ส่องเทรนด์ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต เพื่อชีวิตที่ดี แบบ New Normal

คุณภาสกร ธรรมวิทยากร ดำรงตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์พัดลมระบายอากาศ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คุณภาสกร ธรรมวิทยากร ดำรงตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจผลิตภัณฑ์พัดลมระบายอากาศ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

ส่องเทรนด์ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคต เพื่อชีวิตที่ดี แบบ New Normal เริ่มต้นจากที่บ้าน

แม้สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ในไทยจะเริ่มคลี่คลายลงบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราทุกคนใช้เวลาอยู่กับบ้านมากขึ้น ทั้งคนที่เปลี่ยนมาทำงานจากบ้านได้ หรือสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ที่หันมาทำกิจกรรมและใช้เวลาช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อยู่บ้าน บ้านจึงกลายเป็นสถานที่สำคัญที่สุดที่อำนวยความสะดวกให้เราสามารถใช้ชีวิต เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และพักผ่อนหย่อนใจได้ในที่เดียว

ถึงตอนนี้จะมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ลงแล้ว แต่สถานการณ์การระบาดที่ผ่านมาทำให้เราก้าวเข้าสู่ยุคความปกติใหม่หรือ New Normal ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมยกระดับคุณภาพชีวิตภายในบ้าน สอดคล้องกับพฤติกรรมการอยู่บ้านมากขึ้นของคนไทยในช่วงล็อกดาวน์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายนที่คนไทยอยู่กับบ้านเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 23% และเดินทางไปสถานที่อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ห้างสรรพสินค้า หรือใช้บริการรถโดยสารสาธารณะลดลงถึง 47-66% เลยทีเดียว

แม้เรายังคงต้องจับตามองสถานการณ์การระบาดอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะค้นพบวัคซีน แต่ในแง่ของการใช้ชีวิตภายใต้ความปกติใหม่ซึ่งที่พักอาศัยกลายเป็นพื้นที่สำคัญของทุกคนในครอบครัวนั้น ทำให้เดลต้า อีเลคโทรนิคส์มุ่งคิดค้นนวัตกรรมและโซลูชันส์บ้านอัจฉริยะ เพื่อยกระดับชีวิตในบ้านของคนไทยให้สะดวกสบาย ปลอดภัยต่อสุขภาพ และประหยัดพลังงานยิ่งขึ้น ตามเทรนด์ที่อยู่อาศัยแห่งอนาคตเหล่านี้

 

โซลูชันส์คุณภาพอากาศในบ้านเพื่อสุขภาพที่ดี

การระบาดทั่วโลกของโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายอย่างโควิด-19 ทำให้หลายคนหันมาทบทวนและเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตเพื่อรักษาสุขภาพมากขึ้น และการร่วมมือกันกักตัวอยู่บ้านเพื่อหยุดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสยิ่งทำให้เราเล็งเห็นความสำคัญว่าบ้านคือสถานที่ปลอดภัยที่สุด และเป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่ดีของทุกชีวิตในครอบครัว

มีการศึกษาถึงผลกระทบของมลพิษทางอากาศต่อโรคระบบทางเดินหายใจอย่างโควิด-19 มายมาย เช่น ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่พบว่าการสูดฝุ่นละออง PM2.5 ที่เพิ่มขึ้นเพียง 1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร สามารถเพิ่มความเสี่ยงจากการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ได้สูงสุดถึง 15% ส่วนผลการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งก็พบว่าปัญหามลพิษในอากาศทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี เป็นปัจจัยร่วมที่ส่งผลให้มีอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ที่สูงยิ่งขึ้นในภูมิภาคดังกล่าว ส่วนในประเทศไทยเรานั้น เมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ก็มีความเสี่ยงจากมลพิษทางอากาศเช่นกัน ยิ่งเราต้องอยู่กับบ้านนานขึ้นแล้ว การดูแลคุณภาพอากาศภายในบ้านจึงเป็นเรื่องใกล้ตัว เพื่อลดมลพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นละออง PM2.5 ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (VOC) ที่มากับวัสดุ อุปกรณ์ หรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายในบ้าน เป็นต้น

แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เครื่องฟอกอากาศในบ้านเป็นที่นิยมมากขึ้นในไทย แต่มันสามารถช่วยกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กสุดประมาณ 2.5 ไมครอนหรือ PM2.5 เท่านั้น โดยไม่สามารถช่วยลดมลภาวะทางอากาศในบ้านประเภทอื่นๆ ได้ โซลูชันส์คุณภาพในบ้านที่ดีจะต้องช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนอากาศภายในกับภายนอกตัวบ้าน เพื่อถ่ายเทอากาศเสียจากภายในและนำอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกเข้ามาเติมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังต้องมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาด้วย ได้แก่การใช้พลังงานไฟฟ้าของเครื่องปรับอากาศและแหล่งกำเนิดความชื้นหรือก๊าซมลพิษต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อสามารถออกแบบระบบปรับสภาวะอากาศ (HVAC) ภายในตัวบ้านได้อย่างเหมาะสมและครบวงจร

โซลูชันส์แลกเปลี่ยนอากาศประหยัดพลังงาน (Energy Recovery Ventilation หรือ ERV) ของเดลต้า จะช่วยนำอากาศจากภายนอกที่กรองจนบริสุทธิ์ด้วยฟิลเตอร์ HEPA มาผ่านแกนกักเก็บความเย็นที่สร้างสมดุลระหว่างลมร้อนจากภายนอกกับลมเย็นจากภายใน เพื่อทำให้อากาศบริสุทธิ์จากภายนอกมีอุณหภูมิลดลงก่อนนำมาเติมภายในบ้าน ทำให้เกิดการถ่ายเทอากาศและประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศไปพร้อมกัน โดยสามารถกรองฝุ่นละออง PM2.5 ได้สูงสุดถึง 97% และช่วยประหยัดค่าไฟได้ถึง 30% นอกจากนี้ เดลต้ายังมีพัดลมระบายอากาศ DC Motor เพื่อช่วยเร่งระบายอากาศในห้องที่มีความชื้นสูงหรือเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษในตัวบ้าน เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว หรือโรงรถ เป็นต้น

ในปัจจุบัน เทรนด์การก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั่วโลกนิยมเลือกใช้เทคโนโลยีแลกเปลี่ยนอากาศ ERV สำหรับบ้านสมัยใหม่มากขึ้น เพื่อสุขภาพดีของผู้อยู่อาศัยและป้องกันอาการเจ็บป่วยจากการอยู่ในบ้านหรือตัวอาคารติดต่อกันเป็นเวลานานหรือ Sick Building Syndrome โดยเฉพาะที่มีสาเหตุมาจากอากาศไม่ถ่ายเท อบอ้าว ความชื้น หรือความเข้มข้นของก๊าซพิษ โซลูชันส์แลกเปลี่ยนอากาศ ERV ของเดลต้าจัดแสดงแก่ลูกค้าและคนรักบ้านผู้สนใจที่ศูนย์ SCG Experience ณ ซีดีซี คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ นอกจากนี้ บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โครงการที่อยู่อาศัย และโรงแรมมากมายทั่วไทยยังเลือกใช้โซลูชันส์คุณภาพอากาศภายในอาคารของเดลต้าอีกด้วย

 

โซลูชันส์อัจฉริยะเพื่อความสะดวกของชีวิตในบ้าน

นอกจากเรื่องสุขภาพที่เราจะต้องใส่ใจแล้ว เทรนด์ของอุปกรณ์และโซลูชันส์บ้านอัจฉริยะที่จะเพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตนับเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าจับตามอง โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดของอุปกรณ์ไอโอที (Internet of Things หรือ อุปกรณ์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต) ในประเทศไทยจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยแบบทบต้นปีละ 27% และจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 68,000 ล้านบาทในปี พ.ศ. 2573 โดยการเติบโตส่วนใหญ่จะมาจากความนิยมใช้อุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับผู้บริโภคภายในบ้านที่พุ่งสูงขึ้น

ตัวอย่างหนึ่งของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะภายในบ้านที่เหมาะสมกับภูมิอากาศร้อนชื้นในไทย เพื่อแก้ปัญหาที่ตามมามากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องเชื้อรา แบคทีเรีย และความสกปรกภายในบ้าน รวมถึงฝังอยู่ในเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของเครื่องใช้ หรือตู้เสื้อผ้า โดยเดลต้าเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพัดลมระบายอากาศอัจฉริยะ (Smart Fan) ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับความชื้นและสามารถทำงานได้เองโดยอัตโนมัติ เพื่อควบคุมค่าความชื้นในอากาศให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัย นอกจากนี้ยังมีรุ่นที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวเพื่อเริ่มและหยุดทำงานเองโดยอัตโนมัติ และช่วยประหยัดพลังงานสำหรับพื้นที่ภายในอาคารที่มีบริเวณกว้างอีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อัจฉริยะ O3 Sensor Hub 2.0 ของเดลต้า ที่ได้รับการพัฒนาและวางจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยเซ็นเซอร์หลายตัวที่คอยรวบรวมข้อมูลปัจจัยสภาพแวดล้อม เช่น การใช้งานภายในห้องและอุณหภูมิ และสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเพื่อควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านได้อย่างสะดวกจากทุกที่

 

นวัตกรรมบ้านสีเขียวเพื่อประหยัดพลังงาน

แน่นอนว่าการทำงานจากที่บ้านและการอยู่บ้านนานขึ้นทำให้ค่าไฟสูงขึ้นตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการไฟฟ้าได้ยุติมาตรการช่วยลดค่าไฟไปในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เครื่องปรับอากาศนับเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านที่กินไฟสูงสุด หากเรามีแผนที่จะปรับปรุงหรือต่อเติมบ้าน เราจึงควรมองหาวิธีการออกแบบบ้านยุคใหม่ที่ช่วยประหยัดพลังงานมากขึ้นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

การออกแบบอาคารและที่พักอาศัยสีเขียว ให้ความสำคัญกับวัสดุอุปกรณ์ที่ปราศจากสารพิษและไม่เป็นอันตรายกับผู้พักอาศัย เหมาะสมกับการใช้งานและช่วยประหยัดการใช้พลังงานได้สูงสุดโดยคำนึงถึงแสงแดด ร่มเงา ทิศทางลม และการถ่ายเทอากาศ รวมถึงใช้เทคโนโลยีกรองอากาศบริสุทธิ์ต่างๆ เช่นฟิลเตอร์ HEPA และติดตั้งเครื่องแลกเปลี่ยนอากาศ (ERV)ในจุดที่เหมาะสม เพื่อป้องกันมลพิษจากภายนอก ถ่ายเทอากาศเสียจากภายใน และช่วยประหยัดพลังงานของเครื่องปรับอากาศได้

มาตรฐานอาคารสีเขียวเช่น WELL หรือ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ได้รับการยอมรับให้เป็นมาตรฐานในการกำหนดทิศทางออกแบบอาคารต่างๆ ในประเทศไทยมากขึ้น โดยมีอาคารต่างๆ กว่า 120 โครงการทั่วไทยที่เข้าร่วมรับการประเมินจากสถาบันอาคารเขียวไทย เพื่อรับรองสถานะเป็นอาคารที่ปลอดภัยต่อผู้อาศัยและประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืน โดยมาตรฐานนี้สามารถนำมาปรับใช้กับการออกแบบบ้านและที่พักอาศัยทั่วไปได้เช่นกัน

แม้เรายังคงต้องใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมไปจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะสิ้นสุดลงเมื่อค้นพบวัคซีนหรือยารักษา แต่บ้านในยุค New Normal จะเป็นพื้นที่สำคัญที่สุดแห่งแรกที่จะมอบสุขภาพที่ดีให้แก่ทุกคนในครอบครัว ผ่านนวัตกรรมใหม่ๆ มากมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ มุ่งมั่นที่จะนำเสนอโซลูชันส์และนวัตกรรมในบ้านเพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิตยุค New Normal พร้อมปกป้องทุกสมาชิกในครอบครัวจากมลภาวะในอากาศ ให้ครัวเรือนไทยได้มีสุขภาพที่แข็งแรงและใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ในยุคที่บ้านตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

006059653
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
24866
43135
253528
2751522
295791
1292009
6059653
Your IP: 75.101.173.236
2020-08-07 11:58