ฮาโก้ทุ่ม 100 ลบ. เนรมิตสำนักงานแห่งใหม่

ฮาโก้ทุ่ม 100 ลบ. เนรมิตสำนักงานแห่งใหม่

ฮาโก้ตอกย้ำความสำเร็จแบรนด์คนไทย อัดงบ 100 ลบ. ผุดสำนักงานแห่งใหม่ 6 ชั้น การันตีความเชื่อมั่นลูกค้า พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในทุกๆ ด้าน บวกเดินแผนรีโนเวทอาคารสำนักงานเดิมด้วยเม็ดเงิน 20 ลบ. ด้านแผนธุรกิจปี 62 เตรียมเสริมทัพโปรดักส์ใหม่ๆ หนุนตอบโจทย์ลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง

คุณทัสสพันธ์ วาณิชยรรยง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด

คุณทัสสพันธ์ วาณิชยรรยง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท ฮาโก้ อิเลคทริค (ประเทศไทย) จำกัด ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่าย สวิทซ์ เต้ารับ และอุปกรณ์ไฟฟ้าครบวงจรตามมาตรฐานสากล ภายใต้แบรนด์ “ฮาโก้” เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ ขนาดความสูง 6 ชั้น มูลค่าการลงทุน 100 ล้านบาท โดยวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ นอกเหนือจากการเป็นสำนักงานแห่งใหม่แล้ว ยังเป็นการรองรับไลน์การผลิตโปรดักส์ใหม่ๆ รวมทั้ง จำนวนพนักงานที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต อีกทั้ง ยังเป็นการันตีความเชื่อมั่นลูกค้าอีกด้วย

บริษัทได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ปัจจุบัน มีความคืบหน้าโดยรวม 70% ซึ่งงานโครงสร้างแล้วเสร็จประมาณ 95% และอยู่ในขั้นตอนการตกแต่งผนังภายนอก หลังนั้นจะเป็นขั้นตอนงานตกแต่งภายในเป็นลำดับต่อไป โดยมีกำหนดแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ต่อจากนั้น มีแผนจะย้ายการทำงานไปยังสำนักงานใหม่ในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน ในขณะเดียวกันอาคารสำนักงานใหม่แห่งนี้จะมีการนำโซลาร์รูฟมาใช้งานเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน

สำหรับรูปแบบอาคารสำนักงานใหม่ ประกอบด้วย ชั้นที่ 1 เป็นล็อบบี้ โดยมีที่นั่งพักและจอสกรีน LED เพื่อโปรโมทข่าวสารของบริษัท, ชั้นที่ 2 เป็นกึ่งชั้นลอย จะมีการเชื่อมต่อถึงชั้น 3 ซึ่งจะเป็นโชว์รูม และในระหว่างทางที่เชื่อมต่อกัน ชั้นที่ 2 กับ ชั้นที่ 3 จะเป็นสเตเดียม หรือทาวน์เซ็นเตอร์ ที่เป็นจุดรวมพลของพนักงานประมาณ 100 คน รวมทั้ง มีจอสกรีน LED ขนาด 3x5 เมตร และเวทีขนาดเล็ก สำหรับการประชุมหรือมีการเปิดตัวสินค้าใหม่

ชั้นที่ 4 เป็นออฟฟิศ โดยมีแผนกเซล, แผนกการตลาด ซึ่งทั้ง 2 แผนกจะมีทางเชื่อมต่อกัน เพื่อติดต่อประสานงานกันได้ง่ายยิ่งขึ้น, ชั้นที่ 5 เป็นในส่วนของบัญชีและจัดซื้อ ส่วนชั้นที่ 6 เป็นพื้นที่ระหว่างดาดฟ้ากึ่งอินดอร์และเอ้าดอร์ โดยในส่วนของอินดอร์จะมีฟิตเนสหรือรีแล็กซ์โซน ส่วนเอ้าดอร์ จะเป็นสนามสำหรับการจัดงานอีเว้นท์ รวมทั้ง เป็นสถานที่ให้พนักงานรับประทานอาหารกลางวัน และพบปะสังสรรค์

คุณทัสสพันธ์ กล่าวต่อถึงแผนการรีโนเวทอาคารสำนักงานเดิมที่มีการใช้งานมายาวนานถึง 20 ปี เป็นโกดัง รวมทั้ง จะปรับปรุงเป็นออฟฟิศและเป็นพื้นที่รองรับการขยายยูนิตของสินค้าใหม่ในอนาคต ว่า เตรียมดำเนินการต่อเนื่องหลังจากที่อาคารสำนักงานแห่งใหม่แล้วเสร็จ คาดว่าจะเป็นช่วงกลางปีหน้าและจะแล้วเสร็จปลายปี โดยใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท โดยทั้ง 2 อาคารทั้งเดิมและใหม่จะเชื่อมต่อกัน เพื่อให้สะดวกต่อการประสานงาน

ส่วนแผนการดำเนินงานใน ปี 2562 ประกอบด้วย 1.การเพิ่มโปรดักส์ใหม่ๆ ให้ครบวงจรของอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยจะเน้นในส่วนของไฮโปรดักส์เทคโนโลยี หรือ IoT ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งาน ด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ อาทิ ระบบการเสียงสั่งด้วยเสียง และระบบไร้สาย เป็นต้น  ซึ่งมีแผนจะเปิดตัวในช่วงต้นปี 2562 2.การเพิ่มโปรดักส์ที่เหมาะสมกับงานอุตสาหกรรมมากยิ่งขึ้น จากปัจจุบันที่ยังมีสัดส่วนน้อย เพื่อให้สามารถรับงานโครงการทั้งภาครัฐและเอกชนได้มากยิ่งขึ้น  3.การเพิ่มโปรดักส์ Enery Saving รองรับการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีแนวโน้มการใช้งานมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ด้านผลประกอบการในปี 2561 ตั้งเป้าไว้ที่ 650 ล้านบาท ซึ่งจะเติบโตจากปีที่ผ่านมาประมาณ 10% พร้อมทั้งมีความมั่นใจว่าตัวเลขรายได้จะเป็นตามตั้งไว้อย่างแน่นอน โดยรายได้ส่วนใหญ่จะมาจากโปรดักส์กลุ่มอุปกรณ์ชนิดปลั๊ก 35% ส่วนที่เหลือจะมาจากโปรดักส์ชนิดอื่นๆ ซึ่งในปัจจุบัน บริษัทมีโปรดักส์กว่า 12 เซกเมนต์ เช่น เต้ารับฝังพื้น, ตู้ไฟ, ท่อร้อยสายไฟ, ปลั๊กและเต้ารับสายไฟ และอุปกรณ์ควบคุมไฟอัจฉริยะ เป็นต้น ส่วนในปี 2562 คาดการณ์ว่ารายได้จะเพิ่มจากปี 2561 โดยส่วนใหญ่บริษัทมีเป้าหมายการเติบโตอยู่ที่ 15-20% ต่อปี

ส่วนจุดเด่นของบริษัท คือ การเน้นในเรื่องของความปลอดภัยและคุณภาพเป็นหลัก รวมทั้งการ ดีไซน์ที่มีความทันสมัยและสวยงามมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังรวมถึงการบริการที่เป็นกันเอง มีทีมขายที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่ก่อนโครงการเริ่มไปจนถึงการบริการหลังการขาย ส่วนจุดแข็งประกอบด้วยทีมขายที่มีศักยภาพในการทำงาน มีความรู้ในเรื่องโปรดักส์เป็นอย่างดี มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวเพื่อสร้างความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้ามากที่สุด รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนโปรดักส์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ณ ปัจจุบัน

คุณทัสสพันธ์ กล่าวในตอนท้ายว่า หลักการการทำงานของบริษัท จะเน้นความเป็นกันเองกับลูกค้า เป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างเฟรนลี่ โดยมีความจริงใจ ใส่ใจ ไว้ใจ ซื่อตรง และทำงานด้วยใจ ไม่ใช่เฉพาะการดูแลลูกค้า แต่จะมีความใส่ใจในทีมงานและสินค้า โดยลูกค้าจะต้องเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งจะนำความจริงใจมองแทนลูกค้าว่าต้องการสิ่งใดและการบริการแบบใด และจะต้องนำสิ่งเหล่านั้นไปตอบโจทย์ลูกค้า โดยทั้งหมดนี้สามารถสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า ประกอบกับบริษัท ยังมีการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงอยากให้ลูกค้าเปิดใจให้โอกาสินค้าใหม่ๆ ของบริษัทที่จะออกสู่ตลาดในอนาคต ซึ่งเชื่อว่าจะตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันการใช้งาน ดีไซน์ และราคาได้เป็นอย่างดี

Page Visitor

011298492
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
43044
49016
146049
8039087
1180287
1507065
11298492
Your IP: 3.216.79.60
2020-11-24 19:46