ซีอีเอ ผนึก อินโดนีเซีย เดินหน้าความร่วมมือ “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย-อินโดนีเซีย”

ซีอีเอ ผนึก อินโดนีเซีย เดินหน้าความร่วมมือ “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย-อินโดนีเซีย” ตั้งเป้าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อาเซียน ก้าวทันตลาดโลก

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) จับมือ สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ภายใต้ความร่วมมือครั้งสำคัญ “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย-อินโดนีเซีย” ผ่านการจัดการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตลอดจนการส่งเสริมนักสร้างสรรค์ของทั้งสองประเทศ ให้มีโอกาสต่อยอดความคิดสร้างสรรค์และความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างสองประเทศต่อไป ตั้งเป้าปั้นธุรกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อาเซียนให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก นอกจากนี้ ซีอีเอ ยังเตรียมหารือถึงแนวทางการถอดบทเรียน การปรับโครงสร้างพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ เพื่อปั้นไทยสู่แหล่งบ่มเพาะดาวรุ่งอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ระดับโลก ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และ สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้ร่วมจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย-อินโดนีเซีย เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC กรุงเทพฯ) อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง

ดร. อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ดร. อรรชกา สีบุญเรือง ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) กล่าวว่า ปัจจุบัน นานาประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศด้วย “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์” ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ  ซีอีเอ ในฐานะหน่วยงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ ได้เล็งเห็นโอกาสของการเสริมศักยภาพ พร้อมยกระดับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก จึงร่วมมือกับ “สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Indonesia Creative Economy Agency หรือ Badan Ekonomi Krestif : BEKRAF) ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วย “ความร่วมมืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย-อินโดนีเซีย” เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศใน 3 ด้าน คือ 1. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศในด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 2. ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และ 3. สนับสนุนให้เกิดความเข้าใจและการมีส่วนร่วมระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศในด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ผ่านการจัดการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตลอดจนการส่งเสริมนักสร้างสรรค์ของทั้งสองประเทศให้มีโอกาสต่อยอดความคิดสร้างสรรค์และความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างสองประเทศต่อไป

ทั้งนี้ โครงการความร่วมมือดังกล่าว มุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป้าหมายของทั้งสองประเทศ โดยมูลค่าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทย มีมูลค่าสูงถึง 1.61 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 13.18 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) (ที่มา: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2557) ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าสูง 3 อันดับแรก คือ อุตสาหกรรมแฟชั่น อุตสาหกรรมการออกแบบ อุตสาหกรรมแพร่ภาพกระจายเสียง ดร. อรรชกา กล่าว

อย่างไรก็ดี ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้เข้ามามีส่วนร่วมสำคัญในการดำเนินกิจกรรมสร้างสรรค์ของซีอีเอ อาทิ เทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week: CMDW) เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ (Bangkok Design Week) ผ่านการจัดแสดงผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ ทั้งในรูปแบบชิ้นงานคราฟท์ที่ผสมผสานแนวคิด เทคนิคต่างๆ ของนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ หรือชิ้นงานที่ผสมผสานองค์ความรู้จากหลากหลายสาขา และกลุ่มบุคคลนักออกแบบได้อย่างลงตัว สู่ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ช่วยยกระดับคุณภาพสังคม และสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์ของประเทศ ทั้งนี้  อินโดนีเซีย ถือเป็นประเทศที่มีการเติบโตด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และสามารถก้าวข้ามอุปสรรคด้านภูมิศาสตร์ของการเป็นหมู่เกาะขนาดใหญ่ สู่การเป็นแหล่งบ่มเพาะอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของโลก ที่มีสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นถึง 4 ราย ได้อย่างมีศักยภาพ ดร. อรรชกา กล่าวทิ้งท้าย

นายเตรียวัน มูนาฟ ประธานสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย

ด้าน นายเตรียวัน มูนาฟ ประธานสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย กล่าวเสริมว่า จากข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นหมู่เกาะ และการกระจุกตัวของรายได้ในบางพื้นที่ จึงทำให้รัฐบาลอินโดนีเซียให้ความสำคัญกับการวางกรอบนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ พร้อมทั้งเร่งปรับโครงสร้างวางรากฐานการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ให้เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้แก่ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญของอินโดนีเซีย (Palapa Ring) ที่ต้องดำเนินงานภายใต้ภารกิจเดียวกัน การพัฒนาโครงข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม 4 จี การกำหนดยุทธศาสตร์ตลาดอีคอมเมิร์ซ และการก่อตั้ง “สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย” เพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

จากการปรับโครงสร้างดังกล่าว ทำให้ธุรกิจในอินโดนีเซียประสบความสำเร็จ และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในช่วงเวลาสั้นๆ อย่างยูนิคอร์นตัวแรกของอินโดนีเซีย “GO-JEK” แพลตฟอร์มเรียกรถแทกซี่และรถจักรยานยนต์ สตาร์ทอัพรายแรกที่กล้ากระโดดลงมาจับลู่ทางธุรกิจที่ท้าทายปัญหาการจราจรคับคั่งติดอันดับโลก ที่สามารถขยายตลาดสู่สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย จนก้าวสู่บริษัทสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ และหลังจากนั้นไม่นานก็มีอีกหลายบริษัทตบเท้าสู่สตาร์ทอัพ ยูนิคอร์นอย่างรวดเร็ว ได้แก่ Traveloka Tokopedia และ Bukalapak โดยปัจจุบันจีดีพีของอินโดนีเซียเติบโตอย่างก้าวกระโดด และได้รับการจัดอันดับจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ให้เป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอันดับที่ 8 ของโลก ที่มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศกว่า 3,028 ล้านเหรียญสหรัฐภายใน 3 ปี และยังคาดการณ์อีกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียจะก้าวสู่อันดับที่ 4 ในอีก 30 ปีข้างหน้า นายเตรียวัน กล่าว

ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และ สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ได้ร่วมจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมืออุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย-อินโดนีเซีย เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC กรุงเทพฯ) อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง นอกจากนี้ ภายในพิธีลงนามดังกล่าว ยังมีการบรรยายพิเศษเกี่ยวกับเบื้องหลังของการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และหนึ่งในยูนิคอร์นจากประเทศอินโดนีเซีย โดย นายเตรียวัน มูนาฟ ประธานสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย นางอาสตรี วาห์ยูนิ รองประธานฝ่ายนโยบายสาธารณะและรัฐบาลสัมพันธ์ TOKOPEDIA ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมวิสาหกิจดิจิทัลเริ่มต้น และรักษาการผู้อำนวยการ ฝ่ายส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ถนนเจริญกรุง โทรศัพท์ 02-105-7400 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.cea.or.th

Rate this item
(0 votes)
Last modified on Tuesday, 14 May 2019 05:33