PPS เผยแนวโน้มธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาในปี 2564

ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS) ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS)

PPS เผยแนวโน้มธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาในปี 2564

PPS เผยแนวโน้มธุรกิจวิศวกรที่ปรึกษาในปี 2564 เตรียมพัฒนาบุคลากรและการให้บริการด้านเทคโนโลยี BIM เดินหน้าประมูลงานภาครัฐ-เอกชน หนุน Backlog 512 ล้านบาท ด้านโครงการยามู มี Backlog จากงานก่อสร้างวิลล่า 174 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการ 9 เดือน มีรายได้รวม 306.42 ล้านบาท

ดร.พงศ์ธร ธาราไชย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (PPS) เปิดเผยว่า PPS วางแผนเข้าเสนองานและยื่นประมูลงานที่จะออกมาในปี 64 บริษัทจึงเตรียมความพร้อมจัดหาบุคลากรใหม่และพัฒนาศักยภาพของพนักงานเดิม เพื่อสร้างโอกาสเพิ่มเติมในการรับงานทั้งภาครัฐและเอกชน

สำหรับการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาส 4/63 บริษัทมีการขยายการบริการในรูปแบบใหม่เพิ่มเติม โดยได้รับงานโครงการสำรวจ ออกแบบรายละเอียดเพื่อเตรียมการก่อสร้าง และทำ BIM (Building Information Modeling) ในโครงการรถไฟสายแม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์ อีกทั้งรอเซ็นสัญญาจากงานที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงการโรงพยาบาลกระดูกและข้อ งานห้างสรรพสินค้า และกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถทยอยรับรู้รายได้จากโครงการที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จากงานภาครัฐ อาทิ โครงการพัฒนาพื้นที่ส่วนขยายศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โซน C ทางวิ่งที่ 3 โครงการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการ Block H และกรมโยธาธิการและผังเมือง และงานภาคเอกชน อาทิ The Custom House, Emsphere, Holiday Inn Samui และกลุ่มงานค้าปลีก โดยปัจจุบันบริษัทมี Backlog อยู่ที่ 512 ล้านบาท เป็นสัดส่วนงานภาครัฐ 47.55% และภาคเอกชนที่ 52.45%  

ขณะที่โครงการยามู หลังจากคลายมาตรการล็อคดาวน์จากสถานการณ์โควิด-19 แล้ว  คาดว่าจะสามารถดำเนินการขายได้ตามแผน ปัจจุบันบริษัทมี Backlog จากการก่อสร้างบ้านมูลค่า 174 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้รวมกับ Backlog ของกลุ่มบริษัท โดยจะทยอยรับรู้รายได้จนถึงปี 2564

สำหรับผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2563 บริษัทมีรายได้รวม 306.42 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 355.21 ล้านบาท จำนวน 48.79 ล้านบาท หรือลดลง 13.74 % และมีผลขาดทุนสุทธิ 22.13 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 15.58 ล้านบาท

ส่วนผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2563 มีรายได้รวม 108.12 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 112.75 ล้านบาท จำนวน 4.63 ล้านบาท หรือลดลง 4.10 % และผลขาดทุนสุทธิ 2.23 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5.55 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้ลดลงจากงวดเดียวกันปีของก่อน เนื่องมาจากในไตรมาสนี้โครงการขนาดใหญ่บางโครงการได้รับผลกระทบจากการปรับแผนงานและต้นทุนโครงการ ส่งผลต่อการรับรู้รายได้บางส่วน รวมถึงโครงการขนาดใหญ่ของบริษัทเริ่มเข้าสู่ช่วงการส่งมอบงาน อย่างไรก็ตามบริษัทมีโครงการขนาดใหญ่ในภาครัฐและเอกชนที่ได้รับเพิ่มเติมในไตรมาสนี้ เป็นโครงการจากการขยายสาขาของห้างธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ,โครงการภาครัฐและศูนย์การค้าต่างๆ และยังมีโครงการต่อเนื่องมาจากปี 2562 ที่ได้เริ่มดำเนินงานตามแผนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทมีกำไรสุทธิลดลงจากการรับรู้ขาดทุนจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

015308931
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
32620
49780
132855
11966020
1676689
1988039
15308931
Your IP: 3.239.40.250
2021-01-26 16:22