‘พริมา มารีน’ ตอกย้ำ Growth Mode โชว์ครึ่งปีแรกทำกำไรพุ่ง 544.2 ล้านบาท

นายชาญวิทย์ อนัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (“PRM”) นายชาญวิทย์ อนัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (“PRM”)

‘พริมา มารีน’ ตอกย้ำ Growth Mode โชว์ครึ่งปีแรกทำกำไรพุ่ง 544.2 ล้านบาท หลัง Q2/62 ทำผลงานพุ่ง 48.4% รับเรือขนส่งในประเทศ - เรือ FSU เติบโตอย่างต่อเนื่อง มั่นใจครึ่งปีหลังร้อนแรง ดันเป้าหมายทั้งปีโต 15-20%

‘บมจ. พริมา มารีน’ หรือ (“PRM”) โชว์ความแข็งแกร่งรับธีม Growth Mode สะท้อนศักยภาพการดำเนินธุรกิจ หลังผลการดำเนินงานไตรมาส 2/62 ร้อนแรงต่อเนื่อง ทำรายได้รวม 1,268.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% และมีกำไรสุทธิ 303.7 ล้านบาท เติบโต 48.4% จากปัจจัยกลุ่มธุรกิจเรือ FSU ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และเรือขนส่งภายในประเทศที่มีอัตราการขยายตัวอย่างโดดเด่น หนุนผลงานครึ่งปีแรกของปีนี้ ทำกำไรสุทธิ 544.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.8% ส่วนแผนงานครึ่งปีหลังมั่นใจผลงานเติบโตแข็งแกร่ง หลังไตรมาส 3/62 จะรับรู้รายได้จากกลุ่มเรือ FSU ครบทั้ง 8 ลำ 

นายชาญวิทย์ อนัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) (“PRM”) ผู้ให้บริการขนส่งและจัดเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และปิโตรเคมีเหลวทางเรืออย่างครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/62 (เมษายน-มิถุนายน 2562) เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการขยายกองเรือ เพื่อรองรับความต้องการใช้บริการเรือขนส่งปิโตรเลียมที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมทำได้ 1,268.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,106.3 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 303.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.36% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีกำไรสุทธิ 204.7 ล้านบาท

ทั้งนี้ มีปัจจัยมาจากการขยายธุรกิจเรือขนส่งในประเทศ ซึ่งรับรู้รายได้จากเรือใหม่ที่เข้ามาประจำการเพิ่มขึ้นเป็น 30 ลำ รวมถึงการรับรู้รายได้จากบริษัท บิ๊กซี (Big Sea) จำกัด ตามสัดส่วนการลงทุนที่ 70% ทำให้ธุรกิจดังกล่าวมีอัตราการเติบโตที่โดดเด่นถึง 40.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันในไตรมาส 2/62 นั้น PRM ยังรับรู้รายได้จากการขยายกองเรือ FSU หรือ เรือขนส่งและจัดเก็บสินค้าแบบลอยน้ำเพิ่มเติมอีก 1 ลำ รวมเป็น 6 ลำ โดยมีอัตราการใช้บริการเต็ม 100% และยังได้รับปัจจัยบวกจากอัตราค่าใช้บริการที่เพิ่มขึ้น หลังกลุ่มลูกค้าในอุตสาหกรรมปิโตรเลียมมีความต้องการใช้บริการเรือดังกล่าวเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับกฎ IMO 2020 ในการใช้เชื้อเพลิงกำมะถันต่ำ ที่จะเริ่มบังคับใช้ในต้นปี 2563 อีกด้วย

จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานในงวดครึ่งปีแรกของปีนี้ (มกราคม-มิถุนายน 2562) บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,457.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,124.7 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 544.2 ล้านบาท เติบโต 54.8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีกำไรสุทธิ 351.5 ล้านบาท

“ด้วยศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ PRM ที่มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี 2562 ที่ผ่านมา สะท้อนมาถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/62 และครึ่งปีแรกของปีนี้ ที่เติบโตได้ทุกกลุ่มธุรกิจ โดยกลุ่มธุรกิจเรือ FSU และเรือขนส่งภายในประเทศเป็นกลุ่มธุรกิจหลักที่ช่วยผลักดันการเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นเครื่องยืนยันให้เรามั่นใจว่า ปีนี้จะเป็นปีแห่ง Growth Mode ของ PRM อย่างแน่นอน” นายชาญวิทย์ กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PRM กล่าวว่า ส่วนแนวทางการดำเนินงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ เชื่อมั่นว่าจะเติบโต 10-15% ได้ตามแผน โดยในไตรมาส 3/62 บริษัทฯ มีแผนให้บริการเรือ FSU เพิ่มขึ้นอีก 2 ลำ ส่งผลให้สามารถรับรู้รายได้รวมทั้งสิ้น 8 ลำ โดยเริ่มให้บริการในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม 2562 ตามลำดับ หลังจากตกลงซื้อเรือ FSU เข้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะส่งผลดีต่อการรายได้จากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้น พร้อมกันนี้ จะรับรู้รายได้จากเรือขนส่งภายในประเทศที่จะเข้ามาให้บริการเพิ่มเติมอีก 2 ลำ รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 32 ลำ ส่งผลดีต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ PRM ให้มีความแข็งแกร่ง สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีความต้องการใช้เรือขนส่งปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทฯ ยังมีมติอนุมัติเข้าซื้อหุ้น Big Sea เพิ่มขึ้นอีก 10% รวมเป็น 80% ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้และกำไรเพิ่มเติมได้ภายในไตรมาสนี้เป็นต้นไป ถือเป็นเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนภาพรวมผลการดำเนินงานของ PRM ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

Rate this item
(0 votes)