บทบรรณาธิการ February 2018

ท่ามกลาง สภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ การทุ่มเม็ดเงินลงทุนในแต่ละโครงการ จะต้องดำเนินการภายใต้การพิจารณาอย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภาครัฐได้เดินหน้ากระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยโครงการต่างๆ มากมาย รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนด้วยการมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อดึงดูดและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยผ่านหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่ส่งเสริมการลงทุน “คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ”

สำหรับผลการดำเนินงานของบีโอไอในปี 2560 ที่ผ่านมา มียอดนักลงทุนยื่นโครงการขอรับการส่งเสริมการลงทุนสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 600,000 ล้านบาท โดยมีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมรวม 1,456 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 641,978 ล้านบาท ซึ่งเป็นการยื่นขอรับการส่งเสริมใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายมูลค่า 392,141 ล้านบาท แบ่งเป็น 5 อุตสาหกรรมเป้าหมายเดิม 241,055 ล้านบาท และอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (New S-Curve) 151,087 ล้านบาท ส่วนในปี 2561 บีโอไอตั้งเป้าหมายยอดขอรับส่งเสริมการลงทุน 720,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายปี 2560 ร้อยละ 12

ด้านสถิติขอรับส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ หรือ FDI ในปี 2560 อันดับ 1 โครงการลงทุนจากญี่ปุ่น มูลค่า 133,002 ล้านบาท อันดับ 2 สิงคโปร์ มูลค่า 40,366 ล้านบาท อันดับ 3 จีน 27,514 ล้านบาท อันดับ 4 สหรัฐอเมริกา 20,022 ล้านบาท และอันดับ 5 เนเธอร์แลนด์ 15,842 ล้านบาท

นอกเหนือจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนและสิทธิประโยชน์ซึ่งเป็นปัจจัยหัวหอกที่ช่วยดึงดูดการลงทุนแล้ว ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบดำเนินการสมาร์ทวีซ่า หรือ วีซ่าประเภทพิเศษ เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ หรือ ผู้บริหารระดับสูงเข้ามาทำงานในไทย หรือ ลงทุนในไทยใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

โดยสมาร์ทวีซ่า เป็นวีซ่าประเภทพิเศษสำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานหรือลงทุนในกิจการ ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นฐานในกระบวนการผลิตหรือการให้บริการ และเป็นกิจการใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต อุตสาหกรรมระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร

สมาร์ทวีซ่าจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1. ผู้เชี่ยวชาญทักษะสูง (Talent) ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2.นั กลงทุน (Investor) 3. ผู้บริหารระดับสูง (Executive) และ 4.สตาร์ทอัพ (Startup) ซึ่งผู้ที่มีสิทธิจะได้รับวีซ่าประเภทนี้ต้องมีคุณสมบัติพิเศษตามหลักเกณฑ์ และผ่านการรับรองของหน่วยงานภาครัฐที่กำหนด พร้อมทั้งได้เปิดให้ขอวีซ่าได้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 มีมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 299,000 ล้านบาท ส่วนในปี 2560 มีมูลค่า 392,000 ล้านบาท สำหรับในปี 2561 บีโอไอตั้งเป้าว่าจะมีการลงทุนของกลุ่มเป้าหมายกว่า 400,000 ล้านบาท

ปิดท้ายฉบับนี้ กับวิสัยทัศน์ “คุณวราลักษณ์ ปั้นวงศ์สกุล”  ผู้บริหาร C.H.G. Fashion Mall แหล่งช้อปปิ้งมิติใหม่ด้านแฟชั่น โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ บนพื้นที่ 1,620 ตร.ม. ชั้น 2 อิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง ด้วยงบรีโนเวทกว่า 17 ลบ. ภายใต้ธีม “English Garden Style” ตอบสนองไลฟ์สไตล์แฟชั่นได้อย่างลงตัว มั่นใจด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชำนาญในการบริหารสถานที่ หนุนสร้างการเติบโตร่วมกันระหว่างองค์กรและผู้ประกอบการร้านค้าอย่างยั่งยืน

Rate this item
(0 votes)
Last modified on Thursday, 17 October 2019 12:45

Page Visitor

019546811
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
6211
46837
53048
946590
1643254
19546811
Your IP: 3.238.88.35
2021-04-19 03:02