CSR

‘PRIME’ จับมือมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ติดตั้งระบบ Solar หนุนความปลอดภัย

‘PRIME’ จับมือมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ติดตั้งระบบ Solar หนุนความปลอดภัย อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า กำแพงเพชร

‘PRIME’ ร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร ส่งมอบแผงโซลาร์เซลล์ให้แก่อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า จังหวัดกำแพงเพชร ภายใต้โครงการปรับปรุงจุดสกัดเขาเย็น สนับสนุนไฟฟ้าพลังงานสะอาดในการใช้ลาดตระเวน ยกระดับความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่อุทยาน และชาวบ้านในพื้นที่ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า และมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เพื่อป้องกันการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า รวมถึงป้องกันการลักลอบล่าสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ตอกย้ำวิสัยทัศน์ เราจะเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานและสิ่งแวดล้อม ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อสังคม และสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน

นายสมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัทพลังงานสะอาดชั้นนำ กล่าวว่า “ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 ในฐานะที่เราเป็นผู้นำด้านการติดตั้งและจัดจำหน่ายระบบการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power System) จึงมีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ช่วยเหลือทางด้านอุปกรณ์ในครั้งนี้ เนื่องจากในพื้นที่อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้านี้มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามไม่ว่าจะเป็นน้ำตก ภูเขา และเป็นแหล่งทรัพยากรป่าไม้ที่สำคัญในจังหวัดกำแพงเพชร ในขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่เสี่ยงในการลักลอบเข้ามากระทำความผิดกฏหมายเกี่ยวกับป่าไม้อยู่ตลอดเวลา

โครงการนี้จึงจัดตั้งจุดสกัดซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานลาดตระเวนครอบคลุมไปถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง และอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญที่ยังไม่มีหน่วยพิทักษ์หรือจุดสกัดเข้าไปดูแลความปลอดภัย เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความห่างไกลและยากในการเข้าถึงจึงไม่มีไฟฟ้าใช้ นวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์นี้จะช่วยทำให้จุดสกัดในพื้นที่ห่างไกลสามารถมีไฟฟ้าใช้งานได้ ซึ่งจะช่วยให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า สามารถใช้อุปกรณ์ลาดตระเวนที่ทันสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มการตรวจจับลดการกระทำผิด รวมไปถึงลดความเสี่ยงของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าในการปฎิบัติหน้าที่ได้อีกด้วย และหวังว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการต้นแบบที่จะต่อยอดการพัฒนาระบบไฟฟ้าที่มีความยั่งยืน และมีประสิทธิภาพในพื้นที่ห่างไกลที่อื่นๆ ต่อไป”

นายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า “สำหรับพื้นที่อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้านั้น ถือว่าเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งได้เกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้ถูกลักลอบยิงจากการเข้าตรวจลักลอบการต้ดไม้จนเสียชีวิตเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เหตุเพราะสถานที่ตรงนั้นเจ้าหน้าที่ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่จะเข้ามาทำอันตรายได้ ทั้งนี้โดยปกติแล้ว ในพื้นที่อุทยานฯ มักจะใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าจากน้ำมันดีเซล ซึ่งมีต้นทุนที่สูงและมีเสถียรภาพในการใช้งานที่ต่ำ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าไม้จะต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อลาดตระเวน และปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่าในยามวิกาล โดยปราศจากพลังงานที่เพียงพอต่อการใช้สอย การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในครั้งนี้มีส่วนช่วยให้อุทยานฯ มีไฟฟ้าใช้ เพิ่มความปลอดภัยให้แก่เจ้าหน้าที่ในการทำงาน เพื่อปฎิบัติหน้าที่ดูแลป่าไม้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามแนวปณิธานและความตั้งใจของท่านสืบ นาคะเสถียร ที่ต้องการรักษาความอุดมสมบูรณ์และความหลายหลายทางชีวภาพของผืนป่า ตลอดจนถึงอุทิศชีวิตและจิตวิญญาณ จนทำให้เกิดมูลนิธิแห่งนี้ขึ้น

ในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ครั้งนี้นั้น นอกจากจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่แล้วนั้น ยังจะทำให้อุทยานฯ มีพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมใช้งานอย่างยั่งยืน โดยในฐานะที่มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เป็นต้นแบบ “สำนักงานประหยัดพลังงาน” ได้ดำเนินการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดใช้พลังงานในสำนักงานมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 นวัตกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งในงานของมูลนิธิสืบนาคะเสถียรที่ต้องการใช้พลังงานสะอาดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย และเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่องค์อื่นๆ ต่อไป”

 

เกี่ยวกับบริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัทพลังงานสะอาดชั้นนำ ประกอบธุรกิจหลัก คือ ขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Power Plant) และมีธุรกิจใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้ 3 ธุรกิจ คือ 1. ธุรกิจรับเหมาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop EPC) 2. ธุรกิจขายไฟฟ้าจากระบบไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop Private-PPA) 3.  ธุรกิจจำหน่ายวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับพลังงาน (Power-related Material and Equipment Trading) โดยธุรกิจหลัก มีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์อยู่ในประเทศไทย ญี่ปุ่น ไต้หวัน และกัมพูชา มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 292 เมกะวัตต์ แบ่งออกเป็นโครงการที่พัฒนาเสร็จและดำเนินการขายไฟแล้ว (COD-Installed Capacity) 180 เมกะวัตต์ และโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอีก 112 เมกะวัตต์ โดยมีแผนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้ามีกำลังผลิตติดตั้ง 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568

โลกกำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคของการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) กำลังขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นผ่านเป้าหมายต่างๆ ทำให้อุตสาหกรรมพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลมาถึงจุดอิ่มตัว ในทางกลับกันก็ทำให้อุตสาหกรรมพลังสะอาดเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทฯ มุ่งมั่นจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาอย่างยั่งยืนนี้ จึงตั้งเป้าให้จะลงทุนเพิ่มเติม ขยายกำลังผลิตติดตั้งของโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จากปัจจุบันมีกำลังผลิตติดตั้งจากทุกโครงการรวมกันแล้วมากกว่า 300 เมกะวัตต์ ให้เพิ่มเป็นมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ภายใน 5 ปี

ในส่วนผลการดำเนินงานของบริษัทฯ งวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน  2563 บริษัทฯ มีรายได้รวมเป็น 568 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิ เท่ากับ 256 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY สำหรับฐานะทางการเงิน บริษัทฯ มีสินทรัพย์จำนวน 5,731 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 2,815 ล้านบาท และหนี้สินรวม 2,916 ล้านบาท ทำให้มีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพียง 1.03 เท่า ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน

เกี่ยวกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้รับอนุญาตให้ก่อตั้งขึ้นสิบวันหลังวันพระราชทานเพลิงศพ คือวันที่ 18 กันยายน 2533 เป็นองค์กรสาธารณะของไทยที่ขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าที่สำคัญ โดยการจัดการฐานความรู้ ข้อมูลทางวิชาการ ประกอบการตัดสินใจ พร้อมเผยแพร่สู่สาธารณะด้วยงานสื่อสารที่ทันสมัย และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อผลักดันเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย ในวิกฤตการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิต และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก รวมถึงการทำงานเพื่อยกระดับมาตรฐานผู้พิทักษ์ป่า และพัฒนาการจัดการผืนป่าตะวันตกสู่การเสนอเป็นมรดกโลก มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญกับการปกป้องป่าผืนใหญ่และแหล่งธรรมชาติ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่ของสัตว์ป่า และความหลากหลายทางชีวภาพเป็นอันดับแรก รองลงมาให้ความสำคัญกับสิ่งมีชีวิตที่เป็นชนิดพันธุ์ที่สำคัญและถูกคุกคาม ในการทำงานที่ต้องตัดสินใจให้อยู่บนพื้นฐานทางวิชาการที่รอบด้าน หรือหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ต้องมีวิธีแก้ไขผลกระทบที่สามารถปฏิบัติได้จริงและเป็นที่ยอมรับ

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

019546210
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
5610
46837
52447
945989
1643254
19546210
Your IP: 3.238.88.35
2021-04-19 02:45