บาฟส์ ผนึก ซาปิโอ ส่ง “SDLT” ชูบล็อกเชนเสริมแกร่งองค์กรธุรกิจไทย

บาฟส์ ผนึก ซาปิโอ ส่ง “SDLT” ชูบล็อกเชนเสริมแกร่งองค์กรธุรกิจไทย สร้างแต้มต่อบนเวทีสากล

จากซ้ายไปขวา :  นายเอเดรียน แอปเปอร์ลีย์ กรรมการบริหาร ซาปิโอ เอเชีย, นายกฤษณ์ มดิศร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด, ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ นายแกรี่ พาวน์ กรรมการอำนวยการ และ นายมาร์เชลโล ฟอนทานา กรรมการบริหาร บริษัท เอสดีแอลที จำกัด (SDLT)

บริษัท บาฟส์ อินโนเวชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (BAFS Innovation Development - BID) ในเครือ บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS) ผนึก ซาปิโอ เอเชีย (SAPIO Asia) ร่วมทุนก่อตั้งบริษัท เอสดีแอลที จำกัด (SDLT) นำเสนอโซลูชั่นไพรเวทบล็อกเชนที่ล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพสูง ชูจุดเด่นประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ (Distributed Ledger Technology: DLT) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อบล็อกเชน มุ่งเจาะลูกค้าองค์กร เพื่อเสริมขีดความสามารถการแข่งขันให้เหนือระดับในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้องค์กรต้องปรับไปสู่ระบบดิจิทัลอย่างเร่งด่วน ซึ่ง DLT จะเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้บริษัทต่างๆ มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

ทั้งนี้ SAPIO และ BID เป็นผู้นำนวัตกรรมในอุตสาหกรรม โดยเทคโนโลยีของ SAPIO สามารถนำข้อมูลของผู้ใช้งานจากหลายแหล่ง (สมาร์ตโฟน อีเมล โซเชียลมีเดีย) มาผนวกใช้กับแมชชีนเลิร์นนิ่งที่ซับซ้อน นำเสนอเป็น Fintech-as-a-Service และโซลูชั่นจากระบบ AI ที่พัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้ให้บริการด้านการเงิน

นายเอเดรียน แอปเปอร์ลีย์ กรรมการบริหาร ซาปิโอ เอเชีย กล่าวว่า “กลุ่มเป้าหมายหลักของ SAPIO คือ ธุรกิจการเงิน ค้าปลีก และอนาลิติกส์ โดยเราเน้นให้บริการแพลตฟอร์มสำหรับธุรกิจประกัน การบริหารคุณค่าในธุรกิจค้าปลีก (retail value management/audience aggregation) และธุรกิจสินเชื่อ ความร่วมมือระหว่าง SAPIO และ BID ในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีที่จะได้นำความเชี่ยวชาญที่มี มาผนวกใช้ให้เข้ากับตลาดภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านการตลาด การปฏิบัติการ สินเชื่อ และเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้องค์กรไทยมีแต้มต่อในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง”

BID เป็นบริษัทในเครือบมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ มีบทบาทในการพัฒนาโซลูชั่นต่างๆ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นสำคัญ มุ่งรองรับธุรกิจการบิน ปิโตรเลียม และอุตสาหกรรมอีกหลากหลาย ทั้งนี้ BID และ SAPIO มีความเชื่อพื้นฐานร่วมกันว่า บล็อกเชนจะสร้างคุณค่าที่แตกต่างและเป็นที่ต้องการของตลาด

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ กล่าวว่า “บาฟส์เชื่ออย่างยิ่งว่า เทคโนโลยีคือหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนกลไกต่างๆ ในอนาคต จะช่วยผลักดันให้เกิดโมเดลการทำงานที่มีประสิทธิภาพ คำนึงถึงผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายและเอื้อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยเล็งเห็นถึงวิสัยทัศน์ดังกล่าว BID จึงก่อตั้งขึ้นในปี 2559 ด้วยเงินลงทุน 70 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยแนวทางนี้”

ด้วยความตั้งใจจริงที่จะช่วยองค์กรธุรกิจให้สามารถปรับตัวเข้าสู่การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัล BAFS และ SAPIO ได้ร่วมกันพัฒนางานต่างๆ ให้เป็นอัตโนมัติและสร้างความแตกต่างให้เกิดแต้มต่อ ทั้งสองบริษัทจึงตัดสินใจร่วมก่อตั้งกิจการร่วมทุน ในช่วงที่ตลาดไทยและต่างประเทศมีความพร้อมเปิดรับเทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีนี้จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาด ปรับให้กระบวนการทำงานต่างๆ ลื่นไหล ช่วยลดต้นทุน ทำให้กระแสเงินสดหมุนเวียนดีขึ้น เพิ่มอัตราการทำกำไร รวมทั้งยกระดับความถูกต้องสมบูรณ์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ที่สำคัญคือการนำ DLT มาใช้ จะช่วยให้องค์กรปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจได้ทันการณ์ พร้อมรับมือกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงในช่วงฟื้นฟูหลังจากโควิด

SDLT จึงจะทำหน้าที่ออกแบบ สร้าง และบริหารโซลูชั่นไพรเวทบล็อกเชน โดยใช้เทคโนโลยี AI ทำงานร่วมด้วย เพื่อรองรับลูกค้าองค์กรและหน่วยงานภาครัฐ ช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ให้กับระบบปฏิบัติการต่างๆ ขณะเดียวกันก็เอื้อให้การติดต่อธุรกรรมทั้งในและนอกองค์กรทำได้อย่างราบรื่นไม่ติดขัด โดยมีระบบอัจฉริยะช่วยตัดสินใจอยู่เบื้องหลัง

นายแกรี่ พาวด์ กรรมการอำนวยการของ SDLT กล่าวว่า “เราคร่ำหวอดในวงการธุรกิจมายาวนาน มีแพลตฟอร์มบล็อกเชนที่ล้ำสมัย และมีระบบนิเวศที่ดีในการพัฒนาแอปพลิเคชั่น ทำให้ SDLT สามารถสร้างต้นแบบแอปพลิเคชั่น DLT ที่ตอบโจทย์องค์กรและพร้อมนำส่งได้ภายในเวลาเพียง 30 วัน ซึ่งเราได้พัฒนาโซลูชั่นสำหรับหลายๆ อุตสาหกรรมมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้านซัพพลายเชนและการจัดการโลจิสติกส์ การแพทย์และดูแลสุขภาพ (healthcare) งานบริการ (hospitality) ค้าปลีก และการประกันภัย ยิ่งในยุคดิจิทัล ปัจจัยสำคัญที่จะนำความสำเร็จมาให้แก่ธุรกิจ ไม่ใช่แค่ความได้เปรียบเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่รวมถึงสมรรถนะด้านความปลอดภัยและด้านปฏิบัติการด้วย เพราะทุกวันนี้ เราอยู่ในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความเชื่อมั่น-ไว้ใจ (economy of trust) เทคโนโลยีและความชำนาญของ SDLT จึงเข้ามาตอบโจทย์ได้ในจุดนี้”

จากการที่ธุรกิจ B2B และ B2C ปรับตัวสู่ตลาดดิจิทัลมากขึ้น ทำให้เห็นถึงประโยชน์ของบล็อกเชนและการประมวลผลแบบกระจายศูนย์ได้ดียิ่งขึ้น ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและก้าวขึ้นเป็นองค์กรแนวหน้าในด้าน Digital Transformation สำหรับธุรกิจไทยในปัจจุบัน องค์กรที่เลือกใช้บล็อกเชนและแพลตฟอร์มดิจิทัล จะมีความพร้อมมากกว่า และได้ประโยชน์จากการที่ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องแม้จะเกิดวิกฤตขึ้นมาในอนาคตก็ตาม

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

019799742
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
50172
50414
305979
1199521
1643254
19799742
Your IP: 34.204.201.220
2021-04-23 23:23