่า 7,000 แบรนด์ ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ นำเสนอสินค้าสุดพิเศษ เฉพาะที่ไอคอนสยามเท่านั้น
  • เฉลิมฉลองด้วยโปรโมชั่นจัดเต็ม 9 พ.ย.2561 – 20 ม.ค.2562 ทุกการช้อปลุ้นรับของรางวัลมากมาย รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท และพิเศษสำหรับวันที่ 10 พ.ย.2561 ช้อปครบ 10,000 บาท รับคืนรวมสูงสุด 20,000 บาท

วันนี้ ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต มูลค่า 54,000 ล้านบาท เปิดประตูอภิมหาโครงการเมืองสัญลักษณ์แห่งความรุ่งโรจน์ของไทยริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งประกอบไปด้วยอาณาจักรศูนย์การค้าแห่งยุค 2 อาคาร คอนโดมิเนียมหรูสุดสง่างาม 2 อาคาร และ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม จารึกเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ โดยพลิกโฉมการพัฒนาโครงการที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ยิ่งใหญ่ ด้วยคอนเซ็ปต์ “Creating Shared Value” หรือการสร้างประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย และ “Co-Creation” หรือการร่วมกันรังสรรค์ อย่างเป็นรูปธรรม เต็มรูปแบบ ซึ่งเกิดขึ้นจริงแล้วในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก และจะเป็นโครงการที่ “สิ่งที่ดีที่สุดของไทยมาบรรจบกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก” โดยจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการรวมพลังหัวใจไทยและผู้มีฝีมือระดับโลก มาร่วมกันสร้างปรากฏการณ์บนแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อสะกดทุกสายตาโลก

นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามคือ ‘เดสติเนชั่น’ ที่เกิดจากการรวมพลังความคิดสร้างสรรค์ระดับชาติครั้งยิ่งใหญ่ จากหัวใจคนไทยหลายภาคส่วนผู้มีความรู้ความสามารถจากชุมชนทั่วประเทศ ภาคธุรกิจ ภาคราชการ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ จากหลายประเทศที่รักเมืองไทยรวมแล้วเป็นทีมผู้ร่วมสร้างสรรค์กว่า 1,000 คน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีความปรารถนาที่จะช่วยกันสร้างสัญลักษณ์ใหม่ให้เป็นตัวแทนจินตนาการแห่งยุค เสริมสร้างให้คนไทยภาคภูมิใจในความเป็นไทย และช่วยกันสืบทอดความงดงามของความเป็นไทยสู่ชนรุ่นหลัง อีกทั้งให้คนทั่วโลกที่มาเยือนรู้สึกหลงรักและประทับใจประเทศไทยมากยิ่งขึ้น”

นางชฎาทิพ กล่าวว่า “ไอคอนสยามถูกรังสรรค์ขึ้นจากปณิธานที่ต้องการเชิดชูเรื่องราวอันมีคุณค่าและเป็นความภาคภูมิใจ จากทุกมิติของความเป็นไทยที่มีอยู่ในชาติ นำเสนอในรูปแบบวิจิตรล้ำสมัย ซึ่งการเชิดชูอัตลักษณ์ไทยไม่เพียงสะท้อนออกมาที่การผนึกกำลังกับศิลปินของไทย และผู้มีฝีมือจากทั่วโลกสร้างสรรค์องค์ประกอบต่างๆ ของไอคอนสยามเท่านั้น แต่อีกสิ่งหนึ่งที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนไทยและถือเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ก็คือ การที่ผู้ประกอบการร้านค้าเหล่าแฟชั่นแบรนด์และลักชัวรี่แบรนด์ชื่อดังระดับโลกมีความเชื่อมั่น และมองเห็นคุณค่าความดีงามของความเป็นไทย จึงได้เข้าร่วมผนึกกำลังกับไอคอนสยาม ด้วยการคิดนอกกรอบและทำงานร่วมกับศิลปินไทยสร้างสรรค์ผลงานมาสเตอร์พีซ ที่จะเชิดชูอัตลักษณ์ไทยอย่างสง่างามภายในร้าน ทั้งการนำผ้าไหมไทย หรือวัสดุไทยต่างๆ มาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานหรือตกแต่งร้าน นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโลก”

“ไอคอนสยาม คือเมืองที่เป็นศูนย์รวมของความมหัศจรรย์อันหลากหลาย ทั้งศิลปะและวัฒนธรรม ผสมผสานรวมอยู่กับที่สุดของการช้อปปิ้งและความบันเทิง โดยการผนึกกำลังพันธมิตรองค์กรธุรกิจทั้งใหญ่และเล็กทุกขนาดและหลากหลายรูปแบบธุรกิจ รวมไปถึงผู้คนจำนวนมากจากนานาสาขาอาชีพที่มีความปรารถนา จะสร้างสถานที่ที่บอกเล่าหลากหลายเรื่องราวของความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ผสมกับสิ่งที่ดีในมิติต่างๆ จากทุกมุมโลก รวมพลังสร้างสรรค์สัญลักษณ์ใหม่ที่จะกลายเป็นมหาปรากฏการณ์ที่ประสานประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย แผ่กระจายความรุ่งเรืองไปทั่วทั้งในระดับชุมชน สังคม และประเทศ ซึ่งเป็นแนวคิดการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ที่มุ่งเน้นการสานประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ซึ่งไอคอนสยามได้ทำให้เกิดขึ้นจริงแล้ว และในสเกลที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ใดมาก่อนในโลก” นางชฎาทิพ กล่าว

ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงการใช้แนวคิดการทำธุรกิจในโลกยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นสานประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน คือ 7 สิ่งมหัศจรรย์ของไอคอนสยาม ได้แก่

ไอคอนสยาม อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคต

  1. River ParkCommunity Space ขนาดใหญ่ริมน้ำ เพื่อการใช้สอยทุกวันของชุมชน ต่อยอดจากโลเคชั่นที่ได้เปรียบในเรื่องของทัศนียภาพที่สวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยา มาสู่การสร้างพื้นที่ Community Space ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาขนาดใหญ่กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่ไม่เคยมีมาก่อน เปิดให้สาธารณชนเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ทุกวัน เป็นการเอื้อประโยชน์กับผู้คนในชุมชนโดยรอบ และผู้คนจากที่ต่างๆ ที่รักและชื่นชอบบรรยากาศแม่น้ำเจ้าพระยา
  1. ระบำสายน้ำที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  -- ‘ICONIC Multimedia Water Features’ จะเป็น Iconic Attraction ระดับโลก ที่ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ และประเทศไทย สร้างความแข็งแกร่งของกรุงเทพฯ เทียบชั้นมหานครอื่นๆ ทั่วโลก เช่น London Eye ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ Botanic Garden ที่ Marina Bay Sand ประเทศสิงคโปร์ เป็นต้น โดยจะช่วยจุดประกายการท่องเที่ยวให้กับทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเป็นปรากฏการณ์
  1. สุขสยาม เมืองมหัศจรรย์ที่เป็น Co-Creation Space ครั้งแรกในประเทศไทยกับการผนึกกำลังสร้างสรรค์จากชุมชนท้องถิ่น 77 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมสร้าง Platform ธุรกิจ และพื้นที่เชิงวัฒนธรรม โดยสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งของผู้ประกอบการรายย่อยจากชุมชนระดับท้องถิ่นจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศ วิสาหกิจท้องถิ่น ศิลปินตัวจริงจากทุกภาค องค์กรภาครัฐ ช่วยกันสร้างเมืองที่นำเสนอสินค้ายอดนิยมและวัฒนธรรมที่เป็นความภาคภูมิใจของทุกจังหวัด เป็น Platform ต่อยอดการพัฒนาสินค้า เรียนรู้กลไกการค้าปลีกและค้าส่ง สู่ต่างประเทศ การตลาดรูปแบบใหม่อย่างครบวงจร ถือเป็น Commercial Ecosystem ที่มีการบริหารจัดการสินค้าโดยมีผู้เกี่ยวข้องทั่วประเทศและผู้ได้รับประโยชน์ในวงกว้าง สร้างงานสร้างรายได้และนำเสนอคุณค่าของสิ่งขึ้นชื่อของประเทศไทยอย่างเข้าถึงใจคน
  1. ทรูไอคอนฮอลล์ – ศูนย์ประชุมนวัตกรรมล้ำยุค ที่จะส่งต่อธุรกิจเป็นวงกว้างให้แก่ผู้ประกอบการทั้งแม่น้ำ และส่งเสริมอุตสาหกรรม MICE ของประเทศไทย โดยเป็นศูนย์ประชุมมาตรฐานสากลพร้อมนวัตกรรมล้ำยุคแห่งแรกในประเทศไทย ที่สามารถรองรับการจัดงานประชุมระดับชาติ และจัดแสดงโชว์ที่มีชื่อเสียง และงาน MICE ระดับโลกได้ จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้กรุงเทพฯ และประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ สนับสนุนอุตสาหกรรม MICE ของประเทศได้ อีกทั้งยังส่งต่อธุรกิจ กระจายผลประโยชน์ไปถึงกลุ่มธุรกิจริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด โดยจะเปิดในเดือนกรกฎาคม 2562
  1. รถไฟฟ้าสายสีทอง – ส่งเสริมการพัฒนาเมืองที่เชื่อมต่อการคมนาคม รถ-ราง-เรือ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและศักยภาพเศรษฐกิจในวงกว้าง นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่เอกชนผู้พัฒนาโครงการใหญ่ สนับสนุนการสร้างระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเพื่อช่วยลดปัญหาการจราจร ซึ่งที่จริงแล้วเป็นวิถีปฏิบัติของการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ในหลายประเทศ นอกจากนี้ไอคอนสยามยังสร้างท่าเรือขนาดใหญ่ถึง 4 ท่าในโครงการเพื่อเชื่อมโยงการสัญจรทาง รถ ราง เรือ เข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบ อำนวยความสะดวกให้กับผู้คนจำนวนมาก เพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนที่อาศัยอยู่แนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ดียิ่งขึ้น
  1. พิพิธภัณฑ์ระดับโลก ริเวอร์ มิวเซียม แบงค็อกCultural Space in Commercial Project พื้นที่องค์ความรู้ให้สาธารณชนเรียนรู้และเข้าถึงศิลปะระดับโลกจากประเทศต่างๆ ได้ในชีวิตประจำวัน การสร้างพื้นที่พิพิธภัณฑ์มาตรฐานสากลครั้งแรกในเมืองไทย ที่สามารถรองรับการจัดแสดงงานศิลปะล้ำค่าจากทั่วโลกที่จะหมุนเวียนมาจัดแสดงได้ จะเป็นพื้นที่ Cultural Space ที่ทำให้ผู้คนเข้าถึงและเรียนรู้งานศิลปะจากทั่วโลกได้ง่ายขึ้น เป็นพื้นที่เชิงศิลปะวัฒนธรรมที่สร้างคุณค่าให้แก่สังคม โดยจะเปิดในเดือนกรกฎาคม 2562
  1. ปรากฏการณ์รวมโลกในรอยไทยรวมผลงานอันยอดเยี่ยมของศิลปินทุกแขนงกว่า 100 คน ตั้งแต่ศิลปินท้องถิ่นจากทุกภาคของไทย ไปจนถึงศิลปินแห่งชาติ รวมทั้งศิลปินระดับโลกจากหลายประเทศ มาร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกเพื่อไอคอนสยามโดยเฉพาะ ซึ่งไม่เคยปรากฎที่ไหนมาก่อนใน Commercial Project ในประเทศไทย นับเป็นการต่อยอดความสำเร็จของวงการศิลปะไทยสู่เวทีโลก อาทิ เสาจิตรกรรมจากสี่ภาคของไทย โดยศิลปินตัวจริงจาก 4 ภาค คุณทรงเดช ทิพย์ทอง, คุณมีชัย สุวรรณสาร ,คุณอนุชา อุ่นช่วง, คุณเป็นไท สว่างศรี ออกแบบลวดลายวิจิตรบรรจง แสดงถึงเอกลักษณ์เฉพาะ วิถีชีวิต วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของแต่ละภาค รูปปั้นผีตาโขน โดย คุณจิระ จิระประวัติ ณ อยุธยา ศิลปินและนักออกแบบชื่อดัง สะท้อนเอกลักษณ์ของศิลปะภาคอีสานที่สนุกสนาน สร้างสรรค์ จัดจ้านทางอารมณ์ ประทีปต้นผึ้ง โดย คุณกฤตพงศ์ แจ่มจันทร์ เจ้าของรางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตฯ การประกวดแจกันประดิษฐ์ดอกไม้สด ซึ่งประทีปแสดงถึงความเคารพสูงสุดของชาวล้านนา หนังตะลุง โดย คุณวาที ทรัพย์สิน ทายาทครูหนังตะลุง สุชาติ ทรัพย์สิน ศิลปินแห่งชาติ นำเสนอตัวตะลุงที่มีเอกลักษณ์ดั้งเดิม ในรูปแบบแปลกใหม่ ร่วมกับศิลปินแห่งชาติหลากหลายสาขา อาทิ อาจารย์ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ สาขาย่อยการจิตรกรรม สร้างสรรค์งานจิตรกรรมวิจิตรบรรจงทรงคุณค่าบนโครงสร้างเสาสูง 16 เมตร 4 ต้น อาจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์ ศิลปินชั้นครูร่วมสมัยสร้างประติมากรรมใน commercial Space ครั้งแรก เนรมิตเสาแห่งมงคล ขนาดใหญ่ 8 ต้นตระการตาด้วยศิลปะงานพิมพ์และซิลค์สกรีน รวมถึงงานของศิลปินแห่งชาติสาขาดนตรี ซึ่งแต่งเพลงให้ไอคอนสยามโดยเฉพาะ และงานภาพถ่ายจากศิลปินแห่งชาติจำนวนกว่า 400 ภาพ นอกจากนี้ยังมีศิลปินต่างชาติที่มีชื่อเสียงได้มาสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับศิลปินไทย ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทยที่สามารถรวบรวมงานของทั้งศิลปินไทย และศิลปินต่างชาติทั่วโลกมาไว้ได้มากที่สุด

นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามเปิดประตูอภิมหาโครงการเมือง ด้วยความมหัศจรรย์ที่เป็น ‘ที่สุด’ และ ‘ครั้งแรก’ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทยมากมาย โดยเหล่าแบรนด์ดังที่เป็นสุดยอดความหรูหราระดับโลกจำนวนหนึ่งจะตั้งอยู่ในอาคารไอคอนลักซ์ (ICONLUXE) ซึ่งมีพื้นที่ 25,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอาคารอาณาจักรศูนย์การค้าที่ล้ำเลิศแห่งยุค และเป็นสัญลักษณ์แห่งความวิจิตรตระการตาที่จะกลายเป็นปรากฏการณ์ในฐานะศูนย์กลางความหรูหราระดับโลก โดดเด่นทั้งสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก โดยจะเป็นอาคารกระจกโครงสร้างไร้เสาที่ยาวที่สุดในโลก รูปทรงคล้ายกระทงแก้ว สร้างสรรค์ขึ้นอย่างวิจิตรงดงามให้เป็นสัญลักษณ์ใหม่บนแม่น้ำเจ้าพระยา และการรวบรวมสุดยอดแบรนด์ลักชัวรี่ชื่อดังจากทั่วโลกมาเนรมิตร้านแฟลกชิฟสโตร์ในรูปแบบ Global ICONIC Store ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งรวมถึงคอนเซ็ปต์ Icons within Icon ที่ไอคอนสยามได้รังสรรค์ให้ลักชัวรี่แบรนด์มีคฤหาสน์ของตนเองในรูปแบบ Duplex Mansion อยู่ภายในอาคารไอคอนลักซ์อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ และนอกจากนั้น ยังเป็นครั้งแรกของแบรนด์ชื่อดังระดับแนวหน้าของโลก และของไทยกว่า 7,000 แบรนด์ ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่ นำเสนอสินค้าสุดพิเศษ เฉพาะที่ไอคอนสยามเท่านั้น”

นายสุพจน์ กล่าวว่า “เพื่อให้ไอคอนสยามเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของประเทศไทย ที่นำเสนอความแปลกใหม่อย่างมีอัตลักษณ์โดดเด่น เราได้ทำงานลงลึกในรายละเอียดร่วมกับผู้ประกอบการร้านค้าตั้งแต่สุดยอดแบรนด์ของไทย ไปจนถึงลักชัวรี่แบรนด์จากต่างประเทศ ให้แต่ละร้านนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวความเป็นมา จนถึงแนวคิดและนวัตกรรมโดยเชื่อมโยงกับการออกแบบร้าน เพื่อให้ไอคอนสยามเป็นโครงการแรกที่ทำ Story Telling ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจได้อย่างเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งหลายแบรนด์ดังระดับโลกให้ความเชื่อมั่นในไอคอนสยาม โดยร่วมกันคิดสร้างสรรค์สิ่งพิเศษที่จะเกิดขึ้นภายในร้านของเขาเฉพาะที่สาขาไอคอนสยามเท่านั้น สร้างเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างมีคุณค่าให้แก่ผู้มาเยือน”

ไฮไลท์แบรนด์และสโตร์ที่เป็นปรากฏการณ์ ‘ที่สุด’ และ ‘ครั้งแรก’ อาทิ สยาม ทาคาชิมายะ โดยทาคาชิมายะห้างสรรพสินค้าระดับตำนานที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากประเทศญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกในประเทศไทยบนพื้นที่ขนาด 36,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 7 ชั้น ครบครันไปด้วยสินค้าที่หลากหลายสำหรับทุกเพศทุกวัย ทั้งหมดกว่า 500 แบรนด์ ในจำนวนนี้ เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นชื่อดังมากถึง 180 แบรนด์ และมีกว่า 80 แบรนด์ เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นครั้งแรก, Apple Store แห่งแรกในประเทศไทย

ซึ่งจะเป็นจุดศูนย์รวมให้ผู้คนมาแลกเปลี่ยนความคิด เรียนรู้ และสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ไปด้วยกัน และจะเป็นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับคนในชุมชน ที่สำคัญ Apple ICONISAM ไม่ได้เป็นแค่ร้าน เพราะมีการเตรียมกิจกรรมที่น่าสนใจเอาไว้มากมาย ตั้งแต่โปรแกรมที่จะสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ไปจนถึงเซสชั่นแบบลงมือปฏิบัติจริง, @Cosme ร้านสเปเชียลตี้สโตร์เครื่องสำอางที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เปิดสาขาแรกในประเทศไทย บนพื้นที่มากกว่า 300 ตารางเมตร, H&M เปิดสโตร์ในรูปแบบอาคารของตัวเอง Triplex Store 3 ชั้นสุดอลังการเป็นครั้งแรก, Urban Revivo แห่งแรกในประเทศไทย, JD Sports ร้านมิลติแบรนด์สปอร์แฟชั่นชื่อดังระดับโลก สาขาแรกในประเทศไทย, Nike Kicks Lounge แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนพื้นที่มากว่า 210 ตารางเมตร นำเสนอสินค้าที่แตกต่างจาก Nike Store อื่นๆ, Adidas Original Store ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย, ICONACTIVE พื้นที่สำหรับที่สุดของไลฟ์สไตล์ที่เป็นมากกว่าสปอร์ตแฟชั่น ครั้งแรกในประเทศไทย พื้นที่กว่า 1,350 ตารางเมตรนำเสนอเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย แอคเซสเซอรี่ แบรนด์ดังจากทั่วโลกกว่า 40 แบรนด์, และ Jumbo Seafood ร้านอาหารซีฟู้ดชื่อดังจากสิงคโปร์ สาขาแรกในประเทศไทย

ไอคอนคราฟต์ พื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร ที่เนรมิตขึ้นเป็นพิเศษในไอคอนสยาม เพื่อนำเสนอคุณค่าความเป็นไทยสู่ทุกสายตาทั่วโลก ด้วยการรวบรวมงาน นวัตศิลป์และงานคราฟต์แบบร่วมสมัยหลากหลายประเภทของคนไทยมาไว้ในที่เดียว เปิดโอกาสให้ช่างฝีมือไทยได้ต่อยอดความสามารถ เพิ่มคุณค่าในผลงาน ตลอดจนเพิ่มโอกาสและเพิ่มพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายผลงานของตน ในโครงการที่จะเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

นอกจากนั้น ยังมีอาณาจักรยนตรกรรมระดับพรีเมียมลักชัวรี่ ที่รวบรวมสุดยอดยานยนต์เทคโนโลยีล้ำสมัย และประสบการณ์ที่แปลกใหม่ เหนือระดับจากหลากหลายค่ายดัง ไม่ว่าจะเป็น Rolls-Royce, Maserati, Mini และ BMW Motorrad, Porsche, และ Toyota โดยเฉพาะ , BMW ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ในการชมรถยนต์ครั้งแรกในเอเชีย ด้วยเทคโนโลยี VR หรือเวอร์ชวลเรียลลิตี้ แสดงภาพรถเสมือนจริงผ่านแว่นแบบพิเศษ ให้คุณสามารถเดินชมรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูได้รอบคัน เปลี่ยนสีตัวถัง กำหนดออปชั่น เปิดประตูเข้าไปดูในห้องโดยสาร ทดลองใช้ฟีเจอร์ต่างๆ หรือเปลี่ยนฉากเป็นกลางวันหรือกลางคืนก็สามารถทำได้

“มหาปรากฏการณ์งานเปิดเมืองไอคอนสยาม’ วันที่ 9-11 พฤศจิกายนนี้ เป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญและเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้วยการรวมพลังหัวใจไทยสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่บนแม่น้ำเจ้าพระยาให้สะกดทุกสายตาโลก โดยจะมีการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ และกิจกรรม การแสดงระดับประเทศและระดับโลกเกิดขึ้นมากมายครอบคลุมทุกพื้นที่ของไอคอนสยาม และเพื่อร่วมเฉลิมฉลองการจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ นอกจากกิจกรรมการแสดงครั้งประวัติศาสตร์มากมายแล้ว ไอคอนสยามยังมอบโปรโมชั่นแบบจัดเต็ม โดยตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2561 – 20 ม.ค. 2562 ทุกการช้อปจะได้รับของรางวัลมากมาย รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท อาทิ ช้อปครบ 5,000 บาทขึ้นไป รับเคสโทรศัพท์มือถือลายพิเศษ, ช้อปครบ 20,000 บาท รับ Siam Gift Card มูลค่า 500 บาท ไปจนถึงช้อปครบ 1,000,000 บาท รับ Siam Gift Card มูลค่า 50,000 บาท และพิเศษสำหรับวันที่ 10 พ.ย. 2561 ช้อปครบ 10,000 บาทขึ้นไป รับ Siam Gift Card มูลค่าสูงสุด 10,000 บาททันที และหากชำระผ่านบัตรเครดิตวันสยาม-กสิกรไทย ด้วย จะได้รับ เครดิตเงินคืน สูงสุด 10,000 บาทเพิ่มอีก รวมรับคืนสูงสุด 20,000 บาท นอกจากนั้นยังมีโปรโมชั่นอื่นๆ อีกมากมายร่วมกับบัตรเครดิตและพาร์ทเนอร์ต่างๆ ได้แก่ บัตรเครดิตวันสยาม-กสิกรไทย บัตรเครดิตกสิกรไทย บัตรเครดิตไทยพาณิชย์ บัตรเครดิตซิตี้ บัตรเครดิตธนาคารออมสิน บัตรเครดิตกรุงศรี ทรูยู และทรูมันนี่ ” นายสุพจน์ กล่าว

นายวิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ผู้พัฒนาโครงการที่พักอาศัยสุดหรู 2 อาคาร ภายในโครงการไอคอนสยาม กล่าวว่า แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟร้อนท์ เรสซิเดนซ์เป็นคอนโดมิเนียมที่พักอาศัยคุณภาพเหนือระดับที่หรูหราที่สุดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สูง 70 ชั้น จำนวน 379 ยูนิต ขณะนี้เสร็จสมบูรณ์ไปแล้วกว่า 90% และ เดอะ เรสซิเดนซ์ แอท แมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรี่แบรนด์ ‘แมนดาริน โอเรียนเต็ล’ แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแห่งที่ 14 ของโลกความสูง 52 ชั้น จำนวน 146 ยูนิต ขณะนี้เสร็จสมบูรณ์ไปแล้วกว่า 85% โดยทั้ง 2 โครงการได้สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ในฐานะโครงการที่พักอาศัยที่มีมาตรฐานเทียบชั้นโครงการที่พักอาศัยที่ดีที่สุดในต่างประเทศ เทียบเท่าที่พักอาศัยในมหานครชั้นนำอย่างนิวยอร์ค ลอนดอน โตเกียว และเซี่ยงไฮ้ พร้อมสร้างสถิติใหม่เป็นโครงการที่พักอาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีราคาสูงที่สุดคุ้มค่ากับการลงทุนและอยู่อาศัย โดยมีราคาเริ่มต้น 85 ล้านบาท สำหรับคอนโด 2 ห้องนอน และห้องเพนท์เฮ้าส์ โดยห้องชุดที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่ใช้สอยรวม 707 ตารางเมตร ซึ่งมีราคาราวๆ 460 ล้านบาท”

 

McDonald's Exclusive Campaign only at CPN

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ McDonald's จัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ “McDonald's Exclusive Campaign only at CPN” อิ่มครบกับชุดแมคสไปซี่ ชิกเกน เบอร์เกอร์ (เฟรนช์ฟรายส์ขนาดกลาง และ โค้ก 16 oz.) ในราคาเพียง 99 บาท จากราคาปกติ 206 บาท พร้อมรับสิทธิ์แลกซื้อแมคนักเก็ตในราคาลด 50% เมื่อซื้อชุดดังกล่าว โปรดีๆนี้เริ่มตั้งแต่วันนี้ - 23 ธันวาคม 2561 ที่แมคโดนัลด์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง และอีก 20 สาขาที่เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซา และเซ็นทรัลเฟสติวัล ทั่วประเทศ

สอบถามรายละเอียดกิจกรรมความสนุกที่ เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 หรือ FB,IG,Line : CentralPlaza Lampang โทร.0-54-010-555 ต่อ 0

#McDonaldsExclusiveCampaignonlyatCPN #CPN #McDonalds
#CentralPlazLampang