WHAUP ครึ่งปีแรก โชว์กำไรโต 1,281.8 ล้านบาท สั่งลุย Solar Rooftop เต็มที่

นายวิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP นายวิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP

WHAUP ครึ่งปีแรก โชว์กำไรโต 1,281.8 ล้านบาท สั่งลุย Solar Rooftop เต็มที่ 7 เดือนแรก เซ็นสัญญาแล้ว 13.9 MW ลุยธุรกิจน้ำ-ไฟฟ้า- สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บมจ. ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) เผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2562 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีกำไรสุทธิ จำนวน 857.5  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189.8% จากการให้บริการน้ำเพิ่ม และ โรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน กลับมาเดินเครื่องตามแผนบำรุงรักษา บริษัทฯ ระบุได้เตรียมแหล่งเงินทุนสำหรับการเข้าลงทุนในโครงการน้ำประปาในประเทศเวียดนามพร้อมแล้ว ในส่วนของธุรกิจ Solar Rooftop บริษัทมีการเซ็นต์สัญญา เพิ่มเติมใกล้ทะลุเป้าหมายของปีนี้ที่วางไว้ 15 MW และมุ่งหน้าขยายเป้าหมายเพิ่มเติม และในส่วนธุรกิจค้าปลีกก๊าซธรรมชาติในนิคมอุตสาหกรรม ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 (WHA  ESIE 4)  รองรับการจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติได้ถึง 2,000,000 ล้านบีทียูต่อปี เปิดให้บริการในช่วงมิถุนายนที่ผ่านมา

นายวิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2562 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2562  บริษัทฯ มีรายได้รวม จำนวน  475.1  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน  และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 752.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 204.9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน  เหตุผลหลักมาจากโครงการโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน ได้กลับมาดำเนินการผลิตเต็มประสิทธิภาพได้ตามแผนบำรุงรักษา พร้อมผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งตั้งแต่วันที่ 9 เดือนกุมภาพันธ์ 2562 กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 162.3 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2562 และโครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ เอ็นแอลแอล 2 ที่เริ่ม COD ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2562 โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 857.5  ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน  และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Income) ซึ่งเป็นการปรับด้วยกำไรหรือขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 695.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน 

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวมจำนวน 934.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% เมื่อเทียบจากปีก่อน และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจำนวน 1,091.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.5% เมื่อเทียบจากปีก่อน โดยในจำนวนนี้ประกอบด้วยกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 256.9 ล้านบาทใน 6 เดือนแรกปี 2562 โดยบริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่บริษัทฯ เป็นเจ้าของจำนวน 1,281.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.6% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติของบริษัทฯ จำนวน 1,024.9 ล้านบาท มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 28.0% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน 

ด้านธุรกิจพลังงาน โครงการโรงไฟฟ้ากัลฟ์ เอ็นแอลแอล 2 มีกำลังการผลิตตามติดตั้งรวม 127 เมกกะวัตต์ หรือคิดเป็นกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้น 32 เมกะวัตต์ ได้เริ่ม COD ในเดือนมกราคม ปี 2562 และการทยอย COD ของโครงการ Solar Rooftop ส่งผลให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 554 เมกะวัตต์

ส่วนการลงทุนโครงการ Solar Rooftop ปัจจุบัน บริษัทฯ มีการเซ็นสัญญาใหม่ในปีนี้ทั้งหมด 13.9 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าทั้งปีจะทะลุเป้า 15.0 เมกะวัตต์ โดยมีโครงการที่ COD แล้วทั้งหมด 7.1 เมกะวัตต์ และมีโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 20.3 เมกะวัตต์ ซึ่งตามแผนจะทยอย COD ในไตรมาส 3/2562 –ไตรมาส 1/2563 อีกทั้งโครงการโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรม ขนาด 8.6 เมกะวัตต์ คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในไตรมาส 4/2562

นอกจากนี้ธุรกิจค้าปลีกก๊าซธรรมชาติโครงการ ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์น ซีบอร์ด เอ็นจีดี 4 ในนิคมอุตสาหกรรม ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4  ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งสามารถรองรับการจัดจำหน่ายก๊าซธรรมชาติได้ถึง 2,000,000 ล้านบีทียูต่อปี และถือเป็นโครงการที่ 2 หลังจากประสบความสำเร็จในการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ธุรกิจค้าปลีกก๊าซธรรมชาติโครงการ ดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด เอ็นจีดี 2 ในช่วงปลายปี 2561

สำหรับภาพรวมธุรกิจบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าการขยายธุรกิจสาธารณูปโภคทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยในส่วนของการดำเนินการธุรกิจสาธารณูปโภคด้านน้ำล่าสุดบริษัทฯ ได้เซ็นต์สัญญาขาย Demineralized Water กับ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC โดยมีปริมาณการรับซื้อเริ่มต้นประมาณ 1.5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี รวมทั้งยังมีการเซ็นสัญญาขายน้ำเพื่ออุตสาหกรรมกับบริษัท จีซี ออกซีเรน จำกัด (GCO) ผู้ผลิตและจำหน่ายโพรพิลีนออกไซต์ โดยมีความต้องการใช้น้ำที่ประมาณ 3.6 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี และบริษัท จีซี โพลีออลส์ จำกัด หรือ GC Polyols Company Limited (GCP) ผู้ผลิตและจำหน่ายโพลีอีเทอร์ โพลีออลส์  มีความต้องการใช้น้ำประมาณ 0.3 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี

สำหรับการเข้าลงทุนในโครงการน้ำประปาในประเทศเวียดนามซึ่งทางคณะกรรมการได้อนุมัติไปในวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมานั้น การลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นการเข้าลงทุนในโครงการน้ำภาคครัวเรือน-ขนาดใหญ่เป็นโครงการแรกของบริษัทฯ ซึ่งทางบริษัทฯ มองว่าการลงทุนในโครงการดังกล่าวมีศักยภาพในการเติบโตในอนาคตนอกเหนือจากกำลังการผลิตของโครงการที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วและที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยการเข้าลงทุนครั้งนี้ บริษัทฯ จะใช้กระแสเงินสดจจากการดำเนินของบริษัทฯ และเงินกู้ โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเท่ากับ 0.76 เท่าซึ่งเป็นระดับต่ำ 

Rate this item
(0 votes)