then
January 28, 2022

Frank.co.th มอบคูปองนั่งรถ Grab ฟรี ระหว่างซ่อม เป็นรายแรกของเมืองไทย

นายฮัรเปรม ดูวา (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท แฟรงค์ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด หรือผู้ให้บริการ Frank.co.th ร่วมกับนายวีร์ จารุนันท์ศิริ (ที่ 2 จากขวา) ที่ปรึกษาอาวุโสฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ แกร็บ ประเทศไทย เปิดตัวบริการ คูปอง Grab ใช้ระหว่างซ่อมเป็นรายแรกของเมืองไทย บริการใหม่เอาใจลูกค้าใหม่ที่ซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 จากแฟรงค์ อินชัวรันส์ สำหรับรถยนต์ประกันชั้น 1 ที่ประสบอุบัติเหตุไม่สามารถขับเคลื่อนได้ โดยเป็นบริการให้คูปองรถใช้ระหว่างซ่อมมูลค่า 2,000 บาท มีอายุการใช้งาน 1 เดือน ช่วยเติมเต็มความอุ่นใจหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นบนท้องถนน ซึ่งสามารถเบิกเคลมคูปองนั่งรถฟรีแบบมีคนขับโดยใช้งานผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที เพียงส่งเอกสารเบิกเคลมอุบัติเหตุจากบริษัทฯ ประกัน พร้อมกับภาพถ่ายบัตรประชาชน หรือสำเนา ส่งตรงเข้ามาที่ไลน์แอด @frank.co.th หรืออีเมล This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ตอกย้ำฐานะผู้นำด้านการให้บริการประกันออนไลน์ของเมืองไทยด้านบริการที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ frank.co.th

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย (ที่ 2 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด พร้อมด้วย นางสาวจารุภัทร ทองลงยา (ขวา) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดการลงทุนตราสารทุน และ นางสาวนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มจัดสรรสินทรัพย์และกองทุนต่างประเทศ ร่วมให้ความรู้ในงานสัมมนาคุยเฟื่องเรื่องลงทุน หัวข้อ "ผ่าเศรษฐกิจ พิชิตลงทุน" เพื่อให้ความรู้ด้านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักลงทุนให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ โรงแรมดิ โอกุระ เพรจทีจ กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

วงการบริการรับชำระบิล (Payment Service) ร้อนระอุ
เซ็นเพย์ต่อเวลาโปรแรงจ่ายบิลเติมเงินลุ้นแสนทุกเดือนถึง กุมภาพันธ์ ศกหน้า

นายพีรกร จำปาเงิน ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเซ็นเพย์ เซ็นทรัลกรุ๊ป และ นาย ฌาน ชานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ได้ร่วมกันแจกรางวัลเป็น แสนที่หก ของปีนี้ ให้กับ น.ส.ชญาธร ธนาวัชรภากุล ผู้โชคดี ที่ได้รับรางวัลบัตรกำนัล มูลค่า 100,000 บาท จากการจ่ายบิลค่าไฟฟ้าที่ เคาน์เตอร์แคชเชียร์ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ในแคมเปญจ่ายบิลลุ้นรวย เติมเงินลุ้นล้าน  เซ็นเพย์ เฮ! ลุ้นโชค ปีที่ 2  เพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ เติมเงิน เติมเกม เติมอีซี่พาส หรือจ่ายบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าปรับจราจร ค่าประกันสังคมมาตรา 30/40 และบิลอื่นๆอีกกว่า 200 รายการ ผ่านบริการเซ็นเพย์ ที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์แฟมิลี่มาร์ท ท็อปส์ เซ็นทรัล โรบินสัน และอื่นๆในเครือเซ็นทรัล จะได้ลุ้นรางวัลทุกเดือนจนถึง กุมภาพันธ์ ศกหน้า โดยจะประกาศรางวัลทุกวันที่ 5 ของเดือน ผ่านทาง www.facebook.com/CenPayatCentralGroup/

เคทีซีรุกโค้งท้ายของปี เปิดแคมเปญกระตุ้นสมาชิก “เคทีซี พราว”
“ลดภาระค่าใช้จ่าย กับโปรฯ เหมาๆ แค่ 199 บาท”

นางสาวพิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้อำนวยการ – ธุรกิจสินเชื่อบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จัดแคมเปญพิเศษ “ลดภาระค่าใช้จ่าย กับโปรฯ เหมาๆ แค่ 199 บาท” ให้กับผู้บริโภคที่มีความจำเป็นด้านการเงินและต้องการสมัครสินเชื่อพร้อมใช้ “เคทีซี พราว” เน้นให้สมาชิกเข้าใจง่าย ไม่ต้องเสียเวลาคิดคำนวณดอกเบี้ยฯ ไม่ว่าจะใช้สินเชื่อเท่าใดก็จ่ายดอกเบี้ยฯ เพียง 199 บาทต่อรอบบัญชี เมื่อสมัครและได้รับการอนุมัติระหว่างวันที่ 1 กันยายน – 31 ธันวาคม 2561 และมีการเบิกถอนเงินสดอย่างน้อย 1 ครั้ง ในรอบบัญชีที่ต้องการรับสิทธิประโยชน์ (สิทธิ์ส่วนลดดอกเบี้ยฯ สูงสุด 2 รอบบัญชีแรก นับจากวันอนุมัติ) โดยลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ผ่าน 2 ช่องทาง 1) SMS พิมพ์ PM เว้นวรรค ตามด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และส่งไปที่ 061-384-5000 หรือ 2) เว็บไซต์ www.ktc.co.th/proudmao199 ภายในวันที่ 15 มกราคม 2562

คุณสมบัติของผู้สมัครบัตร “เคทีซี พราว” จะต้องมีสัญชาติไทย อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเป็นพนักงานของบริษัทเอกชน หน่วยงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ที่มีรายได้ประจำขั้นต่ำ 12,000 บาทต่อเดือน และมีอายุงานในสถานที่ทำงานปัจจุบันอย่างน้อย 4 เดือน โดยสามารถสมัครได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02 123 5000 กด 6 กด 2 “บัตร “เคทีซี พราว” โดดเด่นด้วย 2 คุณสมบัติการใช้งานหลัก คือ 1) เบิกถอนเงินสดโดยไม่มีค่าธรรมเนียมผ่านตู้เอทีเอ็มทุกเครื่องทั่วประเทศ หรือทำรายการผ่านช่องทางออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่ โมบายแอปพลิเคชั่น “TapKTC” และเว็บไซต์ www.ktc.co.th/ClickKTC 2) แบ่งชำระค่าสินค้าได้นานถึง 24 เดือน

____________________

KTC boosts “KTC PROUD” members for the rest of the year by launching
“Bt. 199 Promotion” campaign to ease new member financial burdens.

Ms. Phichamon Jitpentham, Vice President - Personal Loans, KTC” or Krungthai Card Public Company Limited, organizes special “Bt. 199 Promotion” campaign for customers with financial obligations who wish to register for “KTC PROUD” Revolving Loan cards. Members no longer need to spend time calculating their interest and usage fee; members only pay Bt. 199 per billing cycle regardless of the amount of personal loans, for card registrations with approval between September 1 - December 31, 2018 and at least one cash withdrawal within the  billing cycle in which privilege is desired (interest and usage fee discounts are valid for the first two billing cycles following approval.) Members register for the privilege in two methods: 1) typing PM followed by a space, 13 National ID digits to 061-384-5000, or 2) visit www.ktc.co.th/proudmao199 within January 15, 2019.

Registration requirements for “KTC PROUD” members include a Thai nationality, age 20 years or above, must be employed at private companies, government agencies or state enterprises with a minimum earning of Bt. 12,000/month and employed for at least 4 months. Register for a “KTC PROUD” Revolving Loan card or for more information, please visit any “KTC TOUCH” branches or contact KTC PHONE 02-123-5000 press 6 and 2. “KTC PROUD” is a ready to use revolving loan card, outstanding for its dual functionality: 1) No fee cash withdrawals from ATMs of any banks across the country or 24 hours online through the “TapKTC” mobile application and www.ktc.co.th/ClickKTC; 2) The card can also be used to make payments in installments for up to 24 months.

บลจ.ไทยพาณิชย์ ชูกองทุนเฮลท์แคร์ “SCBGHC - SCBRMGHC” ผลงานเด่น
มองหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ทั่วโลกน่าสนใจลงทุนในระยะยาว

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า การลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการลงทุนระยะยาว เนื่องจากสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีท่ามกลางสถานการณ์การลงทุนที่มีความผันผวนสูง โดยบลจ.ไทยพาณิชย์ ได้มีการลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์อยู่ 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลบอลเฮลธ์แคร์ (SCB GLOBAL HEALTHCARE EQUITY FUND : SCBGHC) โดยมีผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 14.12% และย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 12.79% และ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลบอลเฮลธ์แคร์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (SCB GLOBAL HEALTHCARE RMF: SCBRMGHC) มีผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 13.64% และย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 12.35% ซึ่งดีกว่าเกณฑ์มาตรฐานของทั้งสองกองทุนที่มีผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 11.21% และย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 11.99%  (ข้อมูล ณ วันที่ 19 กันยายน 2561)

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ และบริการด้านสาธารณสุข รวมถึงธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพได้รับประโยชน์จากมูลค่าพื้นฐานที่ปรับตัวลดลง และความกังวลด้านราคายาในสหรัฐฯ ที่เริ่มคลี่คลาย เช่นเดียวกับการปรับตัวดีขึ้นในดัชนี MSCI World Health Care ซึ่งถือเป็นดัชนีอ้างอิงของกองทุน ส่งผลให้กองทุนเฮลธ์แคร์ทั้ง 2 กองทุนมีผลดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2561 ที่ผ่านมาได้มีการจ่ายปันผลกองทุน SCBGHC สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2560 –  31 สิงหาคม 2561 ในอัตราหน่วยละ 0.2096 บาท

สำหรับกองทุน SCBGHC และ กองทุน SCBRMGHC มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ได้แก่ Janus Global Life Sciences Fund (กองทุนหลัก) เป็นกองทุนที่มีการบริหารเชิงรุก โดย Janus Capital Management LLC จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศไอร์แลนด์และอยู่ภายใต้ UCITS ลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่มีความเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต (Life Sciences) ได้แก่ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย พัฒนา ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตัวเอง การแพทย์หรือเภสัชกรรม รวมไปถึงบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตหลักมาจากผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี การจดสิทธิบัตร หรือตลาดอื่นใดที่ได้รับประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต

โดยปัจจุบันกองทุนหลัก Janus Global Life Sciences Fund  มีจำนวนหลักทรัพย์ในพอร์ตประมาณ 70 100 ตัว กระจายไปยังกลุ่มอุตสาหกรรมย่อยที่เกี่ยวข้องในหลากหลายมูลค่าตลาด เช่น ธุรกิจเคมีภัณฑ์ ยาและเภสัชกรรม บริการด้านสาธารณสุข และเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น ซึ่งมีการคัดเลือกหุ้นที่จะลงทุน โดยพิจารณาจากปัจจัยทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณของหุ้นบริษัทในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเฮลธ์แคร์ทั่วโลก

ที่ผ่านมาหุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ได้รับแรงกดดันมาโดยตลอดจากแผนการกำหนดเพดานราคายา ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ในช่วงกลางปี 2018 ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดของแผนการนี้ซึ่งไม่ได้แย่อย่างที่ตลาดคาดไว้ จึงทำให้ตลาดผ่อนคลายความกังวลนี้ลงไปบ้าง อย่างไรก็ตามปัจจัยกดดันดังกล่าวยังคงจะไม่มีความชัดเจนในเวลาอันใกล้ และสร้างความผันผวนให้กับราคาหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ โดยเฉพาะกลุ่ม pharmaceuticals และ biotech ไปจนถึงอย่างน้อยในช่วงเลือกตั้งกลางสมัย (midterm elections) ที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนปีนี้ นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม บลจ.ไทยพาณิชย์ มองว่าหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ทั่วโลกยังเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่น่าสนใจลงทุนในระยะยาว เนื่องจากสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดูแลด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ข้อมูลองค์การอนามัยโลกระบุว่าสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีนั้น มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 5 ในปี 1950 เป็นร้อยละ 17 ในปี 2050 ซึ่งกลุ่มดังกล่าวเป็นผู้ที่มีค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพสูงกว่ากลุ่มอื่นกว่า 3 เท่า ขณะที่นวัตกรรมทางการแพทย์และความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บริษัทมียอดขายและบริการทางการแพทย์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Page Visitor

035067556
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
679
48645
262297
1312272
1731519
35067556
Your IP: 54.92.164.9
2022-01-28 00:30