พรพระนครประกาศความสำเร็จ ตุน Backlog 5 พันลบ.

พรพระนครประกาศความสำเร็จ ตุน Backlog 5 พันลบ.

พรพระนครโชว์ผลงานคุณภาพ ดัน Backlog พุ่ง 5 พันลบ. มั่นใจสิ้นปีแตะ 6 พันลบ. ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โตเพิ่ม 20% พร้อมเล็งนำซอฟต์แวร์ที่มีความทันสมัยมาใช้ภายในองค์กร หนุนลดต้นทุนค่าใช้จ่าย บวกขอยื่นรับรองมาตรฐาน ISO 9001 คาดผ่านการรับรองกลางปี พร้อมชูจุดเด่นการันตีความเชื่อมั่นลูกค้ากว่า 2 ทศวรรษ

คุณสันติ เหมศิริวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรพระนคร จำกัด 

คุณสันติ เหมศิริวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรพระนคร จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านงานรับเหมาก่อสร้าง เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีโครงการคุณภาพที่ดำเนินการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ และรอส่งมอบให้ลูกค้าหลายโครงการ เช่น โครงการชีวาทัย เรสซิเดนซ์ อโศก (Chewathai Residence Asoke) คอนโดมิเนียมลักซ์ชัวรี โดยบริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน), โครงการไนท์บริดจ์ ดิ โอเชี่ยน ศรีราชา (KnightsBridge The Ocean Sriracha) คอนโดมิเนียมใจกลางเมืองศรีราชา โดยบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

โครงการบริกซ์ คอนโด จรัญสนิทวงศ์ 64 (Brix Condominium Charansanitwong 64) โดย บริษัท มีสไตล์ เอสเตท จำกัด, โครงการวิช ซิกเนเจอร์ 2 มิดทาวน์ สยาม (Wish Signature II Midtown Siam) โดยบริษัท สยามนุวัตร จำกัด รวมถึง โครงการธนา แอสโทเรีย ปิ่นเกล้า (Thana Astoria Pinklao) โดย บริษัท ธนาแลนด์ จำกัด เป็นต้น

สำหรับโครงการธนา แอสโทเรีย ปิ่นเกล้า (Thana Astoria Pinklao) บริษัทรับผิดชอบในส่วนของงานโครงสร้าง งานสถาปัตย์ และงานระบบ มูลค่างาน 400 ล้านบาท โดยได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อไตรมาสที่ 2/ 2560 ปัจจุบันการก่อสร้างแล้วเสร็จและอยู่ระหว่างการทยอยส่งมอบห้องพักให้กับลูกค้า

โดยรูปแบบของโครงการนี้เป็นคอนโดมิเนียม High Rise สูง 23 ชั้น 1 อาคาร  จำนวนห้องพัก 493 ยูนิต บนพื้นที่กว่า 2 ไร่ ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ซึ่งภายในโครงการมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น สระว่ายน้ำ, สวนสาธารณะ, สนามเด็กเล่น, ระบบรักษาความปลอดภัย, สปอร์ตคลับ และฟิตเนส เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทยังมีโครงการใหม่ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าให้ก่อสร้างอีกหลากหลายโครงการ เช่น โครงการมิวนีค คอนโดมิเนียม สูง 36 ชั้น โดยบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มูลค่างาน 500 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อปลายปี 2560 คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2561, โครงการคีน ศรีราชา (Keen Sriracha)  โดยบริษัท โกลด์ไชน์ จำกัด มูลค่างานกว่า 1,200 ล้านบาท จะเริ่มก่อสร้างในเดือนมีนาคม 2561

โครงการเดอะ ริช นานา (The Rich Nana) โดยบริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) มูลค่างาน 800 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างในเดือนมีนาคม 2561, โครงการเซอร์เคิล สุขุมวิท 31 โดยบริษัท เฟรเกรนท์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด คอนโดมิเนียมหรู ใกล้ BTS พร้อมพงษ์ มูลค่างาน 500 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างในเดือนมีนาคม 2561, โครงการไอดิโอ นิว พระราม 9 (IdeO New Rama 9) โดยบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จํากัด (มหาชน) มูลค่างาน 600 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างหอพักแพทย์-พยาบาล โรงพยาบาลศิริราช มูลค่างาน 360 ล้านบาท จะเริ่มก่อสร้างในเดือนมีนาคม เป็นต้น

ทั้งนี้ จากการที่บริษัทมีโครงการคุณภาพที่ดำเนินการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ และเตรียมส่งมอบให้ลูกค้าหลายโครงการ รวมถึงการได้รับงานก่อสร้างโครงการใหม่ๆ ส่งผลให้ขณะนี้บริษัทมี Backlog กว่า 5,000 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีอีกหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจา คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ Backlog จะเพิ่มเป็น 6,000 ล้านบาท

ส่วนเป้าผลประกอบการในปี 2561 บริษัทตั้งเป้าเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 20% หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท จากปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 2,400 ล้านบาท โดยบริษัททีความมั่นใจว่าตัวเลขดังกล่าวจะเป็นไปได้อย่างแน่นอน เนื่องจากจะได้รับปัจจัยบวกจากการรับงานจากทั้งภาคเอกชนและภาครัฐบาล ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนงานที่ได้รับจากภาคเอกชน 90% ภาครัฐบาล 10% อย่างไรก็ตามในอนาคต บริษัทมีแผนที่จะปรับสัดส่วนการรับงานจากภาครัฐให้เพิ่มเป็น 20%

“ถึงแม้ว่าในปัจจุบันเราจะมีงานที่ได้รับจากภาคเอกชนมากกว่ารัฐบาลก็ตาม แต่เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้นในอนาคตบริษัทจึงต้องมีความพร้อมที่จะปรับสัดส่วนการรับงานจากภาครัฐให้เพิ่มขึ้น เนื่องจาก ขณะภาครัฐมีการเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง และมีมูลค่างานสูง” คุณสันติกล่าว

ด้านแผนการลงทุนในปี 2561 บริษัทมีแผนที่จะนำซอฟต์แวร์ที่มีความทันสมัยมาใช้ในการจัดการภายในองค์กร เพื่อช่วยควบคุมต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เช่น การควบคุมระบบบบัญชี และระบบจัดซื้อ เป็นต้น โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท

ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างการดำเนินการขอยื่นรับรองมาตรฐาน ISO 9001 : 2015 คาดว่าจะผ่านการประเมินและได้รับการรับรองในช่วงกลางปี 2561 ทั้งนี้ การได้รับการรับรองมาตรฐานสากลดังกล่าวจะสร้างความเชื่อมั่นให้แก่กลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้เป็นอย่างดี  อีกทั้งยังส่งผลให้เห็นว่าบริษัทมีมาตรฐานการทำงานที่เป็นระบบ และบุคลากรมีประสิทธิภาพ

“ISO 9001 : 2015 เป็นมาตรฐานสากลที่ระบุข้อกำหนดสำหรับระบบบริหารคุณภาพขององค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตั้งเป้าเอาไว้ในปีนี้ว่าจะต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน ซึ่งภายหลังจากที่ได้รับการรับรองมาตรฐานนี้แล้ว เรายังคงมีความมุ่งมั่นที่จะขอรับการรับรองมาตรฐานอื่นๆ ด้วยเช่นกัน เช่น ISO 14001 ซึ่งเป็นมาตรฐานการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ” คุณสันติกล่าว

คุณสันติ กล่าวต่อถึงจุดเด่นของบริษัทที่ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ว่า บริษัทเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีความเชี่ยวชาญในการก่อสร้างอาคารสูงมาอย่างยาวนานถึง 25 ปี อีกทั้งยังมีความสามารถในการก่อสร้างให้สามารถตอบโจทย์ต่อความต้องการของเจ้าของโครงการได้เป็นอย่างดี ประกอบกับบริษัทจะรับงานในปริมาณที่เหมาะสม ส่งผลให้ผลงานที่ออกมาดีและมีคุณภาพ พร้อมกับการสร้างบุคลากรที่มีความสามารถควบคู่ไปอีกด้วย

“เราจะยังคงเน้นงานที่เรามีความถนัดคืองานก่อสร้างอาคารสูง ที่ผ่านมามีคนมาทาบทามให้เราไปหันไปรับเหมาก่อสร้างโรงการที่อยู่อาศัยแนวราบด้วย แต่เรามองว่าการก่อสร้างบ้านแนวราบเป็นเรื่องที่เราไม่ถนัด ประกอบกับปัจจุบันเราใช้การก่อสร้างด้วยรูปแบบ Precast ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการสร้างที่สามารถช่วยให้งานก่อสร้างเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทันใจลูกค้า ประหยัดแรงงานคนและสามารถควบคุมต้นทุนได้ดีกว่า” คุณสันติกล่าว

คุณสันติ กล่าวปิดท้ายถึงสิ่งที่อยากจะฝากกับลูกค้าว่า บริษัทมีความมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีมีคุณภาพและตรงกับความต้องการของเจ้าของโครงการมากที่สุด โดยยึดมั่นในการดำเนินงานที่ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งการส่งมอบงานที่ตรงต่อเวลา