โกลบอลคอมแพ็กประเทศไทย ประกาศ 5 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน SDGs สู่ความยั่งยืน

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย

โกลบอลคอมแพ็กประเทศไทย ประกาศ 5 ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อน SDGs สู่ความยั่งยืน

  • สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทยประกาศแผนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืน ขับเคลื่อนภาคธุรกิจไปสู่เป้าหมาย SDGs ในอีก 10 ปีข้างหน้า มุ่งสู่การลงมือทำในกลไกธุรกิจแท้จริง พร้อมผนึกกำลังทุกภาคส่วนผลักดันนโยบายเชิงกลยุทธ์ผ่านการดำเนินงานระดับประเทศ

สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand – GCNT) พร้อมองค์กรสมาชิกจากบริษัทชั้นนำ 54 แห่ง เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนของสมาคมฯ ประจำปี 2563 ในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี ในรูปแบบ Virtual Meeting เป็นครั้งแรก ตอกย้ำเจตนารมณ์ในการสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ สร้างความตระหนักรู้และความสามารถในการนำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนมาผนวกกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ มุ่งสู่การลงมือทำให้เกิดผลที่จับต้องได้อย่างแท้จริง พร้อมผลักดันการจัดทำกลยุทธ์ใหม่ ๆ ผ่านการดำเนินงานระดับประเทศ

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สมาคมฯ มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้องค์กรภาคธุรกิจเข้าใจแนวคิดเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ โดยสมาชิกร่วมประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันในการนำSDGs ไปสู่การปฏิบัติให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมในบริบทของไทย ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ทรงพลัง ยกระดับมาตรฐานการทำธุรกิจ โดยสมาคมฯ มุ่งเน้นแกนหลัก 4 ด้าน คือ สิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต แต่อาจรวมด้านอื่นด้วย อาทิ การศึกษาและสาธารณสุข ที่อาจจะเชื่อมโยงแกนเหล่านี้เข้าด้วยกัน ยิ่งเมื่อประเทศเกิดวิกฤติจากโควิด-19 ความสำคัญเรื่องสุขภาพและสุขอนามัยสำคัญยิ่งขึ้น ภาคธุรกิจได้เรียนรู้การปรับตัว ปรับทัศนคติและคิดค้นวิธีการทำธุรกิจให้เข้ากับสถานการณ์ สักวัน วิกฤตินี้ก็คงจะหมดไปแต่เรื่องความยั่งยืนจะยังเป็นประเด็นสำคัญของโลกสำหรับทุกคน ฉะนั้น การไปถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนยังมีความสำคัญและเราต้องผนึกกำลังกันต่อไป”

ทั้งนี้ แผนงาน 5 ยุทธศาสตร์ฯ ที่สมาคมฯ ได้รับรอง ได้แก่

ยุทธศาสตร์ที่ 1: การสร้างความตระหนักรู้ ผ่านการจัดทำรายงานดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืนของประเทศไทยสำหรับภาคธุรกิจ เพื่อให้เป็นตัวชี้วัดและข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนสำหรับองค์กรภาคธุรกิจ ซึ่งยังมีองค์กรอีกมากมายที่ต้องการเห็นตัวอย่างของความสำเร็จ และถือเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีขององค์กรสมาชิกอีกด้วย

ยุทธศาสตร์ที่ 2: การนำกลไกตลาดเข้ามาช่วยขับเคลื่อนความยั่งยืน ผนึกความร่วมมือของภาคเอกชนและภาครัฐ เพื่อสร้างและแบ่งปันองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนของแต่ละองค์กรผ่านการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 17 ประการ อาทิ การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อแบ่งปันประสบการณ์และเปิดโอกาสให้องค์กรสมาชิก ได้พบปะแลกเปลี่ยนและหารือเรื่องความร่วมมือในการดำเนินงานต่าง ๆ หมุนเวียนตามแต่ละเป้าหมาย เพื่อช่วยยกระดับไปสู่การเป็นเครือข่ายสำหรับการจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับความรู้ใหม่ๆ และทิศทางของโลกด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ยุทธศาสตร์ที่ 3 : สร้างผู้นำยุคใหม่ในทุกระดับขององค์กร ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง จนถึงผู้นำรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ขององค์กรควบคู่ไปกับความยั่งยืน ซึ่งโกลบอลคอมแพ็กจะเป็นแพลตฟอร์มที่ดีในการสร้างผู้นำยุคใหม่ที่มีวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน รวมทั้งการจัดทำรายงานประจำปีด้านความยั่งยืน ภายใต้หลักสากล 10 ประการของ United Nations Global Compact หรือ UNGC และขับเคลื่อนเชิงกลยุทธ์ภายใต้เป้าหมายหลัก 4 ด้านของโกลบอลคอมแพ็ก คือ สิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต

ยุทธศาสตร์ที่ 4 : การยกย่องบุคคลที่ทำงานด้านความยั่งยืน เพื่อเป็นตัวอย่าง สร้างแรงจูงใจ และเพิ่มพลังให้ผู้ที่มีส่วนร่วมขับเคลื่อน SDGs เปิดโอกาสให้ผู้ทำงานด้านความยั่งยืนของแต่ละองค์กรสามารถนำเสนอทางออกในการแก้ไขประเด็นสังคมด้านต่าง ๆ ผ่านกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร ที่มีผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งนำเสนอผ่านคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อยกย่องผู้ที่มีผลงานโดดเด่นด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนในงาน “SDGs Pioneer” ซึ่งจะจัดขึ้นในต้นปี 2564

ยุทธศาสตร์ที่ 5 : การใช้เทคโนโลยีและการสร้างนวัตกรรม โดยนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในการแก้ไขปัญหาด้านต่าง ๆ อาทิ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศโลกและการลดทอนให้การปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ (Carbon Neutral)
การนำเสนอเทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้น (Technology Disruption) แนวคิดขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste) การลดความเหลื่อมล้ำ อาทิ การส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาผ่านสื่อดิจิทัล การสร้างเครือข่ายสังคมสตาร์ทอัพ (Social Startup Network) เป็นต้น

ด้าน นายสมชาย หวังวัฒนาพาณิช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “สภาอุตสาหกรรมฯ เป็นอนุกรรมการ และได้เข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) และสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทยก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วย โดยมีสภาพัฒน์เป็นเลขานุการ ซึ่งกำลังดำเนินการขับเคลื่อนเป้าหมาย SDG Targets ของประเทศไทย โดยมีกลยุทธ์และแผนงานหลายมิติที่สอดคล้องกับของสมาคมฯ จึงอยากให้สมาคมฯ ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกพย. เพื่อให้มีการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนไปในทิศทางเดียวกัน และสามารถเชื่อมโยงไปสู่ภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องได้”

ช่วงท้ายของการประชุม นายศุภชัย ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมภูมิใจที่ได้ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งความยั่งยืนนี้ ซึ่งยังคงมีความท้าทาย แต่เราสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กันและกันได้ หวังว่าสมาคมฯ จะสามารถชักชวนและสร้างกัลยาณมิตรร่วมเดินบนเส้นทางเดียวกันเพื่อความยั่งยืนของโลก ระบบบริโภคนิยมทุกวันนี้ใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้คำนึงถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา ทั้งต้นทุนทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมก็ดี การกระทำเหล่านี้ไม่ได้สร้างความยั่งยืนแก่ธุรกิจ และไม่ได้สร้างการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างแท้จริง จึงเป็นเรื่องที่เราทุกคนควรช่วยกันสร้างวิถีใหม่ที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนให้กับการดำเนินธุรกิจของเราเอง รวมทั้งสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อลูกหลานของเราต่อไป”

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

006138668
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
21037
38828
21037
3056125
374806
1292009
6138668
Your IP: 3.236.132.132
2020-08-09 12:50