เจโทร จัด โครงการส่งเสริมการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ผ่าน “Japan Mall”

เจโทร จัด โครงการส่งเสริมการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ผ่าน E-Commerce “Japan Mall” และงานเจรจาธุรกิจออนไลน์ “Good Goods Japan”

องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) จัดงานแถลงข่าวขึ้น เพื่อประกาศจัดโครงการส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์ผ่าน E-Commerce และงานเจรจาธุรกิจออนไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยส่งเสริมการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ และตอบสนองต่อตลาดและพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคชาวไทยในช่วงการระบาดของโควิด-19 ผ่านโครงการ (1) “Japan Mall” โครงการจัดจำหน่ายสินค้าญี่ปุ่นผ่าน E-Commerce ในต่างประเทศ และ (2) “Good Goods Japan” งานเจรจาธุรกิจออนไลน์ในภูมิภาคอาเซียน

โครงการนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม E-Commerce รายใหญ่ในประเทศไทย Lazada และ Konvy รวมถึงผู้นำเข้า / ตัวแทนจำหน่ายสินค้าเครื่องสำอางสัญชาติญี่ปุ่นในประเทศไทย Moritomo, Arata และ Ohyama ที่ช่วยรวบรวมสินค้าความงามจากทั่วประเทศญี่ปุ่นกว่า 500 รายการ (70 แบรนด์) มาจัดจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และยังเป็นตัวกลางในการเชื่อมความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทยและญี่ปุ่นผ่านการเจรจาธุรกิจออนไลน์ให้กับผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่ไม่สามารถเดินทางมาประเทศไทยได้ในขณะนี้

นายอัทสึชิ ทาเคทานิ ประธานเจโทร กรุงเทพฯ กล่าวถึงความคาดหวังต่อตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ของญี่ปุ่นในประเทศไทยว่า “จากการที่ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ในประเทศไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 เจโทรฯ จึงได้ริเริ่มโครงการยักษ์ใหญ่ 2 โครงการ ได้แก่ (1) “Japan Mall” โครงการจัดจำหน่ายสินค้าญี่ปุ่นผ่าน E-Commerce ในต่างประเทศ ที่ครั้งนี้ได้รวบรวมสินค้าความงามจากทั่วประเทศญี่ปุ่นกว่า 500 รายการ 70 แบรนด์ มาจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้สินค้าเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย  และ (2) “Good Goods Japan” งานเจรจาธุรกิจออนไลน์ในภูมิภาคอาเซียน ที่ครั้งนี้มีผู้ประกอบการจากญี่ปุ่น 42 รายและผู้ประกอบการไทย (ผู้จัดซื้อ) 70 รายเข้าร่วมเจรจาธุรกิจร่วมกัน

จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคสูงขึ้น ผู้บริโภคเริ่มหันมาใส่ใจในสุขภาพและความงาม ส่งผลให้สินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ด้วยอุปสรรคด้านราคาสินค้าที่ยังคงสูงอยู่มาก เจโทรฯ จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้สินค้าญี่ปุ่นได้รับการรู้จักอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ผ่านทางการเจรจาธุรกิจออนไลน์และการจำหน่ายสินค้าผ่าน E-Commerce”

นายฐปนันท์ รัตนเนตร รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ลาซาด้า รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมสินค้าประเภทเครื่องสำอางบำรุงผิวจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในเรื่องของคุณภาพสินค้าที่ครองใจกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนาน ในปัจจุบันตลาดสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงามบนแพลตฟอร์มลาซาด้าเป็นกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทย ขายดีติด Top 3 มาโดยตลอด นอกจากนี้ลาซาด้ายังพร้อมช่วยเหลือผู้ประกอบการญี่ปุ่นด้วยการจัดอบรมการขายสินค้าออนไลน์  นำเสนอ solution ต่างๆ พร้อมจัดทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการตลอด 24 ชั่วโมง”

นางสาวอริษา ทวี Head of eCommerce and Brand Partnership บริษัท คอนวี่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Konvy) กล่าวขอบคุณที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการนี้ และกล่าวย้ำด้วยความมั่นใจว่า “ด้วยศักยภาพและคุณภาพของสินค้าจากประเทศญี่ปุ่น ผนวกกับความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในธุรกิจอีคอมเมิร์ซของ Konvy ในฐานะผู้นำกลุ่ม Beauty Retailer กับประสบการณ์มากกว่า 8 ปี จะทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จได้ตามที่ตั้งใจไว้อย่างแน่นอน”

นายชิเกคิ คาวาอุระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมริโตโม (ประเทศไทย) จำกัด (Moritomo) กล่าวในฐานะผู้แทนจาก 3 บริษัทผู้นำเข้าและตัวแทนจัดจำหน่ายเครื่องสำอางสัญชาติญี่ปุ่นในประเทศไทย “เรามีความยินดีที่ได้เป็นหนึ่งในบริษัทพาร์ทเนอร์ของโครงการ Japan Mall นี้ พวกเรารู้สึกขอบคุณในมิตรภาพอันดีงามที่คนไทยมีให้มาโดยตลอด เราจึงมุ่งมั่นที่จะคัดสรรสินค้าญี่ปุ่นที่มีคุณภาพมานำเสนอต่อผู้บริโภคชาวไทย” นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความร่วมมือกับผู้ให้บริการ E-Commerce อีก 2 รายว่า “จากความร่วมมือของผู้ให้บริการ E-Commerce รายใหญ่ทั้งสองราย กระผมมั่นใจว่าผู้บริโภคชาวไทยจะได้รู้จักสินค้าญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้นในวงกว้าง ได้มีโอกาสทดลองซื้อและทดลองใช้สินค้าญี่ปุ่นคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึงได้ มีโปรโมชั่นพิเศษมากมาย เริ่มต้นที่ 100 บาท บน Japan Mall อย่างแน่นอน”

“เจโทรฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดโครงการ “Japan Mall” และ “Good Goods Japan” ขึ้นในประเทศไทย และหวังว่าโครงการนี้จะมีส่วนช่วยให้ตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ซบเซาจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 กลับมาคึกคักได้อีกครั้ง รวมถึงช่วยเสริมสร้างให้ความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศดำเนินต่อไปอย่างแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น” นายอัทสึชิ ทาเคทานิ กล่าวปิดท้าย

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

011417173
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
1730
52508
264730
8039087
1298968
1507065
11417173
Your IP: 3.238.107.166
2020-11-27 00:57