Direct Asia จัดแคมเปญตามหาคนขับรถดี กับแคมเปญ “ขับดี ได้ดี”

การเดินทางในปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ จนบางครั้งคุณอาจลืมนึกถึงกฏกติกาในการใช้รถใช้ถนนร่วมกับผู้อื่น และอาจกลายทำผิดกฏหมายจราจรไปโดยไม่รู้ตัว หรือแม้แต่การใช้อารมณ์ การขาดมารยาทในการขับรถจนทำให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย อาทิ เช่น ปัญหาอุบัติเหตุและปัญหาการจราจรอื่นๆ บางครั้งปัญหาดังกล่าวอาจมาจากบุคคลอื่นเช่นกัน ด้วยเหตุนี้การทำประกันภัยรถยนต์จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนในทุกวันนี้

การทำประกันภัยรถยนต์ไม่ว่าจะเป็น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, ประกันรถยนต์ชั้น 2 หรือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 ล้วนแล้วแต่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เพียงเหตุผลที่กล่าวไปข้างต้น แต่ประกันภัยยังช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวผู้ขับหรือเจ้าของรถยนต์เองอีกด้วย การเลือกทำประกันภัยรถยนต์ที่ให้การคุ้มครองที่ครอบคลุม พร้อมด้วยเบี้ยประกันที่คุ้มค่า สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคุณลงได้ และถ้าหากคุณเป็นผู้ขับที่ดี รักษากฎและระเบียบในการขับรถ Direct Asia มีขอเสนอสุดพิเศษให้คุณ

เพราะการใส่ใจกันบนท้องถนนเป็นเรื่องสำคัญ Direct Asia จึงจัดแคมเปญตามหาคนขับรถดี กับแคมเปญ “ขับดี ได้ดี” หากคุณเป็นคนขับดีที่เราตามหา รับเบี้ยประกันภัยราคาดีทันที ทั้งประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ประกันภัยรถยนต์ชั้น2 หรือแม้แต่ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 เบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มค่า และความคุ้มครองที่เกินคุ้ม เพื่อเป็นรางวัลที่คุณใส่ใจในการเป็นคนขับที่ดี ร่วมกันดูแลท้องถนน Direct Asia การันตีราคาดีที่สุด เจอถูกกว่าจ่ายส่วนต่าง สามารถผ่อนจ่ายได้สบายๆ ทั้งบัตรเครดิตและเดบิต 0% นาน 10 เดือน และการบริการถึงที่เกิดเหตุทันใจ ภายใน 30 นาที นอกจากเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่ราคาดีแล้ว Direct Asia ยังมอบบัตรเติมน้ำมันสูงสุด 2,500 บาท ฟรี มีจำนวนจำกัด ให้แก่คนขับรถดีอีกด้วย โดยติดตามแคมเปญดีๆนี้เพิ่มเติมได้ที่ Direct Asia และโทรมาเช็คเบี้ยประกันได้เลย สายด่วนลูกค้าสัมพันธ์: 02-767-7777 จันทร์-ศุกร์ : 08.00 - 20.30 น.เสาร์-อาทิตย์ : 09.00 - 18.00 น.

นอกจากสิทธิพิเศษจาก Direct Asia แล้ว การเป็นคนขับที่ดียังช่วยลดอุบัติเหตุและปัญหาการจราจรอื่นๆลงได้ เพราะความร่วมมือของทุกคนนั้นจะทำให้คุณภาพชีวิตบนท้องถนนในบ้านเราดีขึ้นในที่สุด ติดตามข้อควรรู้ในการขับรถเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งก์ Direct Asia

หัวเว่ย แนะอัพเกรดเครือข่ายรองรับการขับขี่อัตโนมัติ

ในงาน Ultra-Broadband Forum ครั้งที่ 5 (UBBF 2018) ซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มร. เดวิด หวัง คณะกรรมการบริษัท และประธานบริหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของหัวเว่ย ได้กล่าวว่า “ในยุคของโลกอัจฉริยะที่ทุกสิ่งเชื่อมต่อกัน การขับขี่อัตโนมัติหรือไร้คนขับกำลังจะเกิดขึ้นจริง ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ยานยนต์ การบิน และการผลิต ก็กำลังพัฒนาสู่ความทันสมัยด้วยการนำเทคโนโลยีอัตโนมัติเข้ามาใช้”

มร. หวัง กล่าวต่อว่า “แต่ภาคโทรคมนาคมกลับต้องเผชิญกับปัญหาด้านโครงสร้างขนานใหญ่ เพราะเครือข่ายขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกปี ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ (OPEX) กลับพุ่งสูงขึ้นเร็วกว่ารายได้ ยิ่งไปกว่านั้น โอเปอเรเตอร์ยังต้องใช้เม็ดเงินในการดูแลเครือข่ายของตนมากกว่า OTT ถึง 100 เท่า โอเปอเรเตอร์จึงจำเป็นต้องสร้างเครือข่ายการขับเคลื่อนอัตโนมัติ”

มนุษย์เราไม่เคยหยุดที่จะแสวงหาสิ่งที่ดีกว่า ในปี พ.ศ. 2490 สหรัฐอเมริกาประสบความสำเร็จในการบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกโดยไร้คนขับเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2526 เป็นครั้งแรกของโลกที่ได้เห็นรถไฟที่ขับเคลื่อนเองโดยไม่มีคนขับ ซึ่งก็คือ รถไฟสาย Métro de Lille ในฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2555 Google ได้รับใบอนุญาตขับขี่สำหรับรถขับเคลื่อนอัตโนมัติเป็นครั้งแรกของโลกที่รัฐเนวาด้า และจากข้อมูล ณ เดือนมีนาคม พ.ศ. 2561 รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Google ได้วิ่งเป็นระยะทางรวม 8 ล้านกิโลเมตรแล้ว สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมต่าง ๆ กำลังผลักดันสังคมให้ก้าวไปสู่ยุคใหม่

อุตสาหกรรมโทรคมนาคมต้องเผชิญกับความซับซ้อนที่มีลักษณะจำเพาะหลายอย่าง ซึ่งแตกต่างไปจากยานยนต์อัตโนมัติ ในแง่ความหลากหลายของบริการ เครือข่ายโทรคมนาคมหนึ่งเครือข่ายประกอบไปด้วยบริการหลายประเภท เช่น บริการโทรศัพท์มือถือ บริการบรอดแบนด์ภายในบ้าน และบริการระดับองค์กร ดังนั้น ระบบขับขี่อัตโนมัติจึงต้องทำความเข้าใจถึงจุดมุ่งหมายของบริการต่าง ๆ ให้ถูกต้อง เพราะสำหรับสภาพแวดล้อมในการปฏิบัติการและสภาพถนน ซึ่งมีทางหลวงต่างๆ ทำหน้าที่เป็นเสมือนศูนย์ข้อมูล ถนนในเมืองหรือในชนบททำหน้าที่ให้การเข้าถึงบรอดแบนด์แก่ประชากร ดังนั้นระบบขับขี่อัตโนมัติจึงต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน ซึ่งมีการผสมผสานเทคโนโลยีหลายตัวเข้าด้วยกัน ตั้งแต่เรื่องของการปฏิบัติการตลอดวงจรชีวิต บทบาทต่างๆ เช่น การวางแผน, ระบบ O&M และการจัดหาบริการนั้น ล้วนมีความท้าทายที่แตกต่างกันออกไป

มร. หวัง ได้กล่าวว่า “การพัฒนาสู่เครือข่ายการขับขี่อัตโนมัติจะต้องก้าวหน้าไปตามรูปแบบการใช้งาน และปฏิบัติตามหลักการสำคัญ 3 ประการ คือ 1) เราควรมุ่งเน้นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ OPEX 2) เราต้องเริ่มต้นจากเทคโนโลยีหนึ่ง แล้วจึงค่อยๆ ขยายไปสู่หลายๆ เทคโนโลยี จากงานเดียวไปสู่การทำหลายๆ งานพร้อมๆ กัน แล้วค่อยสร้างระบบวงจรปิด และ 3) เราต้องพัฒนารูปแบบข้อมูลจากประสบการณ์และจากบนลงล่าง รวมถึงประสิทธิภาพในการใช้งานร่วมกัน”

เครือข่ายการขับขี่อัตโนมัติไม่ได้ต้องการแค่นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของสถาปัตยกรรมระบบอันล้ำสมัยและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ มากกว่า หัวเว่ยจึงได้เชิญชวนผู้ประกอบการทั้งหมดในอุตสาหกรรมมาร่วมกันทำงานเพื่อกำหนดมาตรฐานที่ชัดเจน แนะนำนวัตกรรมและการใช้งานด้านเทคโนโลยี สำหรับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมนั้น จากประสบการณ์ในการให้บริการและประสิทธิภาพในการดำเนินงาน หัวเว่ยได้เสนอเครือข่ายการขับขี่อัตโนมัติ 5 ระดับด้วยกัน คือ

ระดับ 0 – Manual O&M: ระบบนี้มีคุณสมบัติในการเฝ้าติดตาม ซึ่งต้องดำเนินงานทั้งหมดด้วยระบบแมนวล

ระดับ 1- Assisted O&M: ระบบจะทำงานย่อยๆ บางอย่างตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินการ

ระดับ 2 - Partial Autonomous Network: ระบบเครือข่ายอัตโนมัติบางส่วน ช่วยให้สามารถทำ O&M แบบวงจรปิดสำหรับบางยูนิตได้ภายใต้สภาพแวดล้อมภายนอกบางอย่าง ลดปัญหาเรื่องประสบการณ์และทักษะของพนักงาน

ระดับ 3 - Conditional Autonomous Network: เครือข่ายอัตโนมัติแบบมีเงื่อนไขอัพเกรดจากเครือข่ายระดับ 2 ระบบสามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้แบบเรียลไทม์ และในเทคโนโลยีบางอย่าง สามารถเพิ่มหรือปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมภายนอกเพื่อให้สามารถบริหารจัดการวงจรปิดได้อย่างที่ตั้งใจ

ระดับ 4 - Highly Autonomous Network: พัฒนาขึ้นจากระดับ 3 ช่วยให้สามารถบริหารจัดการเครือข่ายบริการแบบคาดการณ์ล่วงหน้าหรือแบบระบบปิด รวมถึงเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์ของลูกค้าได้ในสภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการสามารถแก้ไขข้อบกพร่องของเครือข่ายได้ก่อนที่จะได้รับการร้องเรียนจากลูกค้า ลดปัญหาการหยุดชะงักของบริการและข้อร้องเรียนของลูกค้า ทำให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจมากขึ้น

ระดับ 5 - Full Autonomous Network: เครือข่ายอัตโนมัติเต็มสูบคือเป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาเครือข่ายโทรคมนาคม ระบบจะมีขีดความสามารถในการทำงานอัตโนมัติแบบวงจรปิด ครอบคลุมทั้งบริการและเทคโนโลยีต่างๆ ตลอดวงจรชีวิต ทำให้เป็นเครือข่ายการขับขี่อัตโนมัติอย่างแท้จริง

“บนเส้นทางของการพัฒนาสู่การขับขี่อัตโนมัติ เครือข่ายโทรคมนาคมต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายรวมถึงการที่เราไม่อาจทราบถึงสถานะของเครือข่าย และการแยกระบบปฏิบัติการและบำรุงรักษาออกจากกัน" มร. หวัง กล่าว “สิ่งนี้ทำให้เราต้องปรับโครงสร้าง รังสรรค์สถาปัตยกรรมเครือข่ายและเทคโนโลยีที่สำคัญ ๆ อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อันดับแรกคือ เราจำเป็นต้องสร้าง Edge Intelligence ขึ้นมาบนเครือข่ายทางกายภาพ เพื่อตรวจจับสถานะเครือข่ายในแบบเรียลไทม์ และลดความซับซ้อนของสถาปัตยกรรมและโปรโตคอลของระบบเครือข่าย ประการที่สองคือ เราจะใช้โมเดลแบบครบวงจรเพื่อสร้างเครือข่ายดิจิทัลแฝด ทำให้สามารถตรวจสอบและคาดการณ์สถานะของเครือข่ายได้ และเรายังสามารถนำเทคโนโลยี AI มาใช้ ณ จุดนี้ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติด้านการคาดการณ์ให้กับ O&M และเสริมประสิทธิภาพของระบบปิดให้ได้มากที่สุด ประการที่สามคือ ต้องมีแพลตฟอร์มคลาวด์แบบเปิดเพื่อรองรับการฝึกอบรมและการเพิ่มพูนขีดความสามารถด้านอัลกอริธึ่มของ AI รวมถึงการพัฒนาแอพพลิเคชันต่าง ๆ เช่น การวางแผน การออกแบบ การจัดหาบริการ การรับประกันระบบ O&M และการเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่าย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้การดำเนินงานของเครือข่ายแบบระบบปิด ดำเนินไปโดยอัตโนมัติตลอดวงจรชีวิตการใช้งาน”

หัวเว่ยได้สร้างนวัตกรรมและการค้นคว้าในเรื่องเครือข่ายการขับขี่อัตโนมัติอย่างจริงจัง และได้พัฒนาเครือข่าย Intent-Driven Network (IDN) และโซลูชันอื่น ๆ โซลูชันเหล่านี้ครอบคลุมลักษณะการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเข้าถึงบรอดแบนด์ เครือข่าย IP เครือข่ายใยแก้วนำแสง เครือข่ายศูนย์ข้อมูล และการสื่อสารความเร็วสูงส่วนบุคคลขององค์กร โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยผู้ประกอบการและองค์กรต่างๆ ปรับเปลี่ยนระบบเครือข่ายของตนให้เป็นระบบดิจิทัลที่เน้นประสบการณ์ด้านบริการ หัวเว่ยและผู้ประกอบการชั้นนำระดับโลกได้ร่วมกันเปิดตัวโครงการ NetCity เพื่อกำหนดรูปแบบทางธุรกิจและรังสรรค์นวัตกรรมต่างๆ ตามรูปแบบ DevOps เพื่อปรับใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างรวดเร็ว

มร. หวัง กล่าวสรุปว่า “มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานเพื่อก้าวไปสู่เครือข่ายการขับขี่อัตโนมัติ เพื่อทำความฝันของเราให้เป็นจริง อุตสาหกรรมต้องทำงานร่วมกันและก้าวต่อไปข้างหน้า หัวเว่ยมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโซลูชั่นไอซีทีชั้นนำด้วยการรังสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และจัดการความซับซ้อนด้วยตัวเราเอง เพื่อมอบความเรียบง่ายให้กับลูกค้า เมื่อผนึกกำลังร่วมกัน เราจะสามารถสร้างโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ”

Miss Grand Thailand 2018 เยี่ยมชมนวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะ i-SMART ที่งาน MG Expo 2018

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ “เอ็มจี” แบรนด์รถยนต์ชั้นนำจากประเทศอังกฤษ ให้การต้อนรับ Miss Grand Thailand 2018  เข้าเยี่ยมชมงาน MG Expo 2018   ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Greeting Tomorrow” เพื่อชมเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ของเอ็มจี คือ “ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ หรือ i-SMART” ที่ถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ให้ทั้งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย  และการเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิตัล นำโดย น้ำอ้อย ชนะพาล (มอส) Miss Grand Thailand 2018 (กลาง) ณ งาน MG Expo 2018  ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้

มหกรรมยานยนต์ Lampang Motor Show 2018

ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ร่วมกับ จังหวัดลำปาง, เทศบาลนครลำปาง, เทศบาลเมืองเขลางค์นคร, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลำปาง, หอการค้าจังหวัดลำปาง, โซดาลีโอ, สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ลำปาง จัดงานแสดงมหกรรมยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ Lampang Motor Show 2018” ครั้งเดียวในรอบปีกับที่สุดของนวัตกรรมยานยนต์สุดหรูจากค่ายรถยนต์ รถจักรยานยนต์มากมายที่นำจัดแสดง และจำหน่าย พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ อาทิ Mercedes-Benzes, BMW, MINI, VOLOV, LEXUS, MG, Ford, CHEVROLET และอีกหลากหลายแบรนด์ดัง พร้อมชมการประกวด Miss Lampang Motor Show 2017 (10,18 พ.ย. 61), Mister Lampang Motor Show 2017 (14 พ.ย. 61), Miss Queen Lampang Motor Show 2017 (16 พ.ย. 61), การประกวด Young Music Contest (13 พ.ย. 61) สนุกกับมินิคอนเสิร์ตจากป๊อกกี้ Work Point (9 พ.ย. 61), SL Music (12 พ.ย. 61),พลพล-พลกองเส็ง (15 พ.ย. 61) และลุ้นรับของรางวัลมากมาย ระหว่างวันที่ 9-18 พฤศจิกายน 2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง

สอบถามรายละเอียดกิจกรรมความสนุกที่ เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 หรือ FB,IG,Line : CentralPlaza Lampang โทร.0-54-010-555 ต่อ 0

#LampangMotorShow2018
#มหกรรมยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ #CentralPlazaLampang

เอ็มจี ส่งมอบความห่วงใยจัดแคมเปญ “ ปีใหม่นี้ ขับขี่ปลอดภัย ให้เอ็มจีดูแลรถ ดูแลคุณ”
ตรวจเช็ครถฟรี 37 รายการ และรับโปรโมชั่นสุดพิเศษ

บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ “เอ็มจี” ในประเทศไทย ส่งมอบข้อเสนอสุดพิเศษให้กับลูกค้าเอ็มจีทุกท่านด้วยแคมเปญ “ ปีใหม่นี้ ขับขี่ปลอดภัย ให้  เอ็มจีดูแลรถ ดูแลคุณ” กับบริการตรวจสภาพรถเอ็มจีทุกรุ่นฟรี 37 รายการ พร้อมส่วนลดพิเศษ 10 % สำหรับแบตเตอรี่ ผ้าเบรค และอุปกรณ์กล้องบันทึกการขับขี่  และส่วนลด 20% สำหรับผู้ที่สนใจซื้อของที่ระลึกจากแบรนด์ MG  ที่โชว์รูมรถยนต์เอ็มจี 90 แห่งทั่วประเทศ

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์, รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แคมเปญ “ปีใหม่นี้  ขับขี่ปลอดภัย เอ็มจีดูแลรถ ดูแลคุณ” เป็นแคมเปญที่เอ็มจีตั้งใจส่งมอบคำขอบคุณ พร้อมตอบแทนทุกความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้กับเอ็มจีมาโดยตลอด และให้ลูกค้าตระหนักถึงความปลอดภัย เตรียมความพร้อมของรถยนต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานอยู่เสมอ  โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว และเทศกาลปีใหม่ที่ลูกค้ามีแผนต้องใช้รถเพื่อการเดินทางท่องเที่ยวด้วยระยะทางไกล  การเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถจึงช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ความปลอดภัย  และลดความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน  เพราะเอ็มจีตระหนักดีว่าความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของลูกค้าเกิดขึ้นจากการที่เราดูแลรถ และดูแลลูกค้าไปพร้อมกัน

“ ปีใหม่นี้ ขับขี่ปลอดภัย ให้เอ็มจีดูแลรถ ดูแลคุณ”

  • ตรวจสภาพรถเอ็มจี ฟรี 37 รายการ ครอบคลุมหมวดหมู่ต่างๆ ดังนี้

ห้องเครื่องยนต์                                    

  • ความตึงและสภาพของสายพานขับ
  • ไส้กรองอากาศ
  • แบตเตอรี่/ไดร์ชาจ          
  • อาการเสียงดังของเครื่องยนต์ที่รอบเดินเบา          
  • อาการสั่นของเครื่องยนต์ที่รอบเดินเบา          
  • ระดับน้ำมันเครื่องยนต์
  • ระดับน้ำมันเบรก และรอยรั่วซึม          
  • ระดับน้ำมันเพาเวอร์ และรอยรั่วซึม          
  • น้ำหล่อเย็นในถังพัก          
  • น้ำฉีดกระจก

ภายในห้องโดยสาร                                                              

  • ระยะฟรีของขาค้นเร่ง          
  • ระยะฟรีขาเหยียบเบรค          
  • ระบบกุญแจ และเซ็นทรัลล็อค          
  • ที่เปิดฝากระโปรงหน้า/หลัง/ถังน้ำมัน          
  • ปรับระดับคอพวงมาลัย
  • เข็มขัดนิรภัย          
  • การทำงานเบาะนั่งและพนักพิงศีรษะ          
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า หรือเบรคมือธรรมดา          
  • ไฟสัญญาณแผงหน้าปัด          
  • ระบบปรับอากาศ          
  • ปัดน้ำฝน/ใบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก                    
  • การทำงานเสียงแตร          
  • การทำงานของระบบกระจกไฟฟ้า          
  • การทำงานของกระจกมองข้าง และมองหลัง          
  • ไฟสัญญาณ/ไฟเตือน
  • ไฟส่องสว่างภายในรถ
  • การทำงานของไล่ฟ้ากระจก

ระบบไฟส่องสว่างภายนอก                                                

  • ไฟส่องสว่างไฟหน้า          
  • ไฟตัดหมอกหน้า (เฉพาะรุ่น)          
  • ไฟส่องสว่างไฟท้าย          
  • ไฟตัดหมอกท้าย (เฉพาะรุ่น)

ระบบรองรับน้ำหนัก                                                       

  • ขันน็อตและโบล์ท ระบบรองรับทั้งหมด          
  • รอยรั่วซึมระบบเบรค ท่อทางน้ำมันเบรค          
  • ความหนาผ้าเบรค          
  • ความหนาและสภาพจานเบรค          
  • สภาพยางรถยนต์

ตรวจรหัสปัญหา                                                            

  • ตรวจสอบรหัสปัญหาด้วยเครื่องมือ VDI
  • ส่วนลด 10 % สำหรับแบตเตอรี่  ผ้าเบรค และอุปกรณ์กล้องบันทึกการขับขี่ 
  • ส่วนลด 20%  สำหรับของที่ระลึกจากแบรนด์ MG  

ลูกค้าสามารถนำรถเอ็มจีเข้ารับบริการตรวจสภาพรถฟรี 37 รายการ หรือรับโปรโมชั่นพิเศษ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2561 โดยสอบถามรายละเอียดหรือนัดจองคิวรับบริการล่วงหน้าได้ที่ศูนย์บริการเอ็มจีทั้ง 90 สาขาทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้า โทร. 1267 รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ สามารถเข้าชมได้ที่ www.mgcars.com

Page Visitor

017104144
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
38476
50126
201453
13840651
147177
1383188
17104144
Your IP: 3.237.97.64
2021-03-03 18:28