×

Warning

JFolder: :files: Path is not a folder. Path: /home2/cp439355/public_html/bizfocusmagazine.com/images/Biz_Interview/2016/bfi_038/pratamnak/pratamnak

×

Notice

There was a problem rendering your image gallery. Please make sure that the folder you are using in the Simple Image Gallery plugin tags exists and contains valid image files. The plugin could not locate the folder: images/Biz_Interview/2016/bfi_038/pratamnak/pratamnak

Issue 038 Mar

1 กรุ๊ป ดีเวลลอปเม้นท์รุกอสังหาฯ เต็มร้อย

1 กรุ๊ป ดีเวลลอปเม้นท์เปิดตัวคอนโดมิเนียม มูลค่าโครงการกว่า 1,200 ลบ. รองรับลูกค้ากลุ่มไฮเอนด์ ชูจุดเด่นทำเลทองบนเขาพระตำหนัก ปัจจุบันมียอดขายแล้วกว่า 60% คาดปิดการขายได้ภายในปีนี้

คุณมีชัย เถาเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท 1 กรุ๊ป ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์คุณภาพของเมืองพัทยา เปิดเผยว่า โครงการวัน ทาวเวอร์ พระตำหนัก (One Tower Pratamnak) เป็นคอนโดมิเนียมสูงขนาด 20 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 2 ไร่   มีมูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท โดยได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปลายปี 2557 คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี 2559 

ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวมียอดขายกว่า 60% โดยแบ่งเป็นลูกค้าชาวต่างชาติ 30% และอีก 30% เป็นลูกค้าชาวไทย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่อยู่ในระดับไฮเอนด์ที่มีความต้องการที่จะซื้อที่อยู่อาศัยบนเขาพระตำหนัก ทั้งนี้คาดว่าจะปิดการขายได้ทั้งหมดภายในปี 2559 และพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าภายในต้นปี 2560

สำหรับจุดเด่นของวัน ทาวเวอร์ พระตำหนัก คือเป็นตึกที่สูงที่สุดบนถนนพระตำหนักซอย 4 ลูกค้าสามารถเดินทางไปมาสะดวกระหว่างเมืองพัทยาและชายหาดจอมเทียน ซึ่งแต่ละห้องถูกออกแบบให้เป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 โดยลูกค้าสามารถมองเห็นวิวที่อยู่ล้อมรอบโครงการได้ 360 องศา อาทิ มุมด้านหน้าจะมองเห็นเกาะล้าน และมุมด้านซ้ายจะมองเห็นสนามกอล์ฟเป็นพื้นที่สีเขียว เป็นต้น

“โครงการดังกล่าวอยู่ใกล้กับโรงแรมเอเชียพัทยาและอยู่ใกล้กับ Cabbages and Condoms Restaurant  ซึ่งเป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียงของเมืองพัทยา รวมถึงอยู่ห่างจาก Walking Street Pattaya เพียง 700 เมตร นอกจากนี้โครงการวัน ทาวเวอร์ พระตำหนัก ยังได้รับการอนุมัติด้านสินเชื่อโครงการจากธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่หรือ SCB รวมทั้งยังผ่านการตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA อีกด้วย” คุณมีชัย กล่าว

คุณมีชัย กล่าวต่อว่า โครงการวัน ทาวเวอร์ พระตำหนัก (One Tower Pratamnak) มีห้องชุดพักอาศัยทั้งหมด 216 ยูนิต ประกอบด้วย ห้องแบบ 1-3 ห้องนอน มีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 47-152 ตารางเมตร, แบบเพนท์เฮ้าส์พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวที่ระเบียงซึ่งตั้งอยู่ชั้น 18 และห้องแบบสตูดิโอ รวมทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ เช่น Coffee Shop, ร้านอาหาร, Fitness, ซาวน่าสตรีมรูม, ลิฟต์ความเร็วสูง และสระว่ายน้ำบริเวณชั้น 12A ซึ่งสามารถมองเห็นวิวบริเวณสนามกอล์ฟและทะเลได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ โครงการยังมีแท็กซี่ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงและยังมีรถจักรยานยนต์รับจ้างไว้สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วอีกด้วย

ด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในโครงการวัน ทาวเวอร์ พระตำหนัก (One Tower Pratamnak) จะมีรปภ. คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง และลูกค้าสามารถเข้าออกโดยการใช้ระบบคีย์การ์ดซึ่งมีทางเข้าออกเพียงทางเดียว อีกทั้งยังมีกล้องวงจรปิด CCTV ทั้งภายในและภายนอกรอบโครงการ จึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าเมื่อเข้ามาพักอาศัยภายในโครงการจะรู้สึกอบอุ่นใจและมั่นใจในความปลอดภัยที่ทางโครงการมอบให้อย่างแน่นอน

คุณมีชัย กล่าวปิดท้ายถึงสิ่งที่อยากจะฝากถึงลูกค้าว่า โครงการวัน ทาวเวอร์ พระตำหนัก (One Tower Pratamnak) สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ในทุกๆ ด้าน อีกทั้งยังมีเฟอร์นิเจอร์ที่ครบครันและสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย โดยลูกค้าสามารถเข้าเยี่ยมชมโครงการหรือเลือกห้องที่ลูกค้าชอบที่สุดในห้องตัวอย่างของโครงการ และขึ้นไปชมวิวบนตึกได้ทุกวันตั้งแต่ 9.00-18.00 น. รวมทั้งสามารถเข้ามาคุยเงื่อนไขเกี่ยวกับการผ่อนดาวน์ได้ตามความเหมาะสม โดยราคาห้องพักเริ่มต้นที่ 89,000 บาทต่อตารางเมตร

{gallery}Biz_Interview/2016/bfi_038/pratamnak/pratamnak{/gallery}

เปิดแผนธุรกิจ “สุคนธา”

สุคนธาเผยแผนขับเคลื่อนธุรกิจปี 59 ชูคอนเซ็ปต์ “เสริมความแข็งแกร่งภายใน สร้างความมั่นใจภายนอก” หนุนรายได้พุ่งตามเป้า 200 ล่านบาท พร้อมติดตั้งเครื่องจักรใหม่ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง  เล็งบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้าน รับ AEC ตอกย้ำความเป็นผู้นำและผู้ผลิต “หลังคาโค้งไร้โครงสร้าง” รายแรกในประเทศไทย

คุณศรัณย์พัชร์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร บริษัท สุคนธา จำกัด ผู้ผลิต “หลังคาโค้ง ไร้โครงสร้าง” รายแรกในประเทศไทย เปิดเผยถึงแผนธุรกิจในปี 2559 ว่า จะยึดมั่นในคอนเซ็ปต์ “เสริมความแข็งแกร่งภายใน สร้างความมั่นใจภายนอก สำหรับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งภายในองค์กร บริษัทได้มีการปรับโครงสร้างการบริหารให้มีความทันสมัย ปรับปรุงระบบการทำงานของฝ่ายต่างๆ ให้มีความเป็นมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น  และมีการคัดสรรบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งงาน  เพื่อมาปฏิบัติงานในส่วนงานต่างๆ

“เรามีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่มีความเชี่ยวชาญเหมาะกับตำแหน่งงาน โดยฝ่ายบริหารจะเป็นผู้คัดสรรและสัมภาษณ์บุคลากรในตำแหน่งต่างๆ เอง  ในด้านของการทำงานจะมีการมอบอำนาจในการตัดสินใจและบริหารงานให้กับหัวหน้างานฝ่ายต่างๆ เป็นลำดับขั้น  โดยผู้บริหารระดับสูงจะคอยดูแลและติดตามผลการทำงาน (Follow up) อย่างใกล้ชิด เมื่อมีปัญหาก็จะลงไปช่วยแนะนำและร่วมกันหาแนวทางแก้ไข เราเน้นการทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์ค  มีการ Discuss ในการทำงานระหว่างฝ่ายต่างๆ และระหว่างผู้บริหารและฝ่ายปฏิบัติงานทุกระยะ  

บริษัทยังให้ความสำคัญกับการทำงานที่มีการสื่อสารและส่งผ่านข้อมูลกันอย่างถูกต้อง ทั่วถึง และมีประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร โดยการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือสื่อสารที่มีอยู่ในยุคปัจจุบันให้เกิดประโยชน์สูงสุด  นอกจากนี้ บริษัท “สุคนธา” ยังมีการติดตั้งระบบไอทีที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย รวมทั้งมีการยกระดับและปรับปรุงระบบการทำงานของฝ่ายงานต่างๆ ให้มีความเป็นสากลเทียบเคียงกับบริษัทชั้นแนวหน้ามากขึ้น” คุณศรัณย์พัชร์ กล่าว

สำหรับการ “สร้างความมั่นใจภายนอก” บริษัทมีการประสานงานที่ดี  มีการให้ข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและผู้ที่สนใจในผลิตภัณฑ์อย่างสม่ำเสมอ เราชูจุดเด่นของสินค้าในเรื่องของความแข็งแรง ทนทาน  มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน และดูแลรักษาง่ายกว่าหลังคา Metal Sheet ปกติทั่วไป สำหรับฐานของลูกค้าประมาณ 70 - 80% เป็นหน่วยงานราชการ ส่วนอีก 20 - 30% จะเป็นลูกค้าเอกชนและรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ บริษัทมีชื่อเสียงมายาวนานในเรื่องคุณภาพของสินค้าและฝีมือการออกแบบและติดตั้งหลังคา และยังมีชื่อเสียงที่ดีในด้านบริการหลังการขายและการให้คำปรึกษาที่ซื่อสัตย์และจริงใจต่อลูกค้าอีกด้วย  ซึ่งเราเน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและต่อเนื่องยาวนานกับลูกค้าเป็นสำคัญ

ด้าน คุณภาณุมาศ ชินรักษา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการเงิน กล่าวต่อถึงแผนการดำเนินธุรกิจ ว่าบริษัทตั้งเป้าการเติบโตโดยเฉลี่ย 15% ซึ่งที่ผ่านมา ก็สามารถทำได้ใกล้เคียงกับเป้าที่วางไว้ สำหรับในปี 2559 นี้ ได้ตั้งเป้าไว้ที่การเติบโตของยอดขายประมาณ 20% ซึ่งบริษัทมีความมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้  เนื่องจากบริษัทมีการเพิ่มแผนกเพื่อรับงานที่แตกต่างจากเดิมมากขึ้น ได้แก่ รับงานติดตั้งและเดินระบบไอทีและ Computer Network ทั้งองค์กรให้กับหน่วยงานและบริษัทต่างๆ, รับออกแบบและก่อสร้างอาคารคลังสินค้าและ Warehouse ต่างๆ โดยบริษัทรับเหมาเองทั้งโครงการไม่เพียงแต่ทำหลังคาเท่านั้น

คุณภาณุมาศ กล่าวต่อถึงแผนในอนาคตว่า ภายในปี 2559-2560 บริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน หรือ CLMV (กัมพูชา, สปป.ลาว, พม่าและเวียดนาม) ที่สามารถขนส่งเครื่องจักรสำหรับรีดหลังคาไปทางบกได้ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในอนาคตอันใกล้นี้

ด้านแผนการดำเนินธุรกิจในระยะเวลา 3 - 5 ปี บริษัทมีแผนการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ในรูปแบบของหลังคาที่ไม่ใช่ทรงโค้งเพียงอย่างเดียวเพื่อออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาไว้ซึ่งความเป็นผู้นำของการผลิตหลังคาโค้งไร้โครงสร้าง รวมทั้งมีการพัฒนาขนาดและรูปแบบของหลังคาโค้งไร้โครงสร้างให้มีความทันสมัยและรองรับวัตถุประสงค์การใช้งานได้หลากหลายขึ้น ซึ่งบริษัทมีฝ่ายออกแบบและพัฒนาเครื่องจักร เพื่อทำการศึกษาหาข้อมูลถึงรูปแบบของผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อนำออกสู่ตลาดได้ในอนาคต

TS Mitsuba คว้ารางวัลดีเด่นด้านแรงงาน 9 ปีซ้อน

TS Mitsuba โชว์ผลงานเยี่ยมรับรางวัลดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 เน้นการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงาน บวกกิจกรรม Happy Workplace สร้างความสุขในองค์กร

คุณทวี กิจคุณาเสถียร รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยซัมมิท มิทซูบะ อีเล็คทริค แมนูแฟ็คเจอริ่ง จำกัด หรือ TS Mitsuba  ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ต่างๆ อาทิ มอเตอร์ปัดน้ำฝน, สตาร์เตอร์มอเตอร์, ลีเลย์ไฟเลี้ยว, มอเตอร์กระจกไฟฟ้าและอื่นๆ เป็นต้น เปิดเผยว่า บริษัทได้รับรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2558 จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน โดยได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 (2550-2558) และก้าวเข้าสู่ปีที่ 10 ในปี 2559

สำหรับนโยบายในการเข้าร่วมประกวดรางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน บริษัทมีความให้สำคัญและมุ่งเน้นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ด้วยความร่วมมือระหว่างสหภาพแรงงานและตัวแทนผู้บริหารร่วมกันประชุมหารือ เพื่อปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงระบบแรงงานสัมพันธ์ให้มีประสิทธิผลมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน บริษัทได้มีการดำเนินกิจกรรม Happy Workplace หรือ ความสุข 8 ประการในที่ทำงาน ประกอบไปด้วย 1. Happy Body (สุขภาพดี) มีสุขภาพแข็งแรงทั้งกายและจิตใจ 2. Happy Heart (น้ำใจงาม) มีน้ำใจเอื้ออาทรต่อกันและกัน 3. Happy Society (สังคมดี) มีความรักสามัคคีเอื้อเฟื้อต่อชุมชนที่ตนทำงาน และพักอาศัย มีสังคมและสภาพแวดล้อมที่ดี 4. Happy Relax (ผ่อนคลาย) รู้จักผ่อนคลายต่อสิ่งต่างๆ ในการดำเนินชีวิต

5. Happy Brain (หาความรู้) มีการศึกษาหาความรู้พัฒนาตนเองตลอดเวลาจากแหล่งต่างๆ 6. Happy Soul (ทางสงบ) มีความศรัทธาในศาสนาและมีศีลธรรมในการดำเนินชีวิต 7. Happy Money (ปลอดหนี้) มีเงิน รู้จักเก็บรู้จักใช้ ไม่เป็นหนี้ ปลูกฝังนิสัยอดออม ประหยัด รู้จักวิธีใช้เงิน และ 8. Happy Family (ครอบครัวดี) มีครอบครัวที่อบอุ่นและมั่นคง ปลูกฝังนิสัยรักครอบครัว

คุณทวี กล่าวต่อว่าการได้รับรางวัลในครั้งนี้จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทได้ดีขึ้น โดยแสดงให้เห็นว่าบริษัทยังมีความมุ่งมั่นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานให้ดีขึ้นควบคู่ไปกับการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกัน การได้รับรางวัล 9 ปีต่อเนื่องจะเป็นสิ่งที่ช่วยการันตีในเรื่องแรงงานสัมพันธ์ที่ดีและถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกิจกรรมนี้ช่วยสร้างความเข้าใจภายในองค์กรและก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ร่วมกัน

“เรามองว่ารางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงานเป็นสิ่งที่ดีและเป็นรางวัลที่การันตีได้ว่าบริษัทมีความมุ่งในการพัฒนาและเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์ขึ้นภายในองค์กร รวมทั้งยังถือเป็นความรับผิดชอบขององค์กรที่จะต้องรักษามาตรฐานและมีการพัฒนาอยู่เสมอ

นอกจากนี้การดำเนินกิจกรรมด้านแรงงานสัมพันธ์นี้ ยังจะช่วยตอบแทนพนักงานให้ได้รับสิทธิประโยชน์ในสิ่งที่ควรจะได้รับ ซึ่งจะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงานในการทำงานมากขึ้น อีกทั้ง จะส่งผลดีต่อผลผลิตที่มีคุณภาพ และต่อเนื่องไปถึงการได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า โดยจะทำให้องค์กรจะมีการเติบโตอย่างยั่งยืน” คุณทวี กล่าว

คุณทวี กล่าวต่อถึงเป้าผลประกอบการในปี 2559 ว่า ในปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 5,800 ล้านบาท และในปีนี้มีการตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 6,100 ล้านบาท โดยบริษัทมีความเชื่อมั่นในมาตรการหรือนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจที่จะมีการลงทุนเพิ่มขึ้นด้วย รวมทั้งภาครัฐยังมีการส่งเสริมการใช้จ่ายของประชาชนผ่านมาตรการต่างๆ ทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อรถยนต์เพิ่มมากขึ้น และบริษัทจะมีการเติบโตควบคู่กับไปตลาดรถยนต์ด้วยเช่นกัน

สำหรับสิ่งที่อยากให้ภาครัฐเข้าสนับสนุน คือการส่งเสริมและพัฒนาในเรื่องของการบริหารจัดการระบบการศึกษาให้บุคลากรรุ่นใหม่มีขีดความสามารถและศักยภาพที่สูงขึ้น รวมทั้งผลิตปริมาณบุคลากรให้เพียงพอต่ออุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะต้องอาศัยคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและสามารถต่อยอดองค์ความรู้ที่มีอยู่ให้เพิ่มมากขึ้นได้ เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ทั้งคุณภาพของงานที่มากขึ้น นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งให้สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างเต็มที่

Well Hotel Bangkok Sukhumvit 20 พร้อมให้บริการเต็มรูปแบบ เม.ย.นี้

Well Hotel Bangkok Sukhumvit 20 ปลื้มกระแสตอบรับจากลูกค้าดี เตรียมเปิดให้บริการเต็มร้อยในเมษายนนี้ ชูจุดเด่นทำเลที่ตั้งเดินทางที่สะดวกสบายอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เจาะกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ มั่นใจธุรกิจสดใส รับอานิสงค์อุตฯ ท่องเที่ยวบูม

คุณดนัย วันสม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงแรมเวลล์โฮเท็ลแอนด์รีอร์ต และกรรมการผู้จัดการโรงแรมเวลล์กรุงเทพ สุขุมวิท 20 เปิดเผยว่า ด้วยประสบการณ์ในการบริหารโรงแรมแบรนด์ใหญ่ๆ มาอย่างยาวนาน ดังนั้นจึงมีวิสัยทัศน์ก่อตั้งกลุ่มโรงแรมเวลล์โฮเท็ลแอนด์รีอร์ตเพื่อดำเนินธุรกิจบริหารงานโรงแรมภายใต้แบรนด์ว่า “เวลล์ (Well)” ซึ่งมีความหมายที่ดีและตรงกับรูปแบบที่บริษัทต้องการนำเสนอให้กับลูกค้า

สำหรับโรงแรมแห่งแรกภายใต้การดำเนินการของกลุ่มโรงแรมเวลล์โฮเท็ลแอนด์รีอร์ตคือ “โรงแรมเวลล์กรุงเทพ สุขุมวิท 20 (Well Hotel Bangkok Sukhumvit 20)” ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา โดยได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังเปิดให้บริการไม่เต็มรูปแบบแต่มีลูกค้าเข้าพัก โดยจองผ่านช่องทางต่างๆ หรือเดินเข้ามาเช็คอิน (Walk In) อย่างต่อเนื่อง

โรงแรมเวลล์กรุงเทพ สุขุมวิท 20 ได้รับการออกแบบในสไตล์ “คลาสสิคทวิสต์” (Classic Twist) ซึ่งเป็นการนำเอาความเก่าและใหม่มาผสมผสาน โดยทางทีมสถาปนิกได้รับแรงบันดาลใจจากบ้านเรือนและอาคารเก่าในย่านสุขุมวิทที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบโพสต์โมเดิร์น (Post Modern) พร้อมเพิ่มกลิ่นอายของการตกแต่งแบบอาร์ตเดโค (Art Deco) ซึ่งแสดงออกถึงความหรูหรา มีสไตล์

ปัจจุบันมีห้องพักให้บริการจำนวน 235 ห้อง แบ่งเป็น 5 ประเภท คือ สุพีเรียร์ (Superior), สุพีเรียร์คอร์นเนอร์ (Superior Corner), ดีลักซ์ (Deluxe), เอ็กเซ็กคิวทิฟ (Executive) และเอ็กเซ็กคิวทิฟสวีท (Executive Suite) ซึ่งห้องพักทุกห้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น มินิบาร์,  ตู้เก็บของนิรภัย, สมาร์ททีวีจอ LED ขนาด 46 นิ้ว, อินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง (Wi-Fi) และสายเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (LAN) ภายในห้องพัก นอกจากนี้ ภายในห้องเอ็กเซ็กคิวทิฟสวีทยังมีไมโครเวฟและเครื่องพิมพ์ (Printer) ให้บริการอีกด้วย

ด้านจุดเด่นของโรงแรมเวลล์กรุงเทพสุขุมวิท 20 ประกอบด้วยทำเลที่ตั้งของตัวโรงแรมในซอยสุขุมวิท 20 การเดินทางที่สะดวกสบายอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ มีศูนย์การค้ามากมาย โรงพยาบาลระดับมาตรฐานสากล และศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศที่มีไลฟ์สไตล์ในการรักษ์สุขภาพ โดยมีการให้บริการทั้งในส่วนของฟิตเนส สปา สระว่ายน้ำกลางแจ้งระบบเกลือ และยิ่งไปกว่านั้นภายในห้องพักสำหรับห้องเอ็กเซ็กคิวทิฟและเอ็กเซ็กคิวทิฟสวีท จะมีจักรยานออกกำลังกายพร้อมเครื่องชั่งน้ำหนักให้บริการภายในห้องเพื่อความสะดวกสบายและเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย

“นอกจากการบริการในเรื่องของการออกกำลังเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพที่ดีแล้ว เรายังพร้อมให้บริการในเรื่องของอาหารที่ดูแลสุขภาพของลูกค้าด้วย ตามแนวคิดของเราที่ว่า “Eat Well Sleep Well” เพื่อสร้างบริษัทแข็งแกร่งและสร้างแบรนด์ให้มีความโดดเด่น มีคุณค่า รวมทั้งสร้างความแตกต่างของแบรนด์อย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกค้ารับรู้ได้ถึงเป้าหมายว่า เราเป็นแบรนด์โรงแรมไลฟไตล์ที่เน้นสุขภาพอย่างแท้จริง” คุณดนัย กล่าว

คุณดนัย กล่าวต่อว่า โรงแรมมีแผนจะเปิดบริการอย่างเป็นทางการ (Grand Opening) ในช่วงเดือนเมษายน 2559 (ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์) ส่วนการวางเป้าหมายการเติบโตในปีนี้จะต้องมีการพิจารณาอัตราการเข้าพักของลูกค้าในโรงแรมเขตกรุงเทพฯ ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักยังคงเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน นอร์เวย์ เดนมาร์ก สเปน ยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีตามลำดับ

ส่วนเป้าหมายรายได้ในปี 2559 คุณดนัยกล่าวว่า ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการประเมินและพิจารณาเป้ารายได้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มประเมินได้ในช่วงไตรมาสที่ 2/2559 เนื่องจากการเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา เป็นการให้บริการเพียงบางส่วนของโรงแรมเท่านั้น จึงทำให้ลูกค้าเข้าพักได้ไม่เต็มจำนวนห้องพัก

อย่างไรก็ตาม ในเดือนเมษายน 2559 ที่จะมีการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการจะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้การประเมินเป้ารายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ตนมั่นใจว่า ผลของการประเมินเป้ารายได้ในปีนี้จะไปในทิศทางที่ดีอย่างแน่นอน เนื่องจากการท่องเที่ยวในประเทศไทยมีการตอบรับดีจากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คุณดนัย กล่าวต่อถึงสิ่งที่อยากจะฝากถึงลูกค้าว่า ตนอยากจะฝากถึงลูกค้า 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรกคือ กลุ่มลูกค้าต่างชาติที่จะเข้ามาพักหรือเข้ามาใช้บริการของโรงแรม โดยลูกค้าจะได้รับการบริการที่ดีแบบไทย ซึ่งจะสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้บริการอย่างแน่นอน รวมถึงลูกค้าคนไทยที่เข้ามาพักอาศัยที่โรงแรมในกรุงเทพมหานคร ทางโรงแรมก็มีความพร้อมที่จะรองรับ ทั้งในส่วนของกิจกรรมเพื่อสุขภาพสำหรับคนไทย อาทิ สปา, ฟิตเนส และห้องอาหารที่ให้บริการอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นต้น

Page Visitor

015163985
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
42309
52723
447965
11437843
1531743
1988039
15163985
Your IP: 3.232.96.22
2021-01-23 18:20