เอาใจผู้ที่ชอบวงสวิงโดยเฉพาะ พรพงษ์ เพชรล้ำ ประธาน AMG Thailand Junior Golf Tour จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่างบางจาก, ธนาคารออมสิน, BCPG และ TIPLIFE จัดการแข่งขันกอล์ฟเยาวชนรายการ AMG Thailand Junior Golf Tour 2018 เฟ้นหานักกอล์ฟเยาวชนก้าวสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ สนามสุดท้ายของปี Bangchak Junior Golf Championship 2018 ใน วันที่ 24-26 ตุลาคม 2561 ฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ พัทยา .ชลบุรี

เตรียมพบกับความสนุกสนานและท้าทายในสุดยอดมหกรรม
งานแข่งขันจักรยานนานาชาติแห่งปี Bangkok Bank CycleFest 2018!

เปิดรับสมัครถึงวันพุธที่ 21 พฤศจิกายน 2561 นี้ เท่านั้น

มหกรรมการแข่งขันจักรยาน Bangkok Bank CycleFest ครั้งที่ 2 เตรียมกลับมาสร้างความสนุกสนาน และความตื่นเต้นท้าทายอีกครั้งให้แก่นักปั่นทั้งมือสมัครเล่น และมืออาชีพ ในวันที่ 24-25 พฤศจิกายน 2561 นี้ ณ สยามคันทรีคลับ พัทยา โดยประเภทบุคคลทั่วไปและประเภทมาสเตอร์ มีผู้สมัครใกล้เต็มจำนวนแล้ว  สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรม ยังสามารถลงทะเบียนสมัครได้จนถึงวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ เพื่อที่จะไม่พลาดมหกรรมการแข่งขันจักรยานครั้งสำคัญแห่งปี!

มหกรรมการแข่งขันจักรยานนานาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วันในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมปั่นจักรยานแนวไลฟ์สไตล์สำหรับผู้คนทุกเพศทุกวัยภายใต้แนวคิด “Ride for All” เพื่อต้อนรับนักปั่นทุกระดับให้มาแข่งขันร่วมกันบนสนามแข่งขันแบบปิดระดับคุณภาพที่มีความปลอดภัย โดยสามารถเลือกประเภทการแข่งขันที่เหมาะสมกับเป้าหมายของแต่ละคน ทั้งการแข่งขันแบบจับเวลาได้ทั้งประเภทบุคคลซึ่งมีหลายระยะทางให้เลือก ประเภททีม ประเภทออฟโร้ด ไปจนถึงการปั่นแบบไม่จับเวลาสไตล์ฟันไรด์ นอกจากนี้ภายในงานยังมีโซน Festival Village นำเสนอกิจกรรมมากมาย ทั้งร้านค้าจำหน่ายอุปกรณ์จักรยาน ร้านอาหารและเครื่องดื่ม กิจกรรมเกมชิงของรางวัลต่างๆ และการแสดงดนตรี ภายใต้บรรยากาศที่สนุกสนานรื่นเริงเพื่อให้ผู้ที่มาร่วมชมร่วมเชียร์สนุกสนานเพลิดเพลินได้ตลอดทั้งวัน ยิ่งไปกว่านั้น ผู้สมัคร Bangkok Bank CycleFest 2018 ทุกท่านยังมีสิทธิ์จับสลากลุ้นรางวัลใหญ่ ตั๋วเครื่องบินฟรีสำหรับ 2 ท่าน บินตรงสู่ปารีส พร้อมห้องพัก 4 คืน เพื่อร่วมชมการแข่งขันจักรยานที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก Tour De France 2019 ณ ประเทศฝรั่งเศส

ผู้เข้าร่วมกิจกรรม Bangkok Bank CycleFest  2018 ยังจะได้รับชุดกิจกรรมการแข่งขันสำหรับนักปั่นจักรยานมูลค่ามากกว่า 2,000 บาท ประกอบด้วยกระเป๋ากันน้ำ เสื้อปั่นจักรยานแบบพิเศษ หมวกนักปั่น Bib และชิปจับเวลา แอปพลิเคชั่นสำหรับการเข้าดูระยะเวลาและข้อมูลการแข่งขัน เหรียญรางวัลเมื่อจบการแข่งขัน คูปองอาหารและเครื่องดื่มเพื่อใช้ในวันแข่ง คูปองส่วนลดสำหรับเข้ารับบริการด้านจักรยานมูลค่า 800 บาท ประกาศนียบัตรแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-certificate) เมื่อจบการแข่งขัน และประกันอุบัติเหตุพื้นฐานจากกรุงเทพประกันภัย

สำหรับงาน Bangkok Bank CycleFest 2018 ยังได้มีการเปิดตัวแอปพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟนเพื่อมอบประโยชน์มากมายให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ที่สามารถติดตามและบันทึกข้อมูลการปั่นจักรยานของผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนได้แบบเรียลไทม์

ประเภทการแข่งขัน

วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน 2561

07.00 น. CycleFest Master                         62 กิโลเมตร (4 รอบ)

10.30 น. CycleFest Open                           62 กิโลเมตร (4 รอบ)

14.00 น. CycleFest Classic                          46.5 กิโลเมตร (3 รอบ)

 

วันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561

07.00 น. Pattaya Sprint                             31 กิโลเมตร (2 รอบ)

07.15 น. Off Road Challenge                      40 กิโลเมตร (2 รอบ)

10.30 น. “Charity” Fun Ride                        12 กิโลเมตร (2 รอบ)                                 

13.00 น. CycleFest Team Time Trial               46.5 กิโลเมตร (3 รอบ)

อย่าพลาดโอกาสสำคัญของนักปั่นทุกคน! สมัครได้ที่เว็บไซต์ www.BangkokBankCycleFest.com หมดเขต 21 พฤศจิกายน 2561 นี้ เท่านั้น

เบสเวสท์เทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท รับรางวัล Asia’s Best Mid-Range Hotel Chain 4 ปีซ้อน
จากงาน Travel Weekly Asia’s Reader’s Choice Awards

เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท เครือโรงแรมชั้นนำระดับโลก ฉลองความสำเร็จติดต่อกันเป็นปีที่ 4 กับรางวัลจากเวที Travel Weekly Asia’s 2018 Reader’s Choice Awards สาขา “เครือโรงแรมขนาดกลางยอดเยี่ยมของเอเชีย (Asia’s Best Mid-Range Hotel Chain)” ซึ่งรางวัลนี้มีผลมาจากคะแนนโหวตของผู้อ่าน Travel Weekly Asia นิตยสารธุรกิจท่องเที่ยวชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยพิธีมอบรางวัลนี้จัดขึ้นเมื่อค่ำวันที่ 15 ตุลาคม 2561 ณ โรงแรมแมนดาริน ออร์ชาร์ด ประเทศสิงคโปร์ ทางนิตยสารได้จัดมอบรางวัลอันทรงเกียรติในสาขาต่างๆ รวม 10 สาขา ให้กับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย จำนวน 56 รางวัล

มร. โอลิเวียร์ แบร์ริแวง ผู้บริหารระดับสูง ฝ่ายปฏิบัติการ ภูมิภาคเอเชีย เบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท กล่าวว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลในฐานะเครือโรงแรมขนาดกลางยอดเยี่ยมของเอเชียจาก Travel Weekly Asia’s Reader’s Choice Awards เป็นปีที่ 4 ติดต่อกันแล้ว ในช่วงปีที่ผ่านมาเบสท์เวสเทิร์นได้แนะนำแบรนด์โรงแรมใหม่ๆ หลายแบรนด์ รองรับเทรนด์ของการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ไวบ์ (Vīb®)” แบรนด์โรงแรมขนาดกลางที่คาดว่าจะได้รับความนิยมอย่างมาก ด้วยคอนเซปต์สุดชิค มอบความสะดวกสบาย ตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่” 

“เราเตรียมที่จะเปิดให้บริการโรงแรมไวบ์แห่งแรกในเอเชียที่กรุงเทพมหานครในเร็วๆ นี้ และมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า แบรนด์โรงแรมระดับมิดสเกลแบรนด์นี้ จะได้รับความสนใจจากบริษัทท่องเที่ยว เช่นเดียวกับเบสท์เวสเทิร์น ซึ่งเป็นแบรนด์โรงแรมหลักที่อยู่ในตลาดมาก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ผมขอขอบคุณทางนิตยสาร Travel Weekly Asia รวมถึงผู้อ่านนิตยสารที่ได้ให้การสนับสนุนเบสท์เวสเทิร์น โฮเทลแอนด์รีสอร์ท มาโดยตลอด” มร. แบร์ริแวง กล่าวเสริม

EPG เปิดบ้านต้อนรับคณะผู้ถือหุ้นเยี่ยมชมกิจการ

รศ.ดร.เฉลียว วิทูรปกรณ์ (กลาง) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมผู้บริหาร และทีมงาน บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ให้การต้อนรับคณะผู้ถือหุ้น ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมกิจการ พร้อมนำเสนอข้อมูลนวัตกรรมการผลิตของบริษัทในเครือ ณ สวนอุตสาหกรรม อินเตอร์เนชั่นแนล โพลีเมอร์ปาร์ค อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง เมื่อเร็วๆ นี้

วสท. เดินหน้าจัด “งานวิศวกรรมแห่งชาติ 2561” ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย

ในโอกาสครบรอบ 75 ปี วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ตอกย้ำความพร้อมการจัดงานวิศวกรรมแห่งชาติ 2561 ภายใต้แนวคิด “วิศวกรรมอัจฉริยะ เพื่อชีวิตทันสมัย สู่ประเทศไทยแห่งอนาคต”(Engineering for Society : Smart Engineering, Smart Life, Smart Nation) งานสัมมนาวิชาการ และแสดงเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์วิศวกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ในระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤศจิกายนนี้ ณ อิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันรักษามาตรฐานทางวิศวกรรม และสร้างความเข้าใจในองค์ความรู้ใหม่ด้านวิศวกรรม เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนประเทศ พร้อมกับยกระดับประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ไทยแลนด์เกมโชว์ 2018 งานเกมที่มากกว่าเกม
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเกมไทย

มหกรรมงานเกมสุดยิ่งใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  “THAILAND GAME SHOW 2018” งานที่รวบรวมทุกคอนเทนต์ในอุตสาหกรรมเกม จัดโดยสองพันธมิตรยักษ์ใหญ่แห่งวงการเกม “ออนไลน์ สเตชั่น”ภายใต้ บริษัท ทรู มีเดีย โซลูชั่นส์ จำกัดและ โชว์ไร้ขีดเผยมุมมองภาพรวมของตลาดเกมในประเทศไทยจุดเปลี่ยนที่สำคัญ พร้อมปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกมที่รวบรวมทุกคอนเทนต์ในอุตสาหกรรมเกม อาทิผู้พัฒนาเกม ผู้ประกอบการ ค่ายเกม นักกีฬาอีสปอร์ต เกมแคสเตอร์ และอื่น ๆซึ่งในปีนี้มีกิจกรรมพิเศษที่เกิดขึ้นมากมาย แต่ที่พิเศษสุดคือการเปิดตัวเกมฝีมือคนไทยพร้อมผลักดันอาชีพในวงการเกมไทย ทั้งเกมเมอร์ นักกีฬา E-Sports แคสเตอร์ และ นักพัฒนาเกม ให้เป็นที่ยอมรับและก้าวไปสู่ระดับโลก

นายต่อบุญ พ่วงมหา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อและโฆษณา บริษัท ทรู มีเดีย โซลูชั่นส์ จำกัด เผยมุมมองภาพรวมของตลาดเกมในประเทศไทย การเล่นเกมจากอดีตจนถึงปัจจุบันแตกต่างกันอย่างมาก ในอดีตเกมถูกมองเป็นเรื่องไร้สาระเป็นสิ่งที่ไม่มีเป้าหมายใครหลายคนเล่นเพียงแค่ความบันเทิง โดยการเล่นเกมในอดีตจะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อเครื่องเกมและแผ่นเกม ซึ่งมีราคาแพง และมักเป็นเกมที่เล่นคนเดียวแต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญคือจากออฟไลน์สู่ออนไลน์อินเตอร์เน็ต กลายเป็นตัวแปรเกมออนไลน์เริ่มเป็นที่นิยม คนเล่นเกมเริ่มมีปฏิสัมพันธ์กัน ส่งผลให้โมเดลธุรกิจเริ่มปรับเปลี่ยนจากการซื้อเกมเป็นการจ่ายค่าชั่วโมงในเล่น และเปลี่ยนเป็นเล่นฟรีแล้วเพิ่มระบบเติมเงินซื้อขายไอเทม จนในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มรองรับมากขึ้นทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงเกมได้ง่าย ส่งผลให้เกิดการแข่งขันระหว่างผู้เล่น ผู้พัฒนาและค่ายเกมเริ่มจัดการแข่งขัน เกิดเป็นทัวร์นาเม้นท์ต่าง ๆ จนกลายเป็น กีฬา E-Sportที่ทุกคนรู้จักกันดี ซึ่งกลายเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถสร้างรายได้ให้อย่างมหาศาล

นับว่า E-Sport กลายเป็นจุดเปลี่ยนแนวคิดอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกม ทำให้การเล่นเกมกลายเป็นอาชีพและได้รับการยอมรับในสังคม ล่าสุดได้ถูกบรรจุเป็นกีฬาเอเชียนเกมส์ ภาครัฐเริ่มให้ความสำคัญ ภาคการศึกษาเริ่มเปิดหลักสูตรเกี่ยวกับเกมมากขึ้น ภาคธุรกิจเริ่มเข้ามาลงทุน เกิดกลุ่มนักพัฒนา เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้ใครหลายคน จนกลายเป็นอีกหนึ่งภาคธรุกิจที่มีความหลากหลายส่งผลให้เกิดเป็นอาชีพที่กำลังเป็นกระแสในปัจจุบัน อย่าง เกมแคสเตอร์ หรือคนสร้างคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ อาทิ YouTube, Facebook หรือ Twitch ซึ่งเปิดโอกาสให้ทุกคนเผยแพร่คอนเทนต์ของตนเองได้อย่างอิสระ และสามารถสร้างรายได้หลักแสนจนถึงหลักล้าน จากผู้ติดตามหรือผู้เข้าชมจนกลายเป็นอาชีพที่ได้รับความนิยมสูง ซึ่งประเทศไทยมีเกมแคสเตอร์ชื่อดังมากมาย อาทิ ZBING Z., MASER GAMER,  XCROSZ, GIBPURI และแคสเตอร์อื่นๆอีกมากมายที่เกิดขึ้น

“ส่งผลให้อุตสาหกรรมเกมเริ่มมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยดูจากตลาดเกมทั่วโลกในปี 2017 มูลค่ารวมอยู่ที่ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 2 หมื่นล้านบาทไทย คาดในปี 2018 เติบโตต่อเนื่องกว่า 25 – 30 เปอร์เซ็นต์ โดยมีปัจจัยมากจาก โมบายเกม หรือ เกมมือถือ และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงราคาไม่แพง ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงเกมได้ง่าย คนเล่นเกมในประเทศไทยมีประมาณ 27 ล้านคน จาก 67 ล้านคน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามมูลค่าตลาดและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป โดยปัจจุบันตลาดเกมในไทยใหญ่เป็นอันดับที่ 20 ของโลก อันดับ 8 ในทวีปเอเชีย และอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ”

Thailand Game Show 2018 จึงเป็นงานเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้งานที่รวบรวมทุกคอนเทนต์ในอุตสาหกรรมเกม อาทิ ผู้พัฒนาเกม ผู้ประกอบการ ค่ายเกม นักกีฬาอีสปอร์ต เกมแคสเตอร์ และอื่นๆ ซึ่งในปีนี้มีกิจกรรมพิเศษที่เกิดขึ้นมากมาย แต่ที่พิเศษสุดคือการเปิดตัวเกมฝีมือคนไทย อย่าง INVICTUS  ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพเพียงพอในการก้าวสู่อุตสาหกรรมเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทางผู้จัดพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกมไทย ให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจเกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพร้อมผลักดันอาชีพในวงการเกมไทย ทั้งเกมเมอร์ นักกีฬา E-Sports แคสเตอร์ และ นักพัฒนาเกมให้เป็นที่ยอมรับและก้าวไปสู่ระดับโลก

เตรียมพบกับ Thailand Game Show 2018 กับการรวบรวมเกมทุกแพลตฟอร์ม รวมไปถึงสินค้าไอทีและอุปกรณ์การเล่นเกมต่างๆ มาไว้ในงานเดียว โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและผลักดันวงการเกมไปสู่ระดับโลก โดยตั้งเป้าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานปีนี้กว่า 130,000 คนและคาดการณ์ 3 วันเงินสะพัดถึง 140 ล้านบาทในวันที่ 26-28 ตุลาคม 2561 ที่รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอนนี้

#ThailandGameShow #TGS #TGS2018

คุณพร้อมหรือยังกับอีกขั้นของสมาร์ทโฟนที่ ‘เหนือระดับ’ จาก Honor

อีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดจาก Honor เตรียมเปิดตัวในประเทศไทย

Honor สมาร์ทโฟนอีแบรนด์ชั้นนำโพสต์ข้อความผ่านช่องทาง Official Facebook เตรียมเผยโฉมสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากตระกูล X-Series ที่จะกำลังจะเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้  ซึ่งหลังจากเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแรกในประเทศไทยอย่าง Honor 7X ที่สร้างชื่อเสียงและความสำเร็จต่อยอดการพัฒนามายังสมาร์ทโฟนรุ่นปัจจุบัน

หากเปรียบเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่อยู่ในช่วงราคาเดียวกันนั้น Honor 7X ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมความคุ้มค่าและสเปคการทำงานที่สำคัญ ทั้งหน้าจอไร้ขอบขนาดใหญ่และฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์อื่นๆ อาทิ ตัวเครื่องผลิตจากวัสดุโลหะพิเศษ กล้องเลนส์คู่คุณภาพสูง แบตเตอรี่อายุการใช้งานยาวนาน อีกทั้งความทนทานและคุณภาพที่เหนือระดับ นอกจากนี้ Honor ยังถือเป็นผู้นำในการผลิตสมาร์ทโฟนที่ความคุ้มค่าคุ้มราคา โดยผสมผสานคุณภาพระดับสูงและประสิทธิภาพการทำงานอันทรงพลังในราคาที่ย่อมเยา ดังนั้นคุณมั่นใจได้ว่า Honor 8X จะเป็นอีกขั้นของสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมเทคโนโลยีชั้นนำที่คุ้มค่าแก่การรอคอยอย่างแน่นอน

Honor เตรียมเปิดตัว Honor 8X สมาร์ทโฟนอันทรงพลังในราคาย่อมเยาอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ ด้วยความมุ่งมั่นนำเสนออีกขั้นของสมาร์ทโฟนเหนือระดับ Honor ทุ่มงบสำหรับการออกแบบโดยร่วมมือกับ Dieter Rams นักออกแบบระดับโลกชาวเยอรมันที่มีความเชื่อว่า “less, but better” หรือ “น้อยแต่ดีกว่า” ซึ่งผลงานของเขากลายเป็นที่เลื่องลืออย่างยาวนานและยังมีอิทธิพลต่อกลุ่มศิลปินและผู้อื่นอีกมากมาย

Honor ยึดหลักแนวคิดการดีไซน์แบบเรียบง่ายและหลักเกณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์ในการออกแบบ โดย Honor 8X มาพร้อมการผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับความสวยงาม เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างฟังก์ชันการทำงานและดีไซน์ตัวเครื่องที่โด่ดเด่นสวยงาม ทั้งนี้ดีไซน์ของ Honor 8X ได้รับการออกแบบอย่างประณีตประกอบกับวัสดุที่คัดสรรอย่างดี เอื้อต่อการผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับนวัตกรรมเทคโนโลยีอันซับซ้อนได้อย่างลงตัว

เตรียมพบกับข้อมูลเพิ่มเติมและสัมผัสประสบการณ์ Honor 8X  ได้เร็วๆนี้ สมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดจาก Honor จะมาเปิดมิติใหม่แห่งนวัตกรรมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ฟีเจอร์ครบครัน และสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร แล้วคุณหล่ะพร้อมที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของคุณแล้วหรือยัง? เพราะชีวิตจะมีอะไรหากคุณไม่กล้าพอ

 

เกี่ยวกับ ออเนอร์

Honor คืออีแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำภายใต้หัวเว่ย กรุ๊ป (Huawei Group) ด้วยสโลแกน “For The Brave” แบรนด์ Honor ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคน ที่มีวิถีแบบดิจิทัลผ่านผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งจะมอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือชั้น สร้างความจูงใจและการกระทำ ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และผลักดันให้คนรุ่นใหม่ ก้าวไปให้บรรลุความฝันได้ ด้วยแนวทางดังกล่าว Honor สร้างความโดดเด่นด้วยการแสดงให้เห็นการก้าวออกนอกกรอบ อย่างกล้าหาญของตัวเอง ทำสิ่งที่ในแตกต่าง และดึงเอาขั้นตอนที่จำเป็นต่างๆ เพื่อการนำเอาเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ล่าสุด นำเสนอให้กับลูกค้าของเรา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.hihonor.com/th หรือ ติดตามได้ที่:

https://www.facebook.com/HonorThai/

https://twitter.com/honorthailand

https://www.instagram.com/honorthailand/

https://www.youtube.com/channel/UC6gEmqtN42jVSkB2DLnpCVQ

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ร่วมสร้างอนาคตที่ดีแก่เยาวชนไทยผู้ขาดแคลนโอกาสทางการศึกษาอย่างต่อเนื่อง
มอบเครื่องล้างจาน ให้แก่ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพการโรงแรมพิมาลี

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป นำโดย นางนิจพร จรณะจิตต์ (ที่ 5 แถวหน้า จากซ้าย) ประธานกลุ่มบริษัทอิตัลไทย มอบเครื่องล้างจาน ภายใต้โครงการเหรียญบาทเพื่อชีวิต ให้แก่ สเตฟานี เดซา ลู (ที่ 3 แถวหน้าจากขวา) ผู้ก่อตั้งและประธานมูลนิธิพิมาลี เพื่อสนับสนุนการศึกษาแก่เยาวชนไทยที่ขาดแคลนโอกาส จากศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพการโรงแรมพิมาลี ที่จังหวัดหนองคาย 

ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพการโรงแรมพิมาลี ตั้งอยู่ที่จังหวัดหนองคาย เปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยส่งมอบความรู้และพัฒนาทักษะอาชีพให้กับเยาวชนชาวไทยผู้ขาดแคลนโอกาส สร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ ให้สามารถหารายได้และความความมั่นคงในการดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืนในอนาคต โครงสร้างหลักสูตรการเรียนการสอนที่ศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพการโรงแรมพิมาลีได้พัฒนามาจากหลักสูตรของสมาคมอี เอช แอล สไมล์ ของโรงเรียนการโรงแรมโลซานน์ แห่งสวิตเซอร์แลนด์ (Association EHLsmile of the Ecole Hoteliere de Lausanne) โดยมีการปรับให้เหมาะสมกับการเรียนการสอนโดยครูผู้ฝึกสอนในประเทศไทย

หลักสูตรครอบคลุมทั้งด้านทฤษฎีและการปฏิบัติจริง ประกอบด้วยวิชาการทำครัวและการบริการอาหารและเครื่องดื่ม (Kitchen and F&B services) ตลอดจนวิชาการจัดการส่วนห้องพัก (room division) รวมถึงความรู้ทั่วไปที่เป็นประโยชน์ เช่น ภาษาอังกฤษและทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยเน้นหลักการเรียนรู้จากการปฏิบัติผ่านหลักสูตรที่ครอบคลุมวิชาหลักที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมการบริการ ในบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง โดยประกอบด้วยอาคาร 3 ส่วน ได้แก่ ศูนย์อำนวยการบริหารและฝึกอบรม ห้องอาหารและครัว และบังกะโลที่พักสำหรับแขกจำนวน 4 หลัง

ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป ในฐานะหนึ่งในพันธมิตรและผู้สนับสนุนหลักของโครงการศูนย์ฝึกอบรมวิชาชีพการโรงแรมพิมาลี ได้ให้การสนับสนุนทางด้านเงินทุนและอุปกรณ์การเรียนการสอนจากมูลนิธิออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และให้คำปรึกษาทางด้านการดำเนินการก่อสร้างศูนย์ฝึกฯ การตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล พร้อมทั้งการสนับสนุนโอกาสการฝึกงานของนักเรียนกับโรงแรมในเครือ และในอนาคต ออนิกซ์ฯ มีโครงการสนับสนุนเงินทุนการศึกษาให้กับนักเรียนของศูนย์ฝึกฯ และการริเริ่มโครงการครูฝึกอาสาส่งเสริมให้ผู้บริหารและทีมงาน ผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจการบริการจากกลุ่มโรงแรมของออนิกซ์ฯ ไปเป็นอาสาสมัครเพื่อเสริมทักษะให้กับคณะครูและนักเรียนของศูนย์ฝึกฯ อีกด้วย ออนิกซ์ฯ มีความภาคภูมิใจในการเป็นพันธมิตรครั้งนี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการบรรเทาความยากจนแก่เยาวชนผู้ขาดแคลนโอกาสแล้ว ยังถือเป็นการพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมการโรงแรมและการบริการของประเทศไทย

พฤกษา จับมือ กรมการแพทย์ ลงนาม MOU ร่วมพัฒนาบ้านสำหรับผู้สูงอายุ

นางสุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และนายแพทย์ สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือทางวิชาการด้านสภาพแวดล้อมที่ใส่ใจความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ” โดยร่วมกันศึกษานวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีการออกแบบและเลือกใช้วัสดุภายในบ้านที่คำนึงถึงความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ ที่จะช่วยลดและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยกับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ

ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดเตรียมพื้นที่ตัวอย่างที่มีความปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุที่โรงพยาบาลเลิดสิน เพื่อใช้เป็นสถานที่เรียนรู้สำหรับแพทย์และพยาบาล รวมถึงผู้สูงอายุและญาติผู้ป่วย ตลอดจนการให้ความรู้ในการเตรียมพื้นที่สำหรับผู้สูงอายุหลังรับการฟื้นฟูจากโรงพยาบาล เมื่อกลับไปใช้ชีวิตประจำวันปกติที่บ้าน ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่พฤกษามีความใส่ใจลูกค้า และชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง

รีจัส เผยการทำงานที่ยืดหยุ่นช่วยสร้างเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจโลก
มูลค่ากว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2030

  • การทำงานที่ยืดหยุ่น คือหนทางแห่งการประหยัดงบการเงินทางธุรกิจ ลดต้นทุน และ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ที่ส่งผลอย่างกว้างขวางต่อระบบเศรษฐกิจโลก
  • คาดระบบเศรษฐกิจในสหรัฐฯ อาจมีมูลค่าการเติบโตถึง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อปี
  • จีน มีแนวโน้มของมูลค่าเพิ่มรวม (GVA) สูงขึ้นถึงร้อยละ 193
  • ภายในปี 2030 การเติบโตของเทรนด์การทำงานที่ยืดหยุ่นจะช่วยประหยัดเวลาการเดินทางของผู้คนได้ถึง53 พันล้านชั่วโมง

จากการศึกษาเชิงสังคม-เศรษฐกิจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านสถานที่ทำงาน พบว่า ภายในปี 2030 กระแสนิยมการทำงานที่ยืดหยุ่นจะช่วยสร้างเม็ดเงินให้เศรษฐกิจโลกสูงถึง 10.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผลสำรวจของ Regus (รีจัส) ดังกล่าวนี้ ได้จัดทำและวิเคราะห์โดยนักเศรษฐศาสตร์อิสระ ซึ่งได้สำรวจข้อมูลในกลุ่มประเทศสำคัญทั้ง 16 ประเทศ เพื่อเจาะลึกถึงรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นอย่างละเอียดตั้งแต่ปัจจุบันตลอดจนถึงปี 2030

ผลประโยชน์ด้านระบบเศรษฐกิจ

จากผลสำรวจ รีจัส พบว่าการจ้างงานในกลุ่มประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วจะมีความเชื่อมโยงกับพื้นที่ทำงานที่ มีความยืดหยุ่นมากขึ้นถึงร้อยละ 8 - 13 ภายในปี 2030 ทั้งนี้รูปแบบการทำงานที่มีความยืดหยุ่นสูงขึ้นจะช่วยประหยัดงบประมาณทางธุรกิจ ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งล้วนแต่ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจโลกได้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่กลุ่มธุรกิจสำคัญๆ ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทาน

ผลประโยชน์สำคัญ ซึ่งองค์กรที่มีพื้นที่ทำงานที่ยืดหยุ่นได้รับ ได้แก่ ประสิทธิภาพในเชิงธุรกิจและส่วนบุคคลที่จะเพิ่มสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจที่ลดลง ตลอดจนเวลาในการเดินทางที่ประหยัดลงนับล้านชั่วโมง โดยปัจจัยเหล่านี้ ถือได้ว่าเป็นการช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มรวมให้แก่ระบบเศรษฐกิจอีกด้วย

ด้วยปัจจัยเหล่านี้ จึงมีการคาดการณ์ว่าประเทศจีนและอินเดียจะมีมูลค่าเพิ่มรวม (GVA) ที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากพื้นที่การทำงานที่ยืดหยุ่น โดยมีแนวโน้มที่มูลค่าเพิ่มรวมในระบบเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศจะเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 193 และร้อยละ 141 ตามลำดับ ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 1.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับประเทศจีน และ มากถึง 375.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับประเทศอินเดียในแต่ละปี ในขณะที่สหรัฐฯมีแนวโน้มมูลค่าเพิ่มรวมจากรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นในระบบเศรษฐกิจน้อยกว่าเล็กน้อย ที่ร้อยละ 109 ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มรวมสูงสุดถึง 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผลประโยชน์ต่อตัวบุคคล

จากผลการสำรวจยังพบว่าการทำงานที่ยืดหยุ่นไม่เพียงแต่สร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อตัวบุคคลด้วย โดยเฉพาะผู้ที่มีพื้นที่การทำงานที่ยืดหยุ่น มีแนวโน้มที่จะรักงานของตนเองมากกว่าผู้ที่ทำงานในแวดวงเดียวกัน ซึ่งต้องทำงานในพื้นที่ทำงานแบบเดิมมากถึงสองเท่า

ทั้งนี้เหตุผลที่สำคัญคือพื้นที่การทำงานที่ยืดหยุ่นสามารถช่วยพวกเขาประหยัดเวลาได้มากขึ้น จากแบบจำลองการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่ผู้คนจะเริ่มหันมาทำงานที่มีความยืดหยุ่นในอัตราที่สูงขึ้นกว่าปัจจุบัน ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางลงด้วยการทำงานได้จากสถานที่ต่างๆ จึงสามารถประหยัดเวลาได้ถึง 3.53 พันล้านชั่วโมง ภายในปี 2030 ซึ่งเทียบเท่ากับเวลาที่ใช้ไปในการทำงานแต่ละปีของคนทั่วไปจำนวนกว่า 2.01 ล้านคน

ผู้คนในประเทศจีน, สหรัฐฯ, อินเดีย และญี่ปุ่น สามารถประหยัดเวลาในการเดินทางได้อย่างมหาศาล ภายใต้สถานการณ์จำลองการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแบบรวดเร็วนี้ โดยเหล่าพนักงานในประเทศจีนจะสามารถลดระยะเวลาในการเดินทางจนได้รับเวลากลับคืนมาถึงสองชั่วโมง ในขณะที่พนักงานในสหรัฐฯ ก็สามารถลดระยะเวลาในการเดินทางจนเทียบเท่ากับการได้รับวันหยุดเพิ่มขึ้นมาอีกเกือบเต็มวัน

คุณเอียน ฮอลเลทท์ กรรมการผู้จัดการกลุ่มรีจัส กล่าวว่า “รูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นนับเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่ไม่เพียงสร้างประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ แต่ยังรวมไปถึงภาคสังคมและเศรษฐกิจ เนื่องจากผู้คนต่างเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจกว่าล้านองค์กรทั่วโลก"

"นับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เห็นว่าสังคมของเรา ได้รับประโยชน์จากการทำงานอันยืดหยุ่นซึ่งทวีจำนวนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ โดยมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปจนถึงปี 2030 ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าการทำงานที่ยืดหยุ่นมีความสำคัญมากเพียงใดในช่วงทศวรรษที่กำลังจะมาถึง กลุ่มธุรกิจต่างๆ ควรมองเห็นถึงโอกาสสำคัญนี้เพื่อกลายเป็นส่วนหนึ่งของการพลิกโฉมพื้นที่การทำงาน และร่วมมอบพื้นที่การทำงานที่มีความยืดหยุ่นให้แก่เหล่าพนักงานทั่วโลกต่อไป"

คุณสตีเฟ่น ลูคัส จากสถาบัน Development Economics เผยว่า “การสำรวจในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการทำงานที่ยืดหยุ่นสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมอย่างมากมาย เริ่มตั้งแต่การช่วยให้ผู้คนได้รับเวลาส่วนตัวกลับคืนมามากยิ่งขึ้น ไปจนถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการสร้างงานและการปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น นับเป็นการตอกย้ำได้อย่างดีว่ารูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ได้ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจซึ่งภาคธุรกิจและผู้คนต่างๆจะได้พบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า"

คุณโนเอล โค้ก ผู้อำนวยการใหญ่ รีจัส ประจำประเทศไทย ไต้หวัน และเกาหลี เผยว่า “รีจัส ในประเทศไทยนับเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและพัฒนาระบบธุรกิจ รวมถึงการแสวงหาโอกาสในการขยายธุรกิจในตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ และเป็นฐานในการรุกสู่ตลาด ASEAN โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพฯ นับเป็นศูนย์กลางธุรกิจ e-Commerce ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งธุรกิจประเภท Start Up ซึ่งเกิดขึ้นและขยายตัวอย่างรวดเร็วซึ่งตอบรับอย่างยิ่งกับบริการพื้นที่การทำงานอันยืดหยุ่นจากรีจัส ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกและสนับสนุนให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น ด้วยการ “ประหยัดค่าใช้จ่าย” การสร้าง “ประสิทธิภาพ” ให้กับบุคลากรและหนุนให้ธุรกิจ “เติบโต” ได้อย่างยั่งยืน”

รีจัส พื้นที่บริการสำนักงานให้เช่านั้นมีเครือข่ายสาขาที่ครอบคลุมกว่า 21 แห่งทั่วประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ และศรีราชา ซึ่งล่าสุดได้ขยายสาขาที่ 21 บนชั้น 30 ณ สิงห์ คอมเพล็กซ์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรีจัส สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ www.regus.co.th

Page Visitor

032173471
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
33869
59281
314720
149706
1659375
32173471
Your IP: 34.207.230.188
2021-12-03 14:15