×

Warning

JFolder: :files: Path is not a folder. Path: /home2/cp439355/public_html/bizfocusmagazine.com/images/Biz_Interview/2016/bfi_041/kawasaki/kawasaki

×

Notice

There was a problem rendering your image gallery. Please make sure that the folder you are using in the Simple Image Gallery plugin tags exists and contains valid image files. The plugin could not locate the folder: images/Biz_Interview/2016/bfi_041/kawasaki/kawasaki

Issue 041 Jun

Kawasaki Racing Day

Kawasaki Racing Day

คาวาซากิประกาศรุกตลาดเต็มพิกัด เดินแผนเสริมแกร่งแบรนด์ผ่านงานอีเว้นท์

คาวาซากิ บุกตลาดมอเตอร์ไซค์ผ่านการจัดกิจกรรมตลอดทั้งปีบวกตั้งเป้าขยายโชว์รูมทั่วประเทศพร้อมตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์คาวาซากิอย่างต่อเนื่อง

คุณบุญเลิศ วงษ์สุวรรณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ Kawasaki ในประเทศไทย เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ว่า คาวาซากิยังคงมุ่งมั่นในการทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มตลาดรถจักรยานยนต์ ขนาด 250 ซีซีและ 300 ซีซี ส่วนรถจักรยานยนต์รุ่น Z300 และ Z800 ยังคงดำเนินการตอกย้ำแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเรื่องของคุณลักษณะและความโดดเด่น ซึ่งที่ผ่านมารถจักรยานยนต์รุ่นดังกล่าวสามารถทำตลาดได้ดีและมียอดจองที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น

สำหรับการทำตลาดในแต่ละปีบริษัทจะใช้งบประมาณค่อนข้างมาก โดยผ่านการออกบูธงานต่างๆ การจัดงาน และกิจกรรมต่างๆ ซึ่งในปีนี้ บริษัทมีแผนในการจัดการแข่งขันรายการ KRRC (Kawasaki Road Racing Championship) เป็นต้น ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมาขับขี่อย่างสนุกสนานในสนามไทยแลนด์เซอร์กิต นครชัยศรี (Thailand Circuit, Nakornchaisri) ซึ่งจะจัดขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขันจักรยานยนต์ทุกรุ่นของคาวาซากิ รวมทั้งรถจักรยานยนต์บิ๊กไบท์ด้วย

ด้านกิจกรรมหรือการเข้าร่วมออกบูธในช่วงที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าร่วมโชว์รถจักรยานยนต์ในงาน “Rubbers Rebel Ground วัฒนธรรมอิสระแห่งการผจญภัย” ซึ่งจัดขึ้นโดย Rubbers Magazine เมื่อวันที่ 8–12 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา ณ ลุมพินีสแควร์ โดยเป็นกิจกรรมที่บริษัทได้เข้าร่วมออกบูธและพาเหรดโชว์รถจักรยานยนต์ อาทิ คาวาซากิ รุ่น Z800 เป็นต้น

ส่วนงาน คาวาซากิ ดิสคัฟเวอรี่ (Kawasaki Discovery) จะนำรถจักรยานยนต์ รุ่น เวอร์ซิส 650 (Versys 650) รุ่น เวอร์ซิส 1000 (Versys 1000) รุ่น KLX และ รุ่น ดี-แทรกเกอร์ (Kawasaki D-Tracker) ซึ่งจะมีการสรรหาสถานที่ท่องเที่ยวโดยใช้เส้นทางที่ไม่ใช่เส้นทางหลัก เพื่อเป็นการเปิดเส้นทางในการเดินทางใหม่ๆ ให้คนที่เข้าร่วมโครงการได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน บริษัทยังได้จัดกิจกรรมคาวาซากิ เรสซิ่งเดย์ (Kawasaki Racing Day) เป็นกิจกรรมมีทติ้งของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คาวาซากิและร่วมชมถ่ายทอดสดการแข่งขัน World Super Bike ซึ่งรถจักรยานยนต์คาวาซากิ รุ่น Ninja ZX-10R ที่ใช้ในการแข่งขัน และยังเป็นส่วนสำคัญในการช่วยส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ในตลาดไปพร้อมกันอีกด้วย

“การจัดงานคาวาซากิ ดิสคัฟเวอรี่ (Kawasaki Discovery) จะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆ โดยเดินทางผ่านเส้นทางที่ไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายและเป็นการเปิดเส้นทางใหม่ๆ ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ในการเดินทางให้กับผู้ที่ร่วมกิจกรรม ทั้งผ่านเส้นทางฝุ่น ทางเรียบ และทางเรียบบนทางฝุ่น

รวมทั้ง กิจกรรมคาวาซากิ เรสซิ่งเดย์ (Kawasaki Racing Day) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ลูกค้าของเราจะได้มาพบปะสังสรรค์และรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขัน World Super Bikeโดยการแข่งขันนี้ จะมีนักแข่งรถที่ใช้รถจักรยานยนต์คาวาซากิ รุ่น Ninja ZX-10R เป็นอันดับที่ 1 และ 2 ของรายการด้วย ทั้งนี้ ทั้ง 2 กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นในวันที่ 18-19 มิถุนายน 2559” คุณบุญเลิศ กล่าว

สำหรับกิจกรรมคาวาซากิ เรสซิ่งเดย์ (Kawasaki Racing Day) เป็นกิจกรรมที่จะจัดขึ้นตามร้านอาหารต่างๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมีกิจกรรมร่วมกันของลูกค้า โดยวันที่ 18 มิถุนายน 2559 ได้จัดกิจกรรมขึ้นที่โชว์รูมคาวาซากิ เรียล โมโตสปอร์ต สาขาแจ้งวัฒนะ (Kawasaki Real Motosports Chaeng Wattana) และวันที่ 19 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา จัดกิจกรรมขึ้นที่โชว์รูมโมเบียส ศรีนครินทร์ (Mobius Srinakarin) และโชว์รูมคาวาซากิ โมโตฮอลิค (Kawasaki Motoaholic)

Kawasaki Racing Day

นอกจากการจัดกิจกรรมหรือออกบูธแล้ว เพื่อตอกย้ำความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและความแข็งแกร่งของแบรนด์คาวาซากิ บริษัทได้ทำโฆษณาและประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ นิตยสาร และเฟสบุ๊คเป็นหลัก และไม่เน้นการโฆษณาผ่านโทรทัศน์มากนัก เนื่องจากคาวาซากิเป็นแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักของลูกค้าเป็นอย่างดี อีกทั้ง ในปีนี้ บริษัทมีแผนในการสร้างแอพพลิเคชั่น เพื่อรองรับการให้บริการที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถใช้งานได้ประมาณปลายปีนี้หรือช่วงต้นปี 2560

สำหรับกระแสตอบรับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบท์ ซึ่งบริษัทนับเป็นรายแรกที่ทำตลาดในประเทศไทย ในปัจจุบันถือว่าเป็นกระแสที่ดี มีการเติบโตเพิ่มมากขึ้น และมีแบรนด์อื่นๆ ที่เข้าเปิดตลาดในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ตนอยากฝากถึงผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบท์ให้ใช้งานอย่างระมัดระวังและหากผู้ขับขี่ที่ยังไม่มีทักษะ ทางคาวาซากิมีครูฝึกที่จะช่วยสอนการขับขี่อย่างปลอดภัยให้บริการ โดยสามารถติดต่อกับทางคาวาซากิโดยตรงหรือผ่านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อที่จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

Kawasaki Racing Day

คุณบุญเลิศ กล่าวต่อถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์คาวาซากิว่า สำหรับรถจักรยานยนต์แบรนด์คาวาซากิ มีความแข็งแกร่งในเรื่องของประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ รวมทั้งรถจักรยานยนต์คาวาซากิ แซด ซีรี่ (Kawasaki Z Series) ทุกรุ่นมีการออกแบบที่มีความโฉบเฉี่ยว สามารถตอบสนองต่อความต้องการและไลฟ์สไตล์ความชื่นชอบของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ บริษัทยังมีความแข็งแกร่งในเรื่องของตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ที่มีการพัฒนาและจะขยายสาขาใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้คาดว่าจะเปิดเพิ่มอีกประมาณ 14 โชว์รูมทั่วประเทศ จากปัจจุบันที่มีตัวแทนจำหน่ายที่เปิดให้บริการทั้งหมดประมาณ 31 โชว์รูมทั่วประเทศ  ซึ่งมีบางส่วนได้เปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อาทิ สาขาบางใหญ่ ออโต้และสาขาวัชรพล เป็นต้น

{gallery}Biz_Interview/2016/bfi_041/kawasaki/kawasaki{/gallery}

อย่างไรก็ตาม จำนวนตัวแทนจำหน่ายที่จะเปิดให้บริการในปีนี้ที่จะเปิดให้บริการครบตามจำนวนที่ได้มีการตั้งเป้าไว้หรือไม่ จะต้องพิจารณาจากระยะเวลาในการออกแบบโชว์รูมและการก่อสร้างประกอบด้วย ทั้งนี้ หากการดำเนินการก่อสร้างและเปิดสาขาใหม่เป็นไปตามแผนที่ได้มีการตั้งเป้าไว้ จะทำให้บริษัทมีตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด 45 โชว์รูมทั่วประเทศ

อนึ่ง บริษัท คาวาซากิ มอเตอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2540 ปัจจุบันดำเนินธุรกิจครบรอบ 19 ปีแห่งความสำเร็จ โดยมีสำนักงานใหญ่และโรงงานผลิต (Rayong Factory) ตั้งอยู่ที่เขตประกอบการอุตสาหกรรม จี.เค.แลนด์ ตำบลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง และสำนักงานเพชรพระราม ตั้งอยู่ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

“บ๊าวซ์ อิงค์” ทุ่มงบ 300 ลบ. รุกธุรกิจสปอร์ตเทนเมนต์

บ๊าวซ์ อิงค์ เทงบพันล้าน ลุยธุรกิจสปอร์ตเทนเมนต์ เปิด “แทรมโพลีน อารีน่า” ประเดิมเปิดสาขาแรกที่เดอะ สตรีท รัชดา ด้วยงบลงทุน 300 ลบ. คาด 3-5 ปีสามารถคืนทุนได้

“บ๊าวซ์ อิงค์” ทุ่มงบ 300 ลบ. รุกธุรกิจสปอร์ตเทนเมนต์

คุณสมพร นาคซื่อตรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ๊าวซ์ อิงค์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารสปอร์ตเทนเมนต์และแทรมโพลีน อารีน่า แบรนด์บ๊าวซ์ อิงค์ (BOUNCinc) จากประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า บริษัทได้ทุ่มงบ 300 ลบ. เปิดตัวแทรมโพลีน อารีน่า แบรนด์บ๊าวซ์ อิงค์ (BOUNCinc) สาขาเดอะ สตรีท รัชดา สาขาแรกในประเทศไทยและเป็นแทรมโพลีน อารีน่าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยจะเป็นสปอร์ตเทนเมนต์ (Sportainment) ที่ลูกค้าจะได้รับความสนุกสนาน สุขภาพที่ และมีความปลอดภัย

“บ๊าวซ์ อิงค์” ทุ่มงบ 300 ลบ. รุกธุรกิจสปอร์ตเทนเมนต์

“เราได้ดำเนินการเปิดให้บริการ แทรมโพลีน อารีน่า แบรนด์บ๊าวซ์ อิงค์ (BOUNCinc) สาขาเดอะ สตรีท รัชดา เมื่อเดือนธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา และตลอดระยะเวลาที่เปิดให้บริการยังคงได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าที่เข้าใช้บริการเป็นอย่างดีและยังคงมีลูกค้าใหม่เข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีแทรมโพลีน อารีน่าที่เปิดให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบเหมือนที่นี่ ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-5 ปีในการคืนทุน ซึ่งระยะเวลาการคืนทุนจะขึ้นอยู่กับจำนวนลูกค้าที่มาเข้าใช้บริการ

อย่างไรก็ตาม หากกระแสตอบรับจากลูกค้าดีอย่างต่อเนื่อง และสาขาเดอะ สตรีท รัชดาไม่สามารถรองรับจำนวนลูกค้าที่เข้าใช้บริการได้เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งภายใน 2 ปี เราก็พร้อมที่จะขยายสาขาเพิ่มอีกจำนวน 4 สาขาในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนการขยายสาขาในต่างจังหวัดเรามีความพร้อมแต่จะต้องมีการพิจารณาในเรื่องของพื้นที่และที่ตั้งของสาขาต่อไป” คุณสมพร กล่าว

แทรมโพลีน อารีน่า แบรนด์บ๊าวซ์ อิงค์ (BOUNCinc) สาขาเดอะ สตรีท รัชดา ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าเดอะ สตรีท รัชดา บนพื้นที่ 5,600 ตารางเมตร โดยภายในประกอบด้วย แทรมโพลีนกว่า 105 ผืน เจาะกลุ่มลูกค้าตั้งแต่อายุ 3 ปีขึ้นไป รวมถึงกลุ่มคนทั่วไป วัยรุ่น วัยทำงาน นักกีฬาที่ต้องการฝึกการทรงตัว นักกีฬาเชียร์ลีดเดอร์ที่ต้องการกระโดดหรือการทรงตัวต่างๆ

“บ๊าวซ์ อิงค์” ทุ่มงบ 300 ลบ. รุกธุรกิจสปอร์ตเทนเมนต์

โดยจะจัดระยะเวลาในการเข้าใช้บริการ 1 คน/รอบ/ชั่วโมง และสามารถรองรับลูกค้าที่จะเข้าใช้บริการได้สูงสุดประมาณ 240 คน/รอบ/ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีบริการการจองรอบผ่าน Call Center อีกด้วยและยังมีเจ้าหน้าที่ประจำในแต่ละจุด เพื่อคอยให้บริการทั้งคำแนะนำต่างๆ และดูแลความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา

นอกจากนี้ ภายในพื้นที่แทรมโพลีน อารีน่า ยังรองรับการจัดกิจกรรมและการสันทนาการอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ คลิปแอนด์ไคลมบ์ (Clip 'n Climb) จากประเทศนิวซีแลนด์ โดยเป็นด่านความสูง 3 มิติทรงเรขาคณิต ซึ่งจะสร้างความท้าทายให้กับผู้เข้าใช้บริการด้วยความสูงถึง 8.6 เมตร จำนวน 24 ฐานที่เต็มไปด้วยสีสันและความปลอดภัย สามารถเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่,

รวมทั้งห้องสำหรับจัดปาร์ตี้และงานจัดเลี้ยงถึง 8 ห้อง รองรับได้ตั้งแต่ 10-80 คน ซึ่งสามารถทำการจองห้องจัดเลี้ยงล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ เพียงแจ้งจำนวนผู้มาเข้าร่วมงานและมีแพคเกจให้เลือกมากมาย อีกทั้ง ยังมีร้านอาหาร เซาท์ เทอร์ตี้เอจท์ (South 38) ไว้ให้บริการอีกด้วย ทั้งนี้ บ๊าวซ์ อิงค์ (BOUNCinc) ทุกสาขาไม่จำหน่ายและไม่บริการเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ จึงนับเป็นสถานที่สีขาว ที่ให้บุตรหลานมาสนุกได้อย่างไร้กังวล

“บ๊าวซ์ อิงค์” ทุ่มงบ 300 ลบ. รุกธุรกิจสปอร์ตเทนเมนต์

คุณสมพร กล่าวถึงจุดเด่นของแทรมโพลีน อารีน่า แบรนด์บ๊าวซ์ อิงค์ (BOUNCinc) สาขาเดอะ สตรีท รัชดาว่า เป็นสถานที่ที่รองรับการให้บริการลูกค้าทุกเพศทุกวัยได้เป็นอย่างดี มีอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้มาตรฐานในระดับสากล และเจ้าหน้าที่ยังได้ผ่านการฝึกอบรมในเรื่องการปฐมพยาบาลจากประเทศออสเตรเลีย จึงสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับความปลอดภัยในระหว่างการใช้บริการ อีกทั้งสาขาดังกล่าวสามารถเดินทางมาใช้บริการได้อย่างสะดวก โดยตั้งอยู่ใกล้กับ MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

สำหรับแบรนด์บ๊าวซ์ อิงค์ (BOUNCinc) เป็นแบรนด์จากประเทศออสเตรเลียที่มีถึง 7 สาขาในประเทศ และมี 5 สาขาในประเทศต่างๆ ที่เปิดตัวไปแล้ว อย่างเช่น ประเทศแอฟริกาใต้, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เกาะฮ่องกง, โปรตุเกส และประเทศไทย อีกทั้งยังมีสาขาที่จะมีการเปิดเพิ่มในอีก 2 ประเทศ คือ สิงคโปร์และสวีเดน คาดว่าจะมีการเปิดตัวภายในปี 2559 นี้ 

“ฟูจิลอย” รับ BOI หนุนเร่งขยายธุรกิจ

“ฟูจิลอย” รับ BOI หนุนเร่งขยายธุรกิจ

ฟูจิลอย รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI เดินหน้าขยายการลงทุนการผลิต พร้อมติดตั้งเครื่องจักรใหม่ ตอบรับความต้องการของลูกค้าเต็มร้อย มูลค่าโครงการกว่า 45 ลบ.

Mr.Nobuhisa Watake กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิลอย (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือบริษัทฟูจิดาย (Fuji Die Co., Ltd.) ผู้ผลิตแม่พิมพ์คาร์ไบด์ที่ต้านทานการสึกหรอและมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า บริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ในโครงการขยายการลงทุนการผลิตและติดตั้งเครื่องจักรใหม่ มูลค่าการลงทุน 45,200,000 บาท เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จังหวัดชลบุรี

โดยสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจาก BOI ได้แก่ 1. ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 6 ปี  2. ได้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวที่เป็นช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการเข้ามาในประเทศ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับคนไทย และเพื่ออำนวยความสะดวกให้โครงการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่น  3. ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักร และ  4. ได้รับยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็น สำหรับส่วนที่ผลิตเพื่อการส่งออก

“โครงการที่ได้ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตชิ้นส่วนแม่พิมพ์รูปแบบใหม่ที่ไม่เคยผลิตมาก่อนในประเทศไทย แต่เป็นงานผลิตที่บริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นได้ดำเนินการอยู่แล้วกว่า 20 ปี ซึ่งมีเทคนิคที่ค่อนข้างยาก ดังนั้นบริษัทได้นำชาวญี่ปุ่นจากบริษัทแม่เข้ามาทำงานที่นี่ เพื่อสอนและร่วมทำงานกับคนไทย รวมทั้งบริษัทได้นำเข้าเครื่องจักรใหม่ทั้งหมดจากประเทศญี่ปุ่น โดยติดตั้งในเดือนมีนาคม หลังจากนั้นจะทำการทดสอบเครื่องจักรในเดือนในเมษายน-พฤษภาคม และพร้อมเดินไลน์การผลิตจริงในเดือนมิถุนายน โดยการขยายการผลิตในครั้งนี้จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 6,000 ชิ้นงานต่อปี” Mr.Nobuhisa Watake กล่าว

ด้านจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ บริษัทได้ผลิตสินค้าที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนานสามารถทนทานและต้านการสึกหรอได้เป็นอย่างดี โดยวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตจะเป็นซีเมนต์คาร์ไบด์ที่บริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ผลิตเอง ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมผู้ผลิตแม่พิมพ์คาร์ไบด์ที่ต้านทานการสึกหรอเป็นอันดับที่ 1 ในประเทศ รวมทั้งบริษัทยังได้ใช้กรรมวิธีในการผลิตเช่นเดียวกัน จึงทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าสินค้าของบริษัทมีคุณภาพและมาตรฐานเดียวกันกับสินค้าที่ผลิตจากบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

“ฟูจิลอย” รับ BOI หนุนเร่งขยายธุรกิจ

ด้านวิสัยทัศน์การลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากในประเทศญี่ปุ่นมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์การผลิตสูง ดังนั้นบริษัทแม่จึงตระหนักถึงการลดต้นทุนการผลิต และมีนโยบายมาลงทุนในประเทศไทย ประกอบกับลูกค้าที่เป็นบริษัทญี่ปุ่นได้มีการลงทุนอยู่ในประเทศไทยมานานแล้ว โดยมีความต้องการให้ฟูจิลอย เข้ามามีฐานการผลิตในเมืองไทยด้วย และในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะขยายการลงทุนและขยายการผลิตในชิ้นงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีก แต่จะต้องขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้าด้วย

“ฟูจิลอย” รับ BOI หนุนเร่งขยายธุรกิจ

Mr.Nobuhisa Watake กล่าวปิดท้ายถึงการทำกิจกรรม CSR ว่าบริษัทได้ตระหนักและให้ความสำคัญเสมอมา โดยในทุกปีๆ บริษัทและพนักงานทุกคนได้ร่วมกันบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อไปมอบให้กับวัด รวมทั้งได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกชมรม CSR กับนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ซึ่งได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเป็นการคืนกำไรสู่สังคม เช่น จัดกิจกรรมปลูกป่า และจัดกิจกรรมวันเด็ก เป็นต้น

Page Visitor

015165109
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
43433
52723
449089
11437843
1532867
1988039
15165109
Your IP: 3.232.96.22
2021-01-23 18:53