‘พริมา มารีน’ กระหึ่มรับปีทองสู่ยุค Growth Mode โชว์ทำผลงานได้ดีกว่าแผน

นายชาญวิทย์ อนัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (“PRM”) นายชาญวิทย์ อนัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (“PRM”)

‘พริมา มารีน’ กระหึ่มรับปีทองสู่ยุค Growth Mode โชว์ทำผลงานได้ดีกว่าแผน ลุ้นทำสถิติเติบโตสูงสุดในรอบ 3 ปี 

‘บมจ. พริมา มารีน’ หรือ (“PRM”) ลุ้นปีนี้ทำสถิติเติบโตสูงสุดในรอบ 3 ปี หลังเดินหน้ารุกขยายธุรกิจให้บริการเรือขนส่งและจัดเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมได้ดีกว่าแผนงานที่วางไว้ ช่วยหนุนศักยภาพการดำเนินงานและประสิทธิภาพการให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง พร้อมเก็บเกี่ยวรายได้จากความต้องการใช้เรือ FSU ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

นายชาญวิทย์ อนัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (“PRM”) ผู้ให้บริการเรือขนส่งและจัดเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และปิโตรเคมีเหลวทางทะเลอย่างครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประเมินแนวโน้มการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ยังมีทิศทางการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของทั้งปี ดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้ และมีโอกาสเติบโตสูงที่สุดในรอบ 3 ปี เนื่องจาก PRM มีความแข็งแกร่งของกองเรือที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าเพิ่มขึ้นรวมเป็น 45 ลำ ส่งผลต่อขีดความสามารถการให้บริการแก่ลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น

โดยกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งภายในประเทศ และกลุ่มธุรกิจเรือ FSU เป็น 2 กลุ่มธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ PRM ในปีนี้ ซึ่งมาจากการขยายกองเรือเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า ได้แก่ การเพิ่มเรือขนส่งภายในประเทศจำนวน 6 ลำ ขนาดระวาง 3,000 DWT เพื่อนำมาใช้ทดแทนเรือเก่าบางส่วน และการเพิ่มเรือขนส่งและกักเก็บน้ำมันแบบลอยน้ำ หรือ FSU อีก 3 ลำ รวมทั้งสิ้น 8 ลำ ซึ่งมากกว่าแผนเดิมที่วางไว้ โดยปัจจุบันมีอัตราการใช้บริการเต็ม 100% ทุกลำ

ทั้งนี้ แผนการขยายกองเรือดังกล่าวสอดรับกับโอกาสทางธุรกิจจากความต้องการของลูกค้าในการกักเก็บน้ำมันเพื่อผสมน้ำมันเตากำมะถันต่ำ   ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับ IMO 2020 ที่กำหนดให้ใช้เชื้อเพลิงกำมะถันต่ำ โดยเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ทำให้อัตราค่าใช้บริการเรือ FSU ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจของบริษัทฯ เติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน การเข้าถือหุ้นใน Big Sea ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเรือขนส่งปิโตรเลียมภายในประเทศอันดับ 2 ของไทย เพิ่มขึ้นอีก 10% เป็น 80% ในปีนี้ เป็นการเสริมความสามารถเรือขนส่งฯ ในประเทศ และตอกย้ำความเป็นผู้นำผู้ให้บริการเรือขนส่งน้ำมันฯ อันดับ 1 ของประเทศอีกด้วย

“ในปีนี้เราทำได้ดีกว่าแผนงานที่วางไว้ โดยมีปัจจัยมาจากแผนงานบริหารจัดการพอร์ตกองเรืออย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีจำนวนเรือให้บริการที่เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่อายุเฉลี่ยกองเรือลดลง เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าและรองรับกับภาพรวมอุตสาหกรรมขนส่งปิโตรเลียมที่ขยายตัวได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงการบริหารจัดการเพื่อรักษาอัตราการทำกำไรขั้นต้นให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี จากการปรับเปลี่ยนรูปแบบสัญญาการบริการให้สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรม จึงทำให้ปีนี้เป็น Growth Mode หรือปีแห่งการเติบโตของ PRM ได้อย่างแท้จริง” นายชาญวิทย์ กล่าว 

Rate this item
(0 votes)