อสส. จัดประชุมสมาคมสวนสัตว์และและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโลก
(World Association of Zoos and Aquariums : WAZA) ครั้งที่ 73

องค์การสวนสัตว์ (อสส.) ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมระหว่างประเทศ และประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโลก (World Association of Zoos and Aquarium : WAZA) ครั้งที่ 73 ซึ่งจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22– 25 ตุลาคม 2561 ที่กรุงเทพมหานคร และ สมาคมสวนสัตว์แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Zoos and Aquariums Association : SEAZA) ครั้งที่ 26 ในระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2561 ที่ จ.เชียงใหม่ พร้อมทั้งการจัดประชุมประจำปีของ IUCN/SSC Conservation Planning Specialist Croup (CPSG)ระหว่างวันที่ 18-21 ตุลาคม 2561

ณ แกรนด์ ฮอลล์ โรงแรมอวานี ริเวอร์ไซด์พลเอกสุรศักดิ์  กาญจนรัตน์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดงานประชุมระหว่างประเทศและประชุมใหญ่สามัญประจำปี ของสมาคมสวนสัตว์และและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโลก (World Association of Zoos and Aquariums : WAZA) ครั้งที่ 73 นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับเกียรติจัดประชุมดังกล่าว

โดยประธานกล่าวว่า นับเป็นที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจากคณะกรรมการสมาคมสวนสัตว์โลกฯ ให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ประจำปีสมาคมสวนสัตว์โลกและพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโลก (WAZA) ในปี 2018 นี้ ณ ประเทศไทย  ซึ่งการได้รับเกียรติในครั้งนี้ ถือเป็นตัวชี้วัดบ่งบอกถึงการมีมาตรฐานทางด้านการบริหารจัดการสัตว์ที่ดีและมีมาตรฐาน จนเป็นที่ยอมรับในระดับโลก และคาดหวังว่าผู้เข้าร่วมประชุมและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย จะได้รับประโยชน์จากการประชุมในครั้งนี้ และนำไปพัฒนาต่อยอดเพื่อความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอนาคตต่อไป

วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มาร่วมงานประชุม WAZA มาจากหลายหลายสถาบันอาทิ Dr. Jane Goodall  จาก United Nations Messenger of Peace Dr. Jane Goodall, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ พิไล พูลสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์และนักอนุรักษ์ที่มีผลงานวิจัยดีเยี่ยมด้านปักษีวิทยาและนิเวศวิทยาสัตว์ป่า, Crane Conservationist Dr. George Archibald, และ Forest Stewardship Council Director, Kim Carstensen.

การประชุมประจำปีของสมาคมสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโลก (WAZA) ครั้งที่ 73  ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Wild at Heart” สาระสำคัญเน้นในเรื่องของการนำเสนอเกี่ยวกับความร่วมมือในการอนุรักษ์สัตว์ ทั้งภายในและภายนอกถิ่นอาศัยของประเทศไทยและสมาชิกที่อยู่ในภูมิภาค และการจัดการสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและหลักสวัสดิภาพสัตว์โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ และสิ่งแวดล้อม มาจากหลากหลายประเทศ ซึ่งจะเป็นการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ นวัตกรรมทางด้านการบริหารจัดการสวนสัตว์  ให้มีประสิทธิภาพ

WAZA มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดงานประชุมครั้งนี้ที่กรุงเทพมหานคร และองค์การสวนสัตว์ ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทที่สำคัญยิ่งในการดูแลอนุรักษ์สัตว์ในภูมิภาค ซึ่งจากความสำเร็จในการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพนี้ ได้สร้างแรงบันดาลที่ดีต่อทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง Mr. Doug Cress, CEO of WAZA กล่าว

นายเบญจพล  นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์  กล่าวว่า องค์การสวนสัตว์ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์กรระดับสากล อาทิ สมาคมสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโลก (World Association of Zoos and Aquarium : WAZA) วัตถุประสงค์เพื่อสร้างแนวทางร่วมกันในการแก้ไขปัญหา แบ่งปันข้อมูล โดยมีเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์สัตว์ ชนิดพันธุ์ และถิ่นที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างมาตรฐานและความเป็นเลิศในการจัดการสวนสัตว์และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทั่วโลก

การที่องค์การสวนสัตว์ได้เข้าร่วมจัดงานประชุมในฐานะเจ้าภาพครั้งนี้ นับว่าเเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะจะเป็นเวทีให้ทางองค์การสวนสัตว์ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคโนโลยี ตลอดจนองค์ความรู้ในด้านการบริการจัดการสวนสัตว์ในระดับสากล เพิ่มโอกาสในการพัฒนาบุคลากรขององค์การ และเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมที่มาจากที่ต่างๆ ทั่วโลก ได้สัมผัสและร่วมกิจกรรมด้านอื่นๆ ในประเทศไทย  อันจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศและประโยชน์ด้านต่างๆต่อหน่วยงานภาครัฐ ด้านการศึกษา และทางด้านเศรษฐกิจ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและนำรายได้เข้าประเทศไทยอีกทางหนึ่ง

พาณิชย์ฯ ติดปีกแบรนด์ไทยคุณภาพติดตลาดโลก 30 แบรนด์คุณภาพ
ร่วมรับตรา T Mark ปี 2561

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศอวดโฉมหน้าผู้ประกอบการจาก 30 บริษัทที่มีศักยภาพในการผลิตสินค้าและบริการภายใต้แบรนด์สินค้าไทย ได้อย่างมีมาตรฐานผ่านเกณฑ์การรับรองของตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark ร่วมเชิดชูเกียรติและประชาสัมพันธ์ผู้ได้รับตรา T Mark ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง พร้อมตอกย้ำความมั่นใจแก่ผู้บริโภคทั้งไทยและต่างประเทศว่าสินค้าที่ได้รับตรา T Mark ได้มาตรฐานทั้งในด้านการผลิตที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคมมีธรรมาภิบาลและมีการคุ้มครองแรงงานอย่างเป็นธรรม

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายในงานพิธีมอบประกาศนียบัตรผู้ที่ได้รับตราสัญลักษณ์Thailand Trust Mark ประจำปี 2561 ว่า “ตลอดการจัดโครงการThailand Trust Mark กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้เน้นย้ำความสำคัญ ในการยกระดับความเชื่อมั่นต่อสินค้าและบริการไทยผ่านกระบวนการผลิต ที่ได้คุณภาพอยู่เสมอ โดยหลักเกณฑ์ที่ทางโครงการใช้ในการคัดเลือกบริษัทให้ได้รับการรับรอง และมีสิทธิ์ใช้ตราสัญลักษณ์T Markเพื่อการค้าในวันนี้ประกอบด้วย 1.สถานประกอบการที่มีคุณภาพ มาตรฐานระดับสากลได้รับการรับรองมาตรฐานแรงงานไทย 2.ต้องเป็นอุตสาหกรรมที่คํานึงถึงสิ่งแวดล้อมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม 3. มีการการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนแรงงาน”

บทบาทของตรา T Mark  ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคคือการเป็นตราสัญลักษณ์จากรัฐบาลไทยที่จะช่วยสร้าง ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้ว่าสินค้าหรือบริการที่ได้รับตรานี้ มีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับสากลครบในทุกมิติ และมั่นใจได้ว่าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากสินค้าและบริการที่มีตรา T Mark รับรอง

สำหรับบริษัทที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาให้ได้รับตราสัญลักษณ์ T Mark ในปีนี้รวมทั้งสิ้น 30 บริษัทจาก 5 กลุ่มธุรกิจได้แก่

  1. กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารจำนวน 10 บริษัท  คือบริษัทไก่ดำมหากิจจำกัด,เชียงรายอะโกร-อินดัสทรีจำกัด, บริษัทซิโฟน่าค๊อฟฟี่จํากัด, บริษัทโกศล-อัมพาจํากัด, บริษัทมะลิกรุ๊ป 1962 จำกัด, บริษัทมารีนฟายน์ฟูดส์จำกัด, บริษัทนําเชา (ประเทศไทย) จํากัด, บริษัทโรแยลพลัสจำกัด, บริษัทสหชัยไทยพืชผลจํากัด, บริษัทไทยแอ็กโกรอินเตอร์เทรดจํากัด
  2. กลุ่มอุตสาหกรรมหนักจำนวน 5 บริษัท  คือบริษัทเจริญชัยหม้อแปลงจํากัด, บริษัทยีเอสยัวซ่าสยามอินดัสตรีส์จำกัด, บริษัทเอ็นเทคโพลิเมอร์จำกัด, บริษัททีพีเอ็นเฟล็กซ์แพคจำกัด,บริษัทยันม่าร์เอส.พี. จำกัด
  3. กลุ่มอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์จำนวน 6  บริษัทคือบริษัทอิมเม็กซ์อินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด, บริษัทคังไท่เทรดดิ้งจำกัด, บริษัทเอ็มแอนด์พีเวิลด์โพลิเมอร์จำกัด, บริษัทเน็กซ์โปรดักส์จำกัด, บริษัทเอส.เค.เพาเวอร์เอเบิลจํากัด, บริษัทเว่ยฮาวโมลด์จำกัด
  4. กลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นจำนวน 1 บริษัท  คือบริษัทมาชาฮีโร่จำกัด
  5. กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆจำนวน 8 บริษัท  คือบริษัทดีคิวโอโล่แอสเซทจํากัด, บริษัทกลัฟเท็กซ์จำกัด, บริษัทเอชบีซีโพรดักซ์อินดัสตรี้ส์จำกัด, บริษัทคิวรอนจํากัด, บริษัทลาวิช (ไทยแลนด์) จํากัด, บริษัทอุตสาหกรรมมิตรมงคลจํากัด, บริษัทไพพรรณรัตน์มาร์เก็ตติ้งจำกัด, บริษัทสเปเชี่ยลตี้เนเชอรัลโปรดักส์จำกัด,

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้ดำเนินการจัดโครงการ Thailand Trust  Mark มาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยเป็นโครงการที่ดำเนินการสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกระทรวงพาณิชย์ ในการมุ่งมั่นที่จะรักษาชื่อเสียงและภาพลักษณ์ ของประเทศในด้านการเป็นแหล่งผลิตสินค้าคุณภาพผ่านตราสัญลักษณ์ T Mark ซึ่งนับได้ว่าการดำเนินงานนับตั้งแต่ก่อตั้งโครงการจนถึงปัจุบัน ประสบความสำเร็จเพราะสามารถสนับสนุนให้แบรนด์สินค้า และบริการของไทยเป็นที่รู้จักและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก

ในอีกด้านหนึ่ง Thailand Trust Mark ยังส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้ตระหนักรู้ในเรื่องสังคมสิ่งแวดล้อมและการผลักดันสินค้าให้ได้คุณภาพ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมีความเชื่อมั่นในสินค้าไทยซึ่งผู้ประกอบการที่ได้รับตรา T Mark จะได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการค้า และได้รับการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยผู้สนใจสมัครขอรับตราสัญลักษณ์ T Mark และประชาชนทั่วไปสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.thailandtrustmark.comหรือสอบถามรายละเอียดที่ 02-507-8266, 095-592-5663 ในเวลาราชการ

ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรียืนยันร่วมปาฐกถาในงาน
Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 18 ที่กรุงเทพฯ

ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้งผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจระดับโลกอีก 40 คน ยืนยันร่วมกล่าวปาฐกถาและร่วมพูดคุยบนเวทีในงาน Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 18 ที่จะจัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม พ.ศ. 2561

การประชุมในปีนี้จะจัดขึ้นในธีม “The World Reboots” โดยให้ความสำคัญกับการที่ซีอีโอ ผู้นำธุรกิจสำคัญๆ   ในประเทศต่างๆ รับมือกับความท้าทายและใช้โอกาสที่มาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมากมาย โดยมีผู้เปรียบเทียบยุคนี้ว่าเป็นเสมือนการปฎิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หลังจากยุคของการนำเครื่องจักรมาใช้ในการผลิต การเข้าสู่ยุคการผลิตสินค้าในระบบอุตสาหกรรม และยุคดิจิตัล โลกยุค 4.0 จะส่งผลต่อการเริ่มและดำเนินธุรกิจอย่างไร ธุรกิจอะไรที่สร้างรายได้หรือทำให้เม็ดเงินสูญหาย บทบาทของภาครัฐ ตลอดจนวิธีที่คนทั่วไปใช้ชีวิต ทำงานและแสวงหาความบันเทิง

ฯพณฯ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีจะกล่าวปาฐกถาท่ามกลางผู้ทรงคุณวุฒิและผู้นำทางความคิดในพิธีปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ในวันที่ 31 ตุลาคม

ฟอร์บสยังได้ประกาศรายชื่อวิทยากรที่จะร่วมแสดงความคิดเห็นในการประชุมเพิ่มเติม อาทิ คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ศ. กิตติคุณ ดร. สุทธิพันธ์ จิราธิวัฒน์ ผู้อำนวยการบริหาร ศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้อำนวยการบริหาร บริษัทกลุ่มเซ็นทรัลจำกัด วิลเลี่ยม อี ไฮเน็คกี้ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โฮ ควอน ปิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Banyan Tree Holdings ปีเตอร์ มัวร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล เจพี กัน หุ้นส่วนบริหาร Qiming Venture Partners ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกลุ่มบริษัทบี.กริม (มหาชน) จำกัด โก๊ะ ชุน ฟง หัวหน้าคณะผู้บริหาร Singapore Airlines แครี่ โจนส์-บาร์เบอร์ หัวหน้าคณะผู้บริหาร Dawn Foods ฟู จิซุน หุ้นส่วนบริหาร GGV Capital และ แกรี่ ไวท์ หัวหน้าคณะผู้บริหาร Water.org และ Water Equity จิม วอล์คเกอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ Asianomics Group และปารัค คานนา หุ้นส่วนบริหาร FutureMap

นอกจากนี้ ยังมีวิทยากรชั้นนำท่านอื่นๆ ที่ได้ประกาศรายชื่อไปแล้วก่อนหน้าประกอบด้วย สตีฟ ฟอร์บส ประธานและบรรณาธิการบริหารของฟอร์บสมีเดีย ศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์และประธานคณะกรรมการบริหารบริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ฟาน กัง ประธาน China Development Institute และผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเศรษฐกิจแห่งชาติ เอ็นริเก้ เค ราซอน จูเนียร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธาน International Container Terminal Services, Inc. เอช โรเจอร์ หวาง ประธานและซีอีโอ Golden Eagle International Group และประธาน Committee of 100 อัลลัน เซแมน ประธาน Lan Kwai Fong Group กู๊ดวิล เกา ผู้อำนวยการและประธาน Gaw Capital Partners มิวาโกะ ดาเตะ ประธานและซีอีโอ บริษัทโมริ ทรัสต์ จำกัด อองตวน บลองโด ผู้บริหารร่วมของ Alpha Intelligence Capital บี อาร์ เชตตี้ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธาน NMC Healthcare ไชรุล ทันจุง ประธาน CT Corp ฮันส์ พอล เบิร์คเนอร์ ประธาน The Boston Consulting Group เนียร์จา เบอร์ล่า ประธานของ Mpower จอนห์ เรียดีย์ ผู้อำนวยการบริหาร Lippo Group และหุ้นส่วนบริหารของ Venturra Capital อภิเชก โลธ่า กรรมการผู้จัดการ Lodha Group ฟอร์เรส ลี ประธานและซีอีโอ Sea Group ฌอง เอริค ซัลลาตา หัวหน้าคณะผู้บริหาร Baring Private Equity Asia วี ชานก้า ซีอีโอและหุ้นส่วน Gateway Partners โยชิโตะ โฮริ ประธาน GLOBIS University และหุ้นส่วนบริหารของ GLOBIS Capital Partners บิโนช เค โชฮารีย์ ประธานบริหาร CG Corp Global แจ๊ค เลสลี่ ประธานบริษัทเวเบอร์ แชนด์วิค มิทช์ การ์เบอร์ ประธานของ Cirque du Soleil และประธาน Invest in Canada ยูวา เฮดริก หว่อง หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ มาสเตอร์การ์ด และ มาริโอ โมเรตติ โพลีกาโต้ ผู้ก่อตั้ง ประธาน GEOX Group รวมทั้งวิทยากรท่านอื่นๆ อีกหลายท่าน สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิทยากรและหัวข้อในการพูดคุยสามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.forbesglobalceoconference.com/#agenda

บริษัทที่ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดการประชุม Forbes Global CEO Conference ในปีนี้ได้แก่ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยมีผู้สนับสนุนหลักได้แก่ บริษัทกลุ่มเซ็นทรัลจำกัดและธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนภาคเอกชน ได้แก่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) International Container Terminal Services Inc. วัน แบงค็อก บริษัท  อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) กลุ่มบริษัทไทยซัมมิท Invest in Canada บริษัทเวเบอร์ แชนด์วิค เวิลด์ไวด์ และบริษัท ฮิลล์ แอนด์ แอสโซซิเอทส์ ผู้ให้การสนับสนุนรองคือ Bank Mayapada และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน)

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการประชุม สามารถดูได้ที่เว็ปไซต์ www.forbesglobalceoconference.com
สามารถติดตามโซเชี่ยลมีเดียของฟอร์บสได้ที่ @ForbesAsia และ #ForbesGlobalCEO

ผศ. ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านการกำกับดูแลภายในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ระหว่างสำนักงาน กสทช. และ ITU ภายใต้กรอบการประชุมใหญ่ WTDC ประจำปี พ.ศ. 2561 (COE 2018) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กสทช. และ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) โดยในโครงการความร่วมมือดังกล่าว ได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฎิบัติการเรื่อง “Competition Analysis in Digital Applications Environment” ในระหว่างวันที่ 17 – 20 กันยายน 2561 ณ โรงแรมเรดิสัน บลู พลาซ่า กรุงเทพฯ (Radisson Blu Plaza Bangkok)

โครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กสทช. และ ITU ในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาความร่วมมือของแต่ละภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน ในยุคดิจิทัล ผลักดันให้เกิดการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานระหว่างประเทศ ในการพัฒนาการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารภายในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก อีกทั้งจะเป็นกลไกสำคัญของสำนักงาน กสทช. ในการสร้างความร่วมมือในระดับสากลเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการสื่อสารโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทยและประเทศกำลังพัฒนาภายในภูมิภาค และยังสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้เข้าร่วมประชุมฯ เพื่อรองรับนโยบาย Thailand 4.0 ตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ได้มีโอกาสทำความเข้าใจและได้รับทักษะในด้านนโยบายและข้อบังคับต่างๆ รวมทั้งการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมในการแข่งขันของ Digital Application จากวิทยากรระหว่างประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ดังนั้น สำนักงาน กสทช. จึงเห็นสมควรจัดการประชุมเชิงปฎิบัติการเรื่อง “Competition Analysis in Digital Applications Environment” เพื่อการเรียนรู้ประสบการณ์ที่หลากหลายของวิทยากรที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญกับการประชุมฯ ดังกล่าว

ปิดฉาก มหกรรม IT Digital Revolution ๔.o @UdonThani “SMART Province SMART Entrepreneur” ปักหมุดนวัตกรรมดิจิทัล สร้างสรรค์เมืองแห่งอนาคต เพื่อผู้ประกอบการยุค ๔.o หนุนศักยภาพเอสเอ็มอี เต็มอิ่มงานสัมมนา และรอบรู้สินค้าไอที ตลอด ๓ วัน

การจัดงานมหกรรม IT Digital Revolution ๔.o @UdonThani “SMART Province SMART Entrepreneur” ปักหมุดนวัตกรรมดิจิทัล สร้างสรรค์เมืองแห่งอนาคต เพื่อผู้ประกอบการยุค ๔.o ระหว่างวันที่ ๒๔-๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๑ ณ ลานพรีฟังก์ชั่น ชั้น ๔ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า จังหวัดอุดรธานี จัดโดย จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๔ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี หอการค้าจังหวัดอุดรธานี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยตลอดระยะเวลา ๓ วันในการจัดงานฯ มีผู้ประกอบการธุรกิจ เอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ ประชาชนทั่วไป และนักเรียน นักศึกษา ให้ความสนใจเข้าชมงานจำนวนมาก 

สำหรับบรรยากาศ การจัดงานในวันแรก (๒๔ สิงหาคม) นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรม IT Digital Revolution ๔.o @UdonThani “SMART Province SMART Entrepreneur”  ปักหมุดนวัตกรรมดิจิทัล สร้างสรรค์เมืองแห่งอนาคต เพื่อผู้ประกอบการยุค ๔.o พร้อม กล่าวถึงความสำคัญการจัดงานฯ จากสถานการณ์ปัจจุบันในภาคอุตสาหกรรม จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม มาช่วยประกอบการตัดสินใจเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่ Thailand ๔.๐” ขณะที่เทคโนโลยีสารสนเทศ(ไอที) ได้รับความสนใจนำมาใช้งานในหลายลักษณะ และเกือบทุกธุรกิจ เพื่อช่วยผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ทันต่อความต้องการ ช่วยกำหนดเป้าหมายกลยุทธ์ และการวางแผนปฏิบัติการ ที่สามารถบ่งชี้แนวโน้มของการดำเนินงานได้ว่า จะมีแนวโน้มไปในลักษณะใด ช่วยในการตรวจสอบการดำเนินงาน

ปิดฉาก มหกรรม IT Digital Revolution ๔.o @UdonThani

จากนั้น นายศุภกร เสนาสิงห์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ ๔ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวรายงานในภาพรวม และกิจกรรมเด่นบนเวที ที่จะเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาการจัดงานฯทั้ง ๓ วัน พร้อมโปรโมทบูธผู้ประกอบการธุรกิจที่เข้าร่วมแสดงงานภายในการจัดงานฯ ในครั้งนี้

ขณะที่ บรรยากาศการจัดงานฯ ในวันที่สอง (๒๕ สิงหาคม) มีผู้ประกอบการธุรกิจ และประชาชนทั่วไปให้ความสนใจเข้าเยี่ยมชมภายในงานฯ โดยในช่วงเช้า เป็นการจัดกิจกรรมเสวนา แสดงผลความก้าวหน้าทางการใช้ซอฟต์แวร์ SAP กับการเสริมศักยภาพธุรกิจ โดย อาจารย์สุพิศิษฐ์ นามวงษา และ คุณวีระภพ ทะวิโคตร ผู้บริหารบริษัทไทยนำมันสำปะหลัง

ส่วนในช่วงบ่ายเป็นการโชว์เคส ผลิตภัณฑ์ BEX Application เพื่อชุมชนคนอุดร โดยบริษัท บี.เค.คอมพิวเตอร์ และต่อด้วยการเสวนา หัวข้อแสดงผลความก้าวหน้าการใช้ซอฟต์แวร์ SAP กับการเสริมศักยภาพธุรกิจ โดย นายสุรสิทธิ์ เลิศนิมูลชัย ผู้บริหาร บริษัท คอนกรีตพิซิชั่นยูนิค จำกัด (CPU) และ อาจารย์สุพิศิษฐ์ นามวงษา เป็นผู้ดำเนินรายการ

จากนั้นเป็นกิจกรรมการแสดงชุดศิลปะพื้นบ้านผสมผสานเทคโนโลยี ก่อนเข้าสู่งานในช่วงเย็นด้วยกิจกรรมเสวนา ในหัวข้อ ระบบเน็ตเวิร์ค (Firewall) ระบบจัดเก็บข้อมูล (Storage) ระบบ HCI (Hyper Convergered Infrastructure) ก่อนปิดท้ายกิจกรรมบนเวที พร้อมนำเยี่ยมชมบูธผู้ประกอบการ และปิดกิจกรรมงานฯ ในเวลา ๒๑.00 น.

ในวันสุดท้ายของการจัดงาน (๒๖ สิงหาคม) เริ่มกิจกรรมเด่นซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการธุรกิจ และประชาชนทั่วไป ในงานเสวนาแสดงผลงาน Business Intelligence โดย คุณรณภพ เถาว์โท ผู้บริหาร ห้างหุ้นส่วนจำกัด พีเจฟิซซ่า และอาจารย์ภูดิศ ศรีสนามชัย ผู้ดำเนินรายการ

สำหรับช่วงบ่าย เริ่มกิจกรรมผ่อนคลายด้วยการแสดงชุดศิลปะพื้นบ้านผสมผสานเทคโนโลยี ก่อนนำเข้าสู่ช่วงเสวนาอีกครั้งในหัวข้อ Solution ซอฟต์แวร์ กับการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยบริษัท Sophos และต่อด้วยงานเสวนาในหัวข้อ ความสำคัญของระบบจัดเก็บข้อมูล Storage และการใช้ซอฟต์แวร์ยุค ๔.๐ โดยบริษัท Cyberroom ก่อนปิดท้ายกิจกรรมบนเวที และนำเยี่ยมชมบูธผู้ประกอบการ อีกครั้ง พร้อมปิดบูธกิจกรรมในงาน มหกรรม IT Digital Revolution ๔.o @UdonThani “SMART Province SMART Entrepreneur” ปักหมุดนวัตกรรมดิจิทัล สร้างสรรค์เมืองแห่งอนาคต เพื่อผู้ประกอบการยุค ๔.o อย่างเป็นทางการในเวลา ๒๑.00 น.

Page 5 of 6