บทบรรณาธิการ June 2020

วิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19  ที่กระจายวงกว้างในขณะนี้ นับเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของปี 2563  ซึ่งทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกอยู่ในภาวะถดถอยและชะงักงัน เนื่องจากได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว รวมถึง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ภาคการบริการ ทั้งโรงแรม สายการบิน และอื่นๆ

สำหรับประเทศไทยในขณะนี้ สถานการณ์ดังกล่าวนับว่าส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจเช่นกัน โดยที่ผ่านมามีหลายโรงงานได้ประกาศปิดกิจการ เพราะไม่สามารถที่จะประคับประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้อีก ซึ่งแน่นอนว่าย่อมทำให้เกิดผลลบในด้านอื่นๆ ตามมาเป็นลูกโซ่ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เช่น ปัญหาที่เกิดจากการว่างงาน และการสูญเสียรายได้ในการประกอบอาชีพ เป็นต้น

โดยทุกผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะส่งผลโดยตรงต่อตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี สำหรับในไตรมาส 1 ของปี 2563 สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ รายงานว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ติดลบ 1.8% ซึ่งชะลอตัวจากไตรมาส 4 ปี 2562 ที่ขยายตัว 1.5%

ขณะเดียวกัน ยังได้ปรับประมาณการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ทั้งปี 2563 เหลือติดลบ 6 % ถึง ลบ 5% จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ขยายตัว 1.5 ถึง 2.5% พร้อมทั้ง ได้ลดเป้าส่งออกสินค้าไทยปีนี้ เหลือติดลบ 8 % จากเดิมคาดไว้ที่ บวก 1.4 % ,การลงทุนรวมทั้งปี ติดลบ 2.1% จากคาดการณ์เดิม บวก 3.6% และดุลบัญชีเดินสะพัด เกินดุล 4.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี

ส่วนปัจจัยที่ทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีไตรมาสแรก และตลอดทั้งปี 2563 ติดลบ มาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ,การปรับตัวลดลงของเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก ,การชะลอตัวของลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน รวมทั้งปัญหาภัยแล้ง โดยคาดว่า ไตรมาส 2 จะติดลบมากกว่าไตรมาส 1

โดยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลในประเทศ หรือจีดีพีไทยทั้งปี 2563 ที่คาดว่าจะติดลบ 6 % ถึง ลบ 5% จะอยู่ภายใต้สมมุติฐานที่ว่า ไทยสามารถควบคุมไวรัสโควิด-19 ได้ภายในไตรมาส 2 และไม่มีการแพร่ระบาดรอบ 2 ,กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาขับเคลื่อนได้ปกติในไตรมาส 3 รวมทั้ง นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับมาท่องเที่ยวไทยในช่วงไตรมาส 3 และ 4

นอกจากนี้  การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังส่งผลกระทบต่อดำเนินชีวิตประจำวันของคนไทยทุกคน โดยเป็นแรงบีบที่ทำให้พฤติกรรมหลายอย่างของผู้คนในสังคมเปลี่ยนไป ซึ่งจะมีการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับภาวะวิกฤตโรคระบาดดังกล่าว โดยพฤติกรรมเหล่านั้นจะกลายเป็น “New normal” หรือความปรกติใหม่ในหลาย ๆ ด้าน  ไม่ว่าจะเป็น การสวมหน้ากากอนามัย การทำงานที่บ้าน การเรียนการสอนออนไลน์ การเว้นระยะห่างทางกายภาพ และการช้อปปิ้งออนไลน์ เป็นต้น และยิ่งไปกว่านั้น ขณะนี้ ยังไม่มีใครสามารถตอบได้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จะสิ้นสุดในวันใด และประชาชนจะได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่งเมื่อใด

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ ดร.ภก.ชาญณรงค์ เตชะอังกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพคนใหม่ ลั่นมุ่งสานต่อแผนงานเดิม โดยจะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น บวกเดินหน้าขับเคลื่อน 3 ยุทธศาสตร์หลัก พร้อมเร่งต่อยอด โครงการการยกระดับกระบวนการสกัด การแยกสาร การทำบริสุทธิ์ ทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ และความปลอดภัยของสารอาหารฟังก์ชันจากพืชพื้นถิ่นของไทย แบบมุ่งเป้าครบวงจร และผลักดันโครงการ BCG Economy Model หนุนต่อยอดจุดแข็งของประเทศให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ตั้งเป้าปีนี้เพิ่มจำนวนสมาชิกอีก 30 ราย

Rate this item
(0 votes)
Last modified on Monday, 13 July 2020 15:14
BizFocus

ทันยุค ทันสมัย หัวใจธุรกิจ บิสโฟกัส

Leave a comment

Make sure you enter all the required information, indicated by an asterisk (*). HTML code is not allowed.

Page Visitor

006272539
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
32225
40086
154908
3056125
508677
1292009
6272539
Your IP: 3.219.167.194
2020-08-12 21:32