บทบรรณาธิการ April 2019

พลังงานไฟฟ้า นับเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการขับเคลื่อนธุรกิจของผู้ประกอบการในยุคอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อให้มีความรวดเร็ว ก้าวหน้า และมีความได้เปรียบในด้านการแข่งขัน เนื่องจาก การใช้เทคโนโลยีและระบบการสื่อสารต่างๆ จำเป็นต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก  อีกทั้ง ยังมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วไป หรือภาคครัวเรือนอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การประกอบหุงอาหาร หรือ การเสพความบันเทิงต่างๆ ผ่านทางโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ วิทยุ และโซเชียลมีเดีย เป็นต้น

ด้วยกิจกรรมดังกล่าว จึงส่งผลให้ภาพรวมความต้องการใช้พลังงานของประเทศทั้งในภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมยังคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งในปี 2562 ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคม เนื่องจาก อุณภูมิได้มีการปรับเพิ่มสูงขึ้น รวมถึง ปัจจัยอื่นๆ  เช่น ปริมาณการใช้ฟ้าที่ผันแปรตามจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น การตัดไม้ทำลายป่า รวมทั้ง การเจริญเติบโตของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศมากกว่าอดีต ซึ่งมาเป็นผลมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล การผลิตพลังงาน และกิจกรรมด้านการขนส่ง เป็นต้น

โดยสถานการณ์การใช้พลังงานไฟฟ้าสุงสุดของประเทศไทยในปีนี้ คาดว่าความต้องการไฟฟ้าในช่วงเดือนเมษายน.-พฤษภาคม จะสูงขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 32,000-34,000 เมกะวัตต์ต่อวัน อย่างไรก็ตาม กระทรวงพลังงานระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังมีปริมาณไฟฟ้าสำรองสูงถึง 40,000 เมกะวัตต์ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าเป็นห่วงว่าจะได้รับผลกระทบจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในช่วงหน้าร้อน

ส่วนความต้องการการใช้ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนสูงสุดของระบบการไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือ กฟผ. (Peak) คาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 29,000 เมกะวัตต์ เติบโตจากปี 2561 ประมาณ 2% ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงระหว่างปลายเดือนเมษายน - ต้นเดือนพฤษภาคม 2562 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มสูงกว่า 10,500 เมกะวัตต์

ทั้งนี้ การไฟฟ้าผลิต (กฟผ.) ได้ประกาศความพร้อมอย่างเต็มร้อย เพื่อรับมือกับปริมาณความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนนี้ ไม่ว่าจะเป็น ในส่วนของระบบผลิตไฟฟ้า โดยได้มีการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าในระบบทั้งโรงไฟฟ้าของ กฟผ. โรงไฟฟ้า IPP และ SPP ให้มีการทำงานบำรุงรักษาเท่าที่จำเป็น และขอความร่วมมืองดบำรุงรักษานอกแผนที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนตลอดช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือน มีนาคม-พฤษภาคม ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงเพื่อรักษาความมั่นคง โดยในช่วงฤดูร้อนปีนี้ จะมีกำลังผลิตสำรองพร้อมจ่ายประมาณ 30% ซึ่งเพียงพอสำหรับรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

รวมทั้งได้ประสานงานกับ ปตท. ในการเพิ่มความสามารถในการส่งเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ให้มีความเพียงพอต่อความต้องการใช้ผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ในส่วนของระบบส่งไฟฟ้าของ กฟผ. ให้มีความพร้อมใช้งานเต็มความสามารถ โดยงดทำงานบำรุงรักษาสถานีไฟฟ้า และอุปกรณ์ในระบบส่งที่มีความสำคัญ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการส่งไฟฟ้าในช่วงดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพลังงานจะออกมาสร้างความมั่นใจถึงมาตรการต่างๆ สำหรับการเตรียมความพร้อมรับมือความต้องใช้พลังงานไฟฟ้าที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อนนี้ แต่ผู้ใช้พลังงานไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือนจะต้องตระหนักและมีจิตสำนึกที่ดีเพื่อช่วยประหยัดพลังงานให้มากที่สุดเท่าที่จะดำเนินการได้ ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้แก่ประเทศได้อีกด้วย

ปิดท้ายฉบับนี้กับวิสัยทัศน์ คุณวราลักษณ์ ปั้นวงศ์สกุล ผู้บริหาร C.H.G. Fashion Mall โดยโชว์ความสำเร็จหลังเปิดให้บริการมากว่า 1 ปี เดินหน้าต่อยอดธุรกิจใหม่ “ร้านอาหาร” ปลายปีนี้ บนพื้นที่ 800 ตร.ม. บริเวณชั้นใต้ดิน ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลเวิล์ด สำโรง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในปัจจุบัน พร้อมมั่นใจด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชำนาญในการบริหารสถานที่ หนุนสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

Rate this item
(0 votes)
Last modified on Thursday, 17 October 2019 12:43