‘มิชลิน’ ครองตำแหน่งผู้จัดส่งยางล้อเครื่องบินแต่เพียงผู้เดียวของ ‘กัลฟ์แอร์’

‘มิชลิน’ ครองตำแหน่งผู้จัดส่งยางล้อเครื่องบินแต่เพียงผู้เดียวของ ‘กัลฟ์แอร์’ มุ่งเสริมความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างกันในระยะยาว

มิชลินได้รับเลือกจาก ‘กัลฟ์แอร์’ (Gulf Air) สายการบินแห่งชาติของราชอาณาจักรบาห์เรน ให้เป็นพันธมิตรผู้ติดตั้งยางล้อให้กับเครื่องบินทุกประเภทในฝูงบินของสายการบินฯ  รวมถึงฝูงบินใหม่ล่าสุดซึ่งประกอบด้วยเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 787-9  ดรีมไลเนอร์ (Boeing 787-9 Dreamliner), เครื่องบินแอร์บัสรุ่น 320 นีโอ (Airbus 320 Neo) และเครื่องบินแอร์บัสรุ่น 321 นีโอ (Airbus 321 Neo)

การได้รับเลือกเข้าเป็นพันธมิตรดังกล่าวถือเป็นการสานต่อความสัมพันธ์ระยะยาวเพื่อความสำเร็จร่วมกันของทั้งสองบริษัท เนื่องจากฝูงบินแอร์บัสของ ‘กัลฟ์แอร์’ เลือกใช้ยางมิชลินตลอดระยะ 10 ปีที่ผ่านมา การปรับปรุงฝูงบินใหม่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ระยะ 5 ปีของ ‘กัลฟ์แอร์’ ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ถือเป็นโอกาสอันดีที่มิชลินจะได้แนะนำให้ใช้ยาง ‘มิชลิน แอร์ เอ็กซ์’ (MICHELIN® AIR X®) ซึ่งโดดเด่นด้วยเทคโนโลยียางล้อที่แทบไม่มีการขยายตัว หรือ Near Zero Growth (NZG) Technology อันเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของมิชลิน

เทคโนโลยี NZG ได้รับการออกแบบเพื่อให้แน่ใจว่ายางมีการขยายตัวน้อยที่สุด ทั้งนี้ ยางเครื่องบินมีแรงดันลมยางสูงมาก (20 บาร์) เมื่อเทียบกับยางประเภทอื่น เช่น ยางรถยนต์นั่ง (2.5 บาร์) เพื่อให้สามารถรองรับเครื่องบินที่มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์หลายเท่า การขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงเพื่อนำเครื่องขึ้นและร่อนลงจอดส่งผลให้ยางเครื่องบินขยายตัวจากแรงเหวี่ยงหนีศูนย์ที่ความเร็วสูง แต่ด้วยเทคโนโลยี NZG การขยายตัวของยางตามแนวเส้นผ่านศูนย์กลางจะลดลง ส่งผลให้ยางมีความแข็งแกร่งและทนต่อความเสียหายอันเกิดจากวัสดุแปลกปลอมได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยี NZG มาใช้ในยาง ‘มิชลิน แอร์ เอ็กซ์’ ยังช่วยให้สายการบินฯ มีต้นทุนในการดำเนินธุรกิจโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับการใช้ยางเรเดียลมาตรฐานทั่วไป เนื่องจากยาง ‘มิชลิน แอร์ เอ็กซ์’ สามารถรองรับจำนวนครั้งในการนำเครื่องร่อนลงจอดได้สูงกว่าปกติถึงร้อยละ 30  ทั้งยังมีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นและมีความทนทานต่อความเสียหายเป็นเยี่ยม  ยิ่งกว่านั้น เทคโนโลยี NZG ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับยางและลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงลง ส่งผลให้ระดับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำลงตามไปด้วย

ปัจจุบัน สายการบิน ‘กัลฟ์แอร์’ ได้เปิดให้บริการฝูงบินใหม่ซึ่งประกอบด้วยเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 787-9 ดรีมไลเนอร์ และเครื่องบินแอร์บัสรุ่น 320 นีโอ ที่ติดตั้งมาพร้อมยางมิชลินแล้ว โดยมีแผนจะติดตั้งยางมิชลินกับเครื่องบินแอร์บัสรุ่น 321 นีโอ ซึ่งมีกำหนดเข้าประจำฝูงบินของสายการบินฯ ในช่วงต้นปี 2563 ด้วยเช่นกัน

 

เกี่ยวกับมิชลิน

มิชลิน ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยางรถยนต์ มุ่งมั่นส่งเสริมการสัญจรของลูกค้าอย่างยั่งยืน ออกแบบและจัดจำหน่ายยางที่เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด ตลอดจนให้บริการและโซลูชั่นที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งครอบคลุมการให้บริการทางดิจิตอล การจัดทำคู่มือและแผนที่สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่แตกต่างไม่เหมือนใคร รวมถึงการพัฒนาวัสดุทางเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมการสัญจร  กลุ่มมิชลินมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแกลร์มง-แฟร็อง ประเทศฝรั่งเศส และมีสำนักงานสาขาอยู่ใน 170 ประเทศ โดยมีพนักงาน 117,400 คนทั่วโลก และมีโรงงานผลิต 121 แห่งใน 17 ประเทศ ซึ่งผลิตยางรวมกันได้สูงถึง 190 ล้านเส้นในปี 2560  ทั้งนี้ กลุ่มมิชลินมีศูนย์วิจัยและพัฒนาตั้งอยู่ในทวีปยุโรป อเมริกาเหนือ และเอเชีย  คลิกอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.michelin.co.th

 

..................................

 

Gulf Air Chooses Michelin as Exclusive Tire Supplier and strengthens Long-term Relationship

Gulf Air, the national carrier of the Kingdom of Bahrain, has chosen Michelin to equip every aircraft type within its fleet including its brand new fleet of Boeing 787-9 Dreamliner’s, Airbus 320neo’s and Airbus 321neo’s.

This is the continuity of a long lasting and successful relationship between the two companies. Gulf Air has already experienced Michelin tires on its Airbus fleet for the last decade. The complete revamp of Gulf Air’s new fleet, part of its 5 yearlong strategy launched in 2018, is the perfect opportunity to introduce the “Michelin Air X” tire which features the Michelin patented Near Zero Growth technology.

NZG technology is designed to ensure minimal tire growth. Aircraft tires have very high inflation pressures (20 bar) compared to other tires, such as passenger car tires (2.5 bar), to carry the high aircraft weights. At the high take-off and landing speeds an aircraft tire can ‘grow’ due to the high centrifugal forces. NZG minimizes tire diameter growth, and consequently tires become more durable and resistance to foreign object damage.

The combination of Michelin Air X tires and NZG technology reduces overall operational costs compared to a standard radial tire. This result is achieved through an increased number of landings (up to 30% more), improved fuel efficiency and exceptional damage resistance. NZG technology also increases tire robustness and reduces fuel consumption, leading to lower CO2 emissions.

Gulf Air has already started to operate its new fleet of Boeing 787-9 Dreamliners and Airbus 320neo’s that are equipped with Michelin tires, and will apply them on their Airbus 321neo which is scheduled to begin arriving in early 2020.

 

Michelin, the leading tire company, is dedicated to enhancing its clients’ mobility, sustainably; designing and distributing the most suitable tires, services and solutions for its clients’ needs; providing digital services, maps and guides to help enrich trips and travels and make them unique experiences; and developing high-technology materials that serve the mobility industry. Headquartered in Clermont-Ferrand, France, Michelin is present in 170 countries, has more than 117,400 employees and operates 121 production facilities in 17 countries which together produced around 190 million tires in 2017. The Group has a Research and Development Center located in Europe, North America and Asia. (www.michelin.com)

Rate this item
(0 votes)