คอร์น เฟอร์รี่ ชี้ผลสำรวจช่องว่างเงินเดือนระหว่างพนักงานระดับล่างกับผู้จัดการระดับสูงในไทยเพิ่มขึ้น 9.3%

ชนัตถ์ อธิบาย Senior Client Partner and Head of Rewards and Benefits, Korn Ferry Thailand ชนัตถ์ อธิบาย Senior Client Partner and Head of Rewards and Benefits, Korn Ferry Thailand

คอร์น เฟอร์รี่ ชี้ผลสำรวจช่องว่างเงินเดือนระหว่างพนักงานระดับล่างกับผู้จัดการระดับสูงในไทยเพิ่มขึ้น 9.3%

  • ประเทศกว่า 3 ใน 4 ที่ทำการสำรวจทั่วโลก ช่องว่างเงินเดือนมีการขยายตัวมากขึ้น
  • พบว่าช่องว่างเงินเดือนขยายตัวต่อเนื่องในทุกประเทศในเอเชีย
  • การขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนในไทยเฉลี่ย 9.3% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของเอชียซึ่งอยู่ที่ 15.3%

ข้อมูลการศึกษาครั้งใหม่ของ คอร์น เฟอร์รี่ (รหัสในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก: KFY) ระบุว่า ความแตกต่างของเงินเดือนระหว่างพนักงานระดับล่างกับผู้จัดการระดับสูงของบริษัทในประเทศไทยมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น 9.3% ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของทุกภูมิภาคทั่วโลกนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 เป็นต้นมา การศึกษาครั้งนี้ใช้สถิติจากฐานข้อมูลค่าตอบแทนระดับโลกของ คอร์น เฟอร์รี่ ซึ่งพบว่า 77% ของ 58 ประเทศที่ทำการวิเคราะห์มีช่องว่างเงินเดือนที่กำลังขยายตัวเพิ่มมากขึ้น

ประเทศในเอเชีย 8 ใน 9 ประเทศ มีอัตราการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนระหว่างกลุ่มพนักงานระดับล่าง ระดับกลาง จนถึงในระดับบน โดยประเทศไทยขยายตัวที่ 9.3% ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของทั้ง 9 ประเทศคือ 15.3% มีเพียงอินเดียที่มีอัตราขยายตัวช่องว่างเงินเดือนพุ่งสูงกว่าประเทศอื่น ๆ อย่างมากคืออยู่ที่ 66%  

ชนัตถ์ อธิบาย Senior Client Partner and Head of Rewards and Benefits, Korn Ferry Thailand กล่าวว่า “เมื่อพูดถึงช่องว่างเงินเดือนในตลาดประเทศไทย จำเป็นต้องพิจารณาถึงนิยามของ ‘ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม’ ใหม่ ตัวอย่างเช่น องค์กรหลายแห่งในเมืองไทยกำลังประสบภาวะขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถในงานดิจิทัล โดยเฉพาะองค์กรที่วางแผนแปรรูปกระบวนการทำงานในแบบเดิม ๆ โดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ (AI) ดังนั้น บุคลากรที่มีความสามารถซึ่งเข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆที่เกิดขึ้นในช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ จึงมักได้รับเงินเดือนสูง”

“ค่าตอบแทนจึงกลายเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง เห็นได้ชัดว่าบุคลากรที่มีความสามารถต่างต้องการแรงกระตุ้นในการเข้าทำงานในสภาพแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนแปลงเช่นในปัจจุบัน ทั้งการปรับตัวเข้ากับบทบาทใหม่ ที่มีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลา การปรับตำแหน่งขึ้นและลงได้โดยปราศจากอุปสรรค หากยอมรับเงื่อนไขการทำงานใหม่ได้ ก็จะได้รับอัตราค่าตอบแทนใหม่ด้วย ดังนั้น ความเป็นธรรมของค่าตอบแทน (Pay Equity) จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของน้ำหนักงานเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนไปตามการดำเนินงานและความต้องการขององค์กร”  ชนัตถ์ กล่าวเสริม

บทวิเคราะห์ของ คอร์น เฟอร์รี่ ยังชี้ให้เห็นถึงสาเหตุเพิ่มเติมอีกหลายประการ ที่ทำให้เกิดการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนในเขตเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว

“สำหรับกลุ่มพนักงานระดับล่างในตลาดแรงงานเหล่านี้ การใช้ระบบอัตโนมัติและการย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต ก็ส่งผลให้เกิดภาวะแรงงานล้นตลาด คือมีคนมากกว่าตำแหน่งงาน ซึ่งทำให้การปรับขึ้นเงินเดือนช้าลง” บ็อบ เวสเซลเคมเปอร์ หัวหน้างานระหว่างประเทศฝ่าย Rewards and Benefits Solutions คอร์น เฟอร์รี่ กล่าว “ในขณะเดียวกัน ในกลุ่มระดับบน กลับเกิดภาวะขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะจำเป็นและประสบการณ์ที่น่าเชื่อถือ อาทิ สาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์ อีกทั้งองค์กรต่าง ๆ พากันแย่งตัวผู้จัดการระดับสูงที่มีทักษะด้านอารมณ์ (Soft Skills) ที่จำเป็น อาทิ ความฉลาดทางอารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการบริหารทีมงานขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน ดังนั้น อัตราค่าตอบแทนของพนักงานในกลุ่มนี้จึงพุ่งสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่างานอื่น ๆ”

แม้ช่องว่างเงินเดือนที่กำลังขยายตัวขึ้นจะเป็นเรื่องปกติในประเทศส่วนใหญ่ หากยังมีบางแห่งที่ช่องว่างนี้กำลังลดลง เช่น ช่องว่างค่าตอบแทนกำลังหดแคบตัวลงในบางประเทศอย่างฝรั่งเศสและอิตาลี ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราภาษีที่สูงกว่าสำหรับผู้มีเงินได้สูง ดังนั้น จึงมีการจ่ายค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนน้อยลงแก่พนักงานระดับสูง รวมถึงการแทรกแซงของรัฐบาลและสหภาพในเรื่องการจ่ายค่าตอบแทนแก่พนักงานระดับล่างก็ส่งผลด้วยเช่นกัน

สำหรับการวิเคราะห์ในภูมิภาคอื่น ๆ มีดังนี้

ทวีปอเมริกาเหนือ: สหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนสูงกว่าคานาดา

สหรัฐฯ มีอัตราการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนที่ 12% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในภูมิภาคที่ 9% อย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่เพื่อนบ้านอย่างแคนาดามีอัตราการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนเพียง 5%

ทวีปยุโรป: ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคมีช่องว่างเงินเดือนแคบลง

โดยเฉลี่ย ทั้งภูมิภาคมีอัตราการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนที่ 2% โดย 13 ประเทศในยุโรปมีช่องว่างเงินเดือนระหว่างกลุ่มพนักงานระดับล่างและกลุ่มระดับบนที่แคบลง ประเทศที่เห็นได้ชัดเจนมากคือฝรั่งเศส (-6%) อิตาลี (-3%) โปแลนด์ (-13%) และสหพันธรัฐรัสเซีย (-3%) ส่วนสหราชอาณาจักรมีช่องว่างเงินเดือนสูงขึ้นที่ 9% โดยมีเพียง 3 ประเทศในยุโรปที่มีอัตราการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนสูงกว่าสหราชอาณาจักร ได้แก่ โปรตุเกส (10%) กรีซ (11%) และยูเครน (79%)

ภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกามีอัตราการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนที่สูงอย่างเหลือเชื่อ

การขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนระหว่างกลุ่มพนักงานระดับล่างและกลุ่มระดับบนในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกามีอัตราสูงกว่าภูมิภาคอื่น ๆ อย่างมีนัยสำคัญ โดยอยู่ที่ 58% และ 49% ตามลำดับ โดย 6 ใน 10 ประเทศที่มีอัตราการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนสูงสุดอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้แก่ บาห์เรน ที่ 118% ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีอัตราการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนสูงสุดในการศึกษาครั้งนี้

ละตินอเมริกามีเพียง 2 ประเทศที่ช่องว่างเงินเดือนแคบลง

ประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคละตินอเมริกามีการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนเพิ่มขึ้น ด้วยค่าเฉลี่ยทั้งภูมิภาคที่ 13% ซึ่งโคลัมเบียเป็นประเทศที่มีอัตราการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนสูงสุดที่ 32% โดยมีเพียงอาร์เจนตินาและเวเนซูเอลาเพียง 2 ประเทศที่เป็นข้อยกเว้น เพราะมีช่องว่างเงินเดือนที่แคบลงที่ 2% และ 18% ตามลำดับ

ภูมิภาคแปซิฟิกมีการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนน้อยที่สุดเป็นอันดับสองโดยค่าเฉลี่ย

ด้วยค่าเฉลี่ยการขยายตัวที่ 7% ทำให้ภูมิภาคแปซิฟิกมีการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนน้อยที่สุดเป็นอันดับสองรองจากยุโรปที่มีเพียง 2% โดยประเทศออสเตรเลียมีอัตราการขยายตัวของช่องว่างเงินเดือนที่ 8% และนิวซีแลนด์ที่ 5%

Rate this item
(0 votes)