ดีไอทีพี การ์ดไม่ตกเปิดกลยุทธ์ดึงตัวเลขส่งออกไทย สร้างผู้ส่งออกอัจฉริยะ

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ

ดีไอทีพี การ์ดไม่ตกเปิดกลยุทธ์ดึงตัวเลขส่งออกไทย สร้างผู้ส่งออกอัจฉริยะ ในยุค New Normal ทางรอดธุรกิจไทยด้วยเครือข่ายครอบครัว Smart Exporter

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) เผยแนวทางการฟื้นฟูธุรกิจส่งออกในยุค New Normal ด้วยการส่งเสริมในหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ การส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยี การผลักดันสินค้าไทยให้ก้าวเข้าสู่ช่องทางออนไลน์  การพัฒนาและบ่มเพาะผู้ประกอบการผ่านหลักสูตรฝึกอบรม รวมทั้งการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายธุรกิจ โดยล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ “ผู้ส่งออกอัจฉริยะ: Smart Exporter” ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการรวมตัวทางธุรกิจ เพื่อลดช่องว่างทางการค้าและสร้างทางรอดให้กับผู้ประกอบการ พร้อมชี้สถานการณ์การค้าโลกที่เริ่มส่งสัญญาณที่ดีขึ้น 

นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า สถานการณ์ส่งออกในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากโควิด – 19 ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญช่วงยากลำบากที่เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยปีนี้มีแนวโน้มหดตัวสูงสุดในรอบหลายทศวรรรษ แม้ล่าสุดสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยจะสามารถควบคุมได้ดีจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุปสงค์ธุรกิจส่งออกของไทยเริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม กรมยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้พยายามหาทางแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยในช่วงที่ผ่านมานั้น กรมได้ช่วยส่งเสริมธุรกิจส่งออกและผู้ประกอบการในด้านที่สำคัญ อาทิ 

  • การส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการไทย ด้วยการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการติดต่อสื่อสารกับคู่ค้าต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้ได้ใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ เพิ่มพูนทักษะที่สำคัญในการทำการตลาดผ่านทางโซเชียลมีเดียให้มากขึ้น เพื่อเป็นการรักษาตลาดเก่าให้ยังคงอยู่และดำเนินการไปได้อย่างติดขัดให้น้อยที่สุด อาทิ กิจกรรม Business Matching Online และ Multimedia Online Virtual Exhibition เป็นต้น
  • การผลักดันสินค้าไทยให้ก้าวเข้าสู่ช่องทางออนไลน์ ด้วยการผนึกกำลังทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้องด้านการทำการค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ อาทิ e-bay , Shopee , Lazada , Thailandpostmart.com เพื่อเพิ่มพื้นที่การขายสินค้าไทย ให้ก้าวสู่การขายออนไลน์ในมาร์เก็ตเพลสนานาชาติ
  • การพัฒนาผู้ประกอบการผ่านหลักสูตรฝึกอบรมและสัมมนาที่ทันต่อสถานการณ์การค้าในปัจจุบัน ทั้งออนไลน์ควบคู่ออฟไลน์ โดยเริ่มตั้งแต่การปูพื้นฐาน ไปจนถึงการสร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ
  • การส่งเสริมการสร้างเครือข่ายและพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเกื้อกูลกันระหว่างหน่วยงานและภาคธุรกิจการค้า

นายสมเด็จ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากในบริบทการค้าในปัจจุบัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมากรมและหน่วยงานพันธมิตร เช่น สภาหอการค้าไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และธนาคารชั้นนำต่างๆ ได้มีการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้การดำเนินงานส่งเสริมธุรกิจและผู้ประกอบการเป็นไปอย่างบูรณาการ ตอบโจทย์กับสถานการณ์และการเติบโตของหลาย  ภาคส่วนมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังได้ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออก มีการสร้างเครือข่ายระหว่างกัน เพื่อให้สามารถเติบโตพร้อมกัน เกิดการสร้างอำนาจต่อรองระหว่างคู่ค้า รวมทั้งสร้างผลประโยชน์ทางธุรกิจร่วมกันในหลายมิติอีกด้วย

ด้าน นางอารดา เฟื่องทอง ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ กล่าวว่า  สถาบัน NEA เล็งเห็นความสำคัญในการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการให้แข็งแกร่ง รวมถึงเสริมสร้างความรู้และทักษะ แนะนำวิธีการปฏิบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ที่เหมาะสำหรับผู้ประกอบการส่งออกนั้น จึงได้จัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “ผู้ส่งออกอัจฉริยะ: Smart Exporter” มาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันคือรุ่นที่ 19 โดยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างฐานการส่งออกให้กับ SMEs ไทย เพื่อเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับการค้าระหว่างประเทศของไทย เนื้อหาของหลักสูตรจะครอบคลุมองค์ความรู้และทักษะการบริหารจัดการด้านการส่งออกที่สำคัญอย่างครบวงจร เพื่อนำไปสู่การปรับกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การฝึกอบรมจะประกอบไปด้วยภาคทฤษฎี และการให้คำปรึกษาเชิงลึก โดยมีการปรับปรุงหลักสูตรให้เหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจในยุค New Normal ได้แก่

1) International Trade Subjects อาทิ Digital Transformation, Branding in Practice for Global Market, การคำนวณต้นทุนและการตั้งราคาเพื่อการส่งออก, E-Commerce และ Online Marketing เพื่อการค้าระหว่างประเทศ, การวิเคราะห์ส่วนผสมการตลาดและการตลาดเพื่อการส่งออก, Logistics & Supply Chain, Mindset สู่การเป็น New Normal Smart Exporter และการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้เศรษฐกิจกระแสใหม่ เป็นต้น

2) Active Learnings อาทิ การแชร์ประสบการณ์และสร้างแรงบันดาลใจจาก Smart Exporter รุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จ และการให้คำปรึกษาเชิงลึกจากทูตพาณิชย์ไทยประจำต่างประเทศ เป็นต้น

สำหรับโครงการดังกล่าวจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่ระบาดของ Covid-19 ซึ่งจะใช้เวลาเรียนทั้งสิ้น 15 วัน ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ (13 ก.ค. – 3 ส.ค. 63)  ซึ่งจะช่วยบ่มเพาะให้ผู้ประกอบการจะได้รับความรู้และสามารถต่อยอดธุรกิจให้ก้าวเข้าสู่ระดับโลกได้ โดยการเรียนผ่านระบบออนไลน์นั้นไม่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาทักษะทางด้านธุรกิจของผู้ประกอบการไทย นอกจากนั้น ผู้ประกอบการที่จบหลักสูตร จะได้รับการผลักดันให้เกิดการค้าระหว่างประเทศจริงผ่านกิจกรรมต่อยอดต่างๆของกรม อาทิ งานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ การเข้าร่วมโครงการ SMEs Pro-active และการเข้าร่วมกับคณะผู้แทนการค้า (Business Matching) นางอารดา กล่าวเพิ่มเติม

นางพรรณี ชิตรัตฐา ผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องดื่มชาผสมโสม แบรนด์ มิโกชิ และเคยเข้าร่วมโครงการ Smart Exporter รุ่นที่ 16 กล่าวว่า จากที่ได้รับโอกาสให้เข้าร่วมโครงการนี้ในรุ่น 16 นอกเหนือจากความรู้ใหม่ๆเพิ่มเติมที่แตกต่างจากที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งออก การตลาด  แล้วยังได้รับความรู้เรื่องการตลาดด้านออนไลน์ การนำเครื่องมือในการบริหารจัดการ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน และที่สำคัญการได้สร้างเครือข่ายที่หลากหลายทางธุรกิจทั้งจากผู้เข้าอบรมในรุ่นเดียวกัน รุ่นพี่รุ่นน้องท่านอาจารย์วิทยากรและสถาบันต่างๆ ช่วยส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวและความคล่องตัวทางธุรกิจเพิ่มขึ้น

สำหรับตลาดหลักที่ดำเนินการอยู่เป็นตลาดในทวีปแอฟริกา และประเทศอูกันดา ซึ่งครอบครัว Smart Exporter ทำให้เกิดการรวมตัวกันจัดตั้งสมาคมการค้าไทย-อูกันดาขึ้น และได้มีการเชิญชวนรุ่นน้องโครงการ Smart Exporter และสมาชิกของสมาคมซึ่งเป็น SME ที่สนใจในตลาดแอฟริกา ไปสำรวจตลาดและเข้าร่วมการออกงานแสดงสินค้า The 27th Uganda International Trade Fair ที่จัดขึ้นโดยการสนับสนุนของรัฐบาลประเทศอูกันดา และในครั้งนั้นทำให้มีผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งสามารถต่อยอดทางธุรกิจกับตลาดใหม่นี้ได้ อีกทั้งยังสร้างเสริมภาพลักษณ์ให้กับสินค้าไทย จะเห็นได้ว่า หลังจากได้เข้าร่วมโครงการ Smart Exporter และได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Smart ช่วยให้เกิดการซื้อขายและสนับสนุนการค้าในระหว่างผู้ประกอบการด้วยกันเอง ช่วยกันแก้ปัญหาและลดต้นทุนของสินค้าและบริการ พึ่งพากันไปค้าขายสินค้าได้ในตลาดต่างประเทศ อย่างไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) ได้ที่ nea.ditp.go.th หรือ www.ditp.go.th และ www.facebook.com/nea.ditp หรือ 1169 กด 1

#SMARTEXPORTER #ส่งออก #ออนไลน์ #NEA #DITP #ผู้ประกอบการ #NEAElearning #NEAELearningUniverse #สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ #JCCOTH

Rate this item
(0 votes)

Page Visitor

006273371
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
33057
40086
155740
3056125
509509
1292009
6273371
Your IP: 3.219.167.194
2020-08-12 22:08