NRF ท็อปฟอร์ม โชว์ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรก

นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF

NRF ท็อปฟอร์ม โชว์ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรก กวาดรายได้กว่า 971 ล้านบาท ยอดคำสั่งซื้ออาหารโปรตีนจากพืชล้นถึงปีหน้า หนุนกำลังการผลิตเพิ่ม 10 เท่า

บมจ.เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์’ หรือ NRF ผู้ผลิตและส่งออกอาหารและเครื่องปรุงรสชั้นนำ โชว์ผลงานไตรมาส 3/63 มีรายได้จากการขาย 378.5 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 48.1 ล้านบาท ดันผลงาน 9 เดือนแรก มีรายได้จากการขายรวม 971 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 89.2 ล้านบาท หลังออเดอร์ล้นถึงกลางปีหน้า เผยหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้บริษัทฯ เป็นที่รู้จักในวงกว้างและได้รับการติดต่อจากบริษัทสตาร์ทอัพทั้งในและต่างประเทศ จ้างผลิตอาหาร Plant Based Food คาดรายได้ทั้งปีเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 15-20% จากปี 2562 ที่มีรายได้รวม 1,119.7 ล้านบาท

นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ผู้ผลิต จัดหา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงสำหรับประกอบอาหาร อาหารมังสวิรัติที่ไม่มีส่วนผสมของไข่และนม อาหารโปรตีนจากพืช อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมรับประทาน และเครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงและน้ำ รวมถึงผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม (V-shape)  เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2563 มีรายได้จากการขาย 378.5 ล้านบาท เติบโต 23% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขาย 307.2 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 48.1 ล้านบาท เติบโต 183% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 17.0 ล้านบาท

ขณะที่ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2563 (มกราคม-กันยายน) มีรายได้จากการขาย 971 ล้านบาท เติบโต 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้จากการขาย 820.4 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 89.2 ล้านบาท เติบโต 168% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 33.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลเติบโตตามยอดคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) จากกลุ่ม Ethnic Food ทั้งผลิตภัณฑ์รับจ้างผลิต (OEM / Private Label) ผลิตภัณฑ์ภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ และกลุ่ม Plant-Based Food ผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช ซึ่งมียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่องถึงกลางปี 2564 รวมถึงผลิตภัณฑ์ Functional Products (V-shapes)  โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮอล์ในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งลูกค้าให้ความต้องการเป็นอย่างมาก หลังเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกอบกับ การส่งออกที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นในทุกตลาด ทั้งอเมริกา ยุโรป โอเชียเนีย และเอเชีย รวมถึงบริษัทฯ มีการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและการดำเนินการที่ดีขึ้น

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง โดยหลังจากการระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ทำให้ NRF เป็นที่รู้จักในวงกว้างและได้รับการยอมรับในแวดวงธุรกิจอาหาร โดยได้รับการติดต่อจากบริษัทสตาร์ทอัพทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อจะจ้างผลิตสินค้านวัตกรรมอาหาร ในกลุ่มอาหารโปรตีนจากพืช (Plant Based Food) ซึ่งบริษัทฯ มีความพร้อมทางด้านบุคลากร ทีมวิจัยและพัฒนา วัตถุดิบที่มีคุณภาพ และมีฐานการผลิตที่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งสามารถตอบสนองการผลิตได้ ทำให้มีข้อได้เปรียบในการผลิตอาหารนวัตกรรมใหม่ๆออกมา

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เริ่มขยายตลาดในประเทศมากขึ้น โดยได้จัดงานเทศกาล Root The Future Festival: Plant-Based & Sustainability ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย และร่วมออกบูธในงานเทศกาลอาหารเจที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำหลายแห่ง พร้อมนำผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช มาเปิดตัวที่ประเทศไทย จำนวน 2 แบรนด์ คือ แบรนด์ Phuture Meat และแบรนด์ The Meatless Farm ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้บริโภคเป็นอย่างมาก อีกทั้งบริษัทฯ ขยายตลาดเข้าสู่ห้องอาหารในโรงแรมระดับ 5 ดาว โดยเริ่มที่โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เป็นที่แรก ซึ่งทุกห้องอาหารภายในโรงแรมจะมีเมนูอาหาร Plant-Based Food เข้ามาให้บริการ พร้อมกันนี้  NRF มีแผนที่จะขยายไปยังกลุ่มโรงแรม 5 ดาว และร้านอาหารชื่อดัง ในกรุงเทพฯ รวมถึงเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจา คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้ ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้จากในประเทศให้เป็น 3-5% จากปัจจุบันที่ NRF ส่งออก 100%

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NRF กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเป้าหมายรายได้ปี 2563 คาดว่ารายได้เติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 15-20% จากปี 2562 ที่มีรายได้รวม 1,119.7 ล้านบาท จากคำสั่งซื้อสินค้าที่เติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับ จะรับรู้รายได้จากบริษัท ซิตี้ฟูด จำกัด จากการเข้าถือหุ้นส่วนที่เหลืออีก 85% จากก่อนหน้าที่ได้เข้าลงทุนในสัดส่วน 15% ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว เพื่อขยายกำลังการผลิตสินค้ากลุ่ม Ethnic Food และเป็นฐานการผลิตภายในประเทศ โดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่จังหวัดนครปฐม และจังหวัดราชบุรี ทั้งนี้ ซิตี้ฟู้ด ถือเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออก เครื่องปรุงรสภายใต้ตราสินค้า "คลาสสิคไทย" และน้ำนมถั่วเหลืองตรา "ชินโป" รวมถึงการรับจ้างผลิตอาหารชนิดต่าง ๆ ให้กับแบรนด์อาหารระดับโลกอีกด้วย อีกทั้งได้เริ่มเดินเครื่องผลิตหลังลงทุนในเครื่องจักรผลิตเส้นบุกเครื่องที่ 2 เพื่อขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 2,700 ตันต่อปี ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานในอนาคต

พร้อมกันนี้  บริษัทฯ มีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิต จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตประมาณ 3,400 ตัน ให้เป็น 36,000 ตัน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า ภายในปี 2564 รองรับการเติบโตจากความต้องการของลูกค้า และมีแผนการขยายฐานการผลิตไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาในอนาคต  ผ่านการร่วมทุนกับ THE BRECKS COMPANY LIMITED หรือ ‘เบรคส์’ ที่ร่วมกันจัดตั้งบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ Plant and Bean Ltd. ที่ประเทศอังกฤษ เพื่อรับจ้างผลิตอาหารโปรตีนจากพืชให้กับบริษัทอาหารชั้นนำของโลก โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ Plant-based ประมาณ 30-40% ภายในปี 2567 จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ที่ 6.4%

ล่าสุด NRF ได้เริ่มลงทุนใน E-Commerce Platform ผ่านการร่วมลงทุนกับ Boosted ECommerce Inc. (Boosted) ใน 2 รูปแบบ คือ ลงทุนในกลุ่มบริษัท Boosted Ecommerce Inc. (Boosted) เพื่อบริหารจัดการธุรกิจ e-commerce ของ Third-party seller บน Amazon e-commerce platform ซึ่งทำให้ NRF เริ่มมียอดขายจากออนไลน์เพิ่มขึ้นและตั้งเป้าหมายมีสัดส่วนยอดขายจากธุรกิจออนไลน์ 30% ของยอดขายทั้งหมดในช่วง 3 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกต่อตลาดส่งออกเพิ่มขึ้น หลังจากมีความคืบหน้าการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคถึง 90% ซึ่งจะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของภาพรวมเศรษฐกิจโลกและเพิ่มความเชื่อมั่นแก่ภาคธุรกิจรวมถึงการดำเนินชีวิตตามปกติของประชาชน ทำให้กำลังซื้อและความต้องการบริโภคอาหารรวมถึงสินค้าอื่นๆ กลับมาเข้าสู่ภาวะปกติก่อนเกิดโรคระบาด  อีกทั้งยังส่งผลดีต่อกลุ่มผู้ประกอบการซอส เครื่องปรุงรส มากขึ้น เนื่องจากร้านอาหารเตรียมกลับมาเปิดได้ตามปกติ ทำให้มีคำสั่งซื้อที่สูงขึ้นมาก

ซึ่งจะส่งผลดีต่อ NRF โดยตรงในการเพิ่มโอกาสจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงสำหรับประกอบอาหาร และเครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงและน้ำได้ดีมากยิ่งขึ้น รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืช เนื่องจากกลุ่มร้านอาหารมีสัดส่วนการซื้อสินค้าในกลุ่มนี้ราว 20-30% ทำให้ NRF ได้รับประโยชน์มากขึ้นไปด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เตรียมพร้อมรองรับออเดอร์ที่เพิ่มขึ้นด้วยการเพิ่มกำลังการผลิต ในกลุ่ม ซอส เครื่องปรุงรสที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในประเทศส่งออกหลักอย่าง สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เป็นต้น

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

015309785
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
33474
49780
133709
11966020
1677543
1988039
15309785
Your IP: 3.239.40.250
2021-01-26 16:55