บีจีซีเร่งต่อยอดธุรกิจ เนรมิต รง. 5 ราชบุรี

บีจีซีเร่งต่อยอดธุรกิจ เนรมิต รง. 5 ราชบุรี

บีจีซี ในกลุ่มบางกอกกล๊าส ตอกย้ำความสำเร็จกว่า 4 ทศวรรษ ปักหมุดราชบุรี ผุดโรงงานแห่งใหม่ ด้วยงบลงทุน 2,500 ลบ. หนุนกำลังการผลิตรวมพุ่งกว่า 3,400 ตันต่อวัน ชูเป้าหมายหลักบุกตลาดส่งออก บวกเจาะลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร

คุณศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน)

คุณศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ บีจีซี ในกลุ่มบางกอกกล๊าส ดำเนินธุรกิจผลิต จัดจำหน่าย ส่งออก และนำเข้าบรรจุภัณฑ์แก้วรายใหญ่ของประเทศไทย กล่าวถึงรายละเอียดของโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์แก้ว และเตาหลอมแก้วแห่งใหม่ ซึ่งเป็นโรงงานล่าสุดแห่งที่ 5 มูลค่าการดำเนินการ 2,500 ล้านบาท ว่า โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมจังราชบุรี โดยมีกำลังการผลิตสูงสุด 400 ตันต่อวัน และจะส่งผลให้กำลังการผลิตรวมของบริษัทเพิ่มเป็น 3,495 ตันต่อวัน หรือคิดเป็น 12% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ประกอบด้วย 1 เตาหลอมและมีพื้นที่ที่สามารถขยายได้ถึง 2 เตาหลอม เพื่อรองรับปริมาณการผลิตสินค้าเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

สำหรับจุดเด่นของโรงงาน ประกอบด้วย 1.ด้านเครื่องจักรและกระบวนการผลิต ได้แก่ ความสามารถในการผลิตขวดแก้วได้ทั้งสีขาวใสและสีน้ำตาลขวดเบียร์ รวมถึง ความสามารถในผลิตสินค้าในรูปแบบที่แตกต่างกันได้ 5 แบบในเวลาเดียวกันจาก 5 สายการผลิต ซึ่งในปัจจุบันมีโรงงานเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่สามารถผลิตสินค้าได้ 5 รูปแบบจากเตาหลอมเพียงเตาเดียว

2.กลุ่มลูกค้า โดยโรงงานตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ เนื่องจาก จังหวัดราชบุรีนับเป็นปากทางไปสู่ประตูภาคใต้ ในขณะเดียวกันยังตั้งอยู่ใกล้กับถนนพระรามที่ 2 ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นที่ตั้งของผู้ประกอบการอาหารปรุงรส ซอส และน้ำปลา ทำให้มีความได้เปรียบในเรื่องระยะทางที่อยู่ใกล้ลูกค้ามากกว่าผู้ประกอบการรายอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน

3.วัตถุดิบ เนื่องด้วยวัตถุดิบในการผลิตที่ใช้ในอุตสาหกรรมแก้วใช้และเป็นต้นทุนมากกว่า 50% ซึ่งมี 2 ประเภทได้แก่  ก๊าซธรรมชาติ และเศษแก้วที่นำกลับมาหลอมใหม่ ทั้งนี้ จากการที่โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับท่อส่งก๊าซของ ปตท. จึงทำให้สามารถต่อท่อก๊าซและนำมาใช้งานได้ทันที โดยไม่มีค่าขนส่ง จึงทำให้ช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้เป็นอย่างดี ในขณะที่เศษแก้วจากทางภาคใต้ เมื่อมีการขนส่งขึ้นมา จะพบกับโรงงานแห่งนี้เป็นที่แรก จึงทำให้มีต้นทุนที่ดีในเรื่องของค่าขนส่งเศษแก้วทั้งหมดจากภาคใต้

“โรงงานแห่งนี้ได้มีการจุดเตาหลอมเมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนได้มีการเดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว โดยมีกำลังการผลิตเริ่มต้นที่ 320 ตันต่อวัน และมีแผนอัพกำลังการผลิตสูงสุดที่ 400 ตันต่อวันในปีหน้า ซึ่งเป็นไปตามแผนงานของเรา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง” คุณศิลปรัตน์กล่าว

ด้านเป้าหมายของโรงงานแห่งนี้ จะเน้นการสนับสนุนให้ตลาดส่งออกมีการเติบโตมากยิ่งขึ้น โดยมีกำลังการผลิตรองรับอย่างเพียงพอ ยกตัวอย่างเช่น ขวดแยมที่ส่งออกไปยังยุโรป หรือขวดรังนกที่ส่งออกไปยังเวียดนาม เป็นต้น ซึ่งจะผลิตที่โรงงานแห่งนี้เป็นหลัก รวมถึง การผลิตเพื่อป้อนให้แก่ลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมอาหารในประเทศ อาทิ ขวดน้ำปลา ขวดรังนก หรือซีอิว เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ มีออเดอร์ของลูกค้าเต็มทั้งปี 2562 แล้ว

อนึ่ง บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ บีจี ก่อตั้งขึ้นในปี 2517 ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท โดยดำเนินการก่อสร้างโรงงานแห่งแรกที่จังหวัดปทุมธานี ในปี 2522 ด้วยกำลังการผลิต 150 ตันต่อวัน จนกระทั่งปี 2524 บริษัท บุญรอด บริวเวอรี่ จำกัด เข้าเป็นผู้ถือหุ้นหลัก จึงได้ดำเนินการขยายศักยภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน บีจีมีกำลังการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและอาเซียน

กว่า 4 ทศวรรษแห่งความสำเร็จ บีจีได้รับการยอมรับในความเป็นผู้นำด้านธุรกิจแก้วและบรรจุภัณฑ์ที่ใส่ใจในคุณภาพและสิ่งแวดล้อม ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย อาทิ บรรจุภัณฑ์แก้ว กล่องกระดาษลูกฟูก บรรจุภัณฑ์พลาสติก ฝาจีบ ฝาพลาสติก ลังพลาสติก เป็นต้น พร้อมส่งมอบประสบการณ์ดีๆ แก่ลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

Page Visitor

011555905
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
32080
55308
32080
8402443
1437700
1507065
11555905
Your IP: 3.238.147.211
2020-11-29 13:53