อนันดาฯ ประกาศ ยอดขายครึ่งปีกว่า 11,000 ล้าน พร้อมบุ๊คกำไร 352 ล้าน

ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน)

อนันดาฯ ประกาศ ยอดขายครึ่งปีกว่า 11,000 ล้าน พร้อมบุ๊คกำไร 352 ล้าน เดินหน้าลุยเปิด 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่า 22,000 ล้าน

บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ผู้นำแห่งวงการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมือง ครองตำแหน่งผู้นำตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้า  เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2562 ประกาศผลการดำเนินธุรกิจที่เติบโตแบบมีวินัยทางการเงิน โดยทำผลงานมีรายได้รวม 2,037 ล้านบาท เติบโต 12% จากไตรมาสแรก สอดคล้องกับรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 12% เป็น 871 ล้านบาท นอกจากนี้ยอดขาย ยังเพิ่มขึ้น 27% จากไตรมาสแรก โดยสามารถกวาดยอดขายกว่า 6,100 ล้านบาท และมียอดขายสะสมครึ่งปีแรกกว่า 11,000 ล้านบาท และในครึ่งปีหลังปี 62 มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่อีก 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 22,000 ล้านบาท เน้นตลาด Mid-End สอดรับสถานีรถไฟฟ้าขยายตัวต่อเนื่องจาก 80 สถานีเป็น 300 สถานี

ดร. ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ของอนันดาเป็นที่น่าพอใจในสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีความท้าทายทั้งปัจจัยภายในประเทศ และต่างประเทศ และเชื่อว่าความต้องการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะใกล้รถไฟฟ้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไตรมาส 2/2562 บริษัทมีกำไรสุทธิ 120 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า 79% และมีกำไรสุทธิครึ่งปีอยู่ที่ 352 ล้านบาท ลดลง 52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า ซึ่งสัดส่วนของโครงการร่วมทุนที่สร้างเสร็จพร้อมโอนในไตรมาส 2 ปี 2562 น้อยกว่าในไตรมาส 2 ปี 2561 ที่มีโครงการร่วมทุนขนาดใหญ่สร้างเสร็จและเริ่มโอน เช่น แอชตัน อโศก และ แอชตัน จุฬา-สีลม ซึ่งเป็นไปตามกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จของโครงการ

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีความพร้อมในการปรับตัวและพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่บริษัทฯ ได้เปิดตัวโครงการไอดีโอ คิว พหลฯ-สะพานควาย ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ซึ่งเมื่อได้เปิดให้มีการจองซื้อมาระยะหนึ่งจึงได้ทราบว่ายังมีกลุ่มลูกค้าอีกเป็นจำนวนมากกว่า 3 เท่า ที่มีความสนใจและต้องการเข้าถึงโครงการดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ พิจารณาและปรับรูปแบบโครงการ ไอดีโอ คิว พหลฯ-สะพานควาย ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและสภาวะตลาด โดยนำเทคโนโลยีการก่อสร้าง BIM และเทคโนโลยีการก่อสร้างที่ทันสมัยอื่นๆ มาพัฒนาโครงการเพื่อให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยร่วมกับ Strategic Partner ทั้งหมด  และคาดว่าจะสามารถนำเสนอราคาขายเริ่มต้นใหม่ได้ที่ 149,000 บาทต่อตารางเมตร นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพอัตราการทำกำไรที่ดีขึ้นด้วย โดยจะมีการเปิด Soft Opening สำหรับโครงการใหม่ ภายใต้แบรนด์ใหม่ระดับ Mid-End ในไตรมาส 4/2562 และมีระยะเวลาการก่อสร้างแล้วเสร็จตามกำหนดระยะเวลาเดิมในไตรมาสแรกปี 2565

ณ สิ้นไตรมาส 2/2562 บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog)  33,200 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของยอดโอนในระยะ 3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ที่จะโอนในปี 2562 มูลค่ากว่า 12,240 ล้านบาท คิดเป็น 64% ของเป้ายอดโอนในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้  โดยตั้งเป้ายอดโอนทั้งปีอยู่ที่กว่า 29,000 ล้านบาท นอกจากนี้ มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ในครึ่งปีหลัง จำนวน 7 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 21,930 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการคอนโดมิเนียมใกล้รถไฟฟ้า จำนวน 6 โครงการ มูลค่าโครงการ 20,496 ล้านบาท และโครงการแนวราบ URBANIO วิภาวดี-แจ้งวัฒนะ จำนวน 1 โครงการ  มูลค่าโครงการ 1,434 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการแนวราบแบรนด์ใหม่เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

“ในส่วนของกระแสเงินสดของบริษัทฯ ยังคงมีความแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นสุดไตรมาสยังคงรักษาเงินสดที่มีมากกว่า 5,900 ล้านบาท  โดยบริษัทฯ คอยติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งจากปัจจัยภายในประเทศและภายนอกประเทศ และเตรียมพร้อมปรับแผนธุรกิจหากมีความจำเป็น เพื่อรักษาเสถียรภาพในระยะยาวของบริษัท ทั้งนี้ แผนธุรกิจทั้งหมดของบริษัทนั้น ยังคงสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังคงตอกย้ำการเป็นผู้นำในตลาดคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าในประเทศไทย พร้อมทั้งยังคงรักษาวินัยทางการเงินไว้อย่างเข้มงวด โดยจะรักษาอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนไว้ที่ 1 เท่า เป็นเป้าหมายระยะยาว และเราต้องมั่นใจว่าการเติบโตของบริษัทจะไม่เพิ่มความเสี่ยงซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงของบริษัทในระยะยาว” ดร. ชัยยุทธ กล่าวเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้น เป็น 9.1 สตางค์ คิดเป็นสัดส่วนของเงินปันผลต่อกำไรในอัตรา 86% สูงที่สุดตั้งแต่มีการเสนอขายหุ้น IPO ของบริษัท

Rate this item
(0 votes)