TOG เปิดแผนธุรกิจ 5 ปี

TOG เปิดแผนธุรกิจ 5 ปี

TOG วางงบลงทุน 800 ลบ. เดินแผนการดำเนินงาน 5 ปี หนุนขยายกำลังการผลิตเลนส์สายตาเฉพาะบุคคล ล่าสุดติดตั้งเครื่องจักรระบบ Automation มูลค่า 400 ลบ. คาดจะแล้วเสร็จและเริ่มเดินเครื่องได้เดือนพฤษภาคม ปี 60

คุณธรณ์ ประจักษ์ธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG ผู้ผลิตและจำหน่ายเลนส์สายตาพลาสติกรายใหญ่ของประเทศไทย และผู้ผลิตเลนส์อิสระในระดับสากล เปิดเผย ว่า บริษัทได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มของยอดขายเลนส์กลุ่มพรีเมียม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เลนส์ที่ผลิตเฉพาะบุคคลมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ดังนั้น บริษัทเตรียมใช้งบประมาณจำนวน 800 ล้านบาท สำหรับแผนการดำเนินงาน 5 ปีในการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 เฟส

ล่าสุด บริษัทได้ขยายกำลังการผลิตสำหรับเลนส์เฉพาะบุคคลหรือเลนส์สั่งฝนพิเศษในเฟสแรก ด้วยการติดตั้งเครื่องจักรระบบ Automation ซึ่งมีมูลค่าลงทุน 400 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเป็นค่าดำเนินการปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงงาน เพื่อรองรับการติดตั้งเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต 80 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นค่าเครื่องจักร 320 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทได้นำเข้าเครื่องจักรใหม่จากประเทศเยอรมนีเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการดำเนินการติดตั้งและทดสอบเครื่องจักรในระบบการผลิต คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการผลิตอย่างเป็นทางการได้ในเดือนพฤษภาคม 2560

โดยการดำเนินการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแรงงานคน ให้มีความแม่นยำและป้องการเกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานฝีมือและแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญได้เป็นอย่างดี อีกทั้ง สายการผลิตใหม่นี้จะช่วยยกระดับการให้บริการที่เฉพาะเจาะจงแก่ลูกค้า ซึ่งนับเป็นการเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่ และเพิ่มฐานรายได้จากการผลิตที่ต่อเนื่องได้อีกด้วย

“ปัจจุบันธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิตเลนส์แว่นสายตามีการแข่งขันที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งฐานการผลิตเลนส์ในแถปทวีปเอเชียที่มีการส่งออกไปยังร้านค้าปลีกในแถบทวีปยุโรป ซึ่งลูกค้าปลายทางในต่างประเทศและผู้ผลิตที่อยู่ในประเทศไทยมีวันหยุดที่ไม่สอดคล้องกัน จึงส่งผลให้เกิดปัญหาในด้านการผลิตสินค้าที่ไม่เพียงพอ เมื่อได้รับยอดการสั่งซื้อเร่งด่วนจากลูกค้าในต่างประเทศ

เราจึงมีแนวคิดที่จะลดการพึ่งพาแรงงานคน และเปลี่ยนมาใช้เครื่องจักรผลิตระบบอัตโนมัติเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้ทันที เมื่อลูกค้ามีความต้องการสั่งซื้อสินค้าอย่างเร่งด่วน การดำเนินการดังกล่าวจะสามารถผลิตเลนส์สายตาเฉพาะบุคคลได้เป็น 3,600 ชิ้นต่อวัน หรือ 1.1 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งจะรองรับการสั่งซื้อของลูกค้า 1,800 คนต่อวัน” คุณธรณ์ กล่าว

คุณธรณ์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่การดำเนินการในเฟสแรกสามารถเดินเครื่องจักรได้อย่างเต็มกำลัง และก่อให้เกิดรายได้ที่สร้างการเติบโตให้บริษัทอย่างมั่นคง บริษัทจะดำเนินการในเฟสสองเป็นลำดับต่อไป โดยจะใช้งบประมาณในการดำเนินการอีก 400 ล้านบาทในอีก 3-4 ปี เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตจากเฟสแรกอีกเท่าตัว

นอกเหนือจากแผนการขยายกำลังการผลิตเลนส์เฉพาะบุคคลหรือเลนส์สั่งฝนพิเศษ แล้วบริษัทยังได้วางแผนขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้เลนส์ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทได้ยกระดับแบรนด์เลนส์สายตาของ “TOG” และมีการจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์เลนส์สายตาใหม่ โดยแบ่งเป็น 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ภายใต้เครื่องหมายการค้า  ONE, DISCOVERY, FREEDOM, MAXIMA, SHADE และ ZAPHIRE จากเดิมที่มี ExceliteTM  เพียงแบรนด์เดียว เพื่อให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ และง่ายต่อการจดจำของผู้บริโภค

โดยยังคงใช้ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านผู้แทนจำหน่าย (Dealer) คือ บริษัท นำศิลปไทย จำกัด  และวางจำหน่ายสินค้าในร้านหอแว่นมากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังวางแผนส่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง 6 กลุ่มดังกล่าว บุกตลาดในกลุ่มประเทศ AEC ในปี 2560 อีกด้วย อาทิ มาเลเซีย และสิงคโปร์ เป็นต้น

ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากตลาดในประเทศ 5% และอีก 95% จะเป็นตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหลัก คือ กลุ่มประเทศในทวีปยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อเมริกา และเอเชียแปซิฟิค ส่วนตลาดในกลุ่ม AEC จะเป็นตลาดในประเทศเวียดนามที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงที่สุด  อย่างไรก็ตามบริษัทมีแผนที่จะปรับสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศในกลุ่มประเทศต่างๆ ให้มีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันเพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง จากสภาวะผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย

สำหรับปี 2560 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 7% โดยคาดว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากการดำเนินการลงทุน ขยายกำลังการผลิตเลนส์สายตาเฉพาะบุคคล และจะได้รับผลประโยชน์จากการส่งกลุ่มผลิตภัณฑ์เลนส์สายตาใหม่เข้าไปรุกตลาดในกลุ่มประเทศ AEC

ส่วนภาพรวมของธุรกิจที่ดำเนินการ ตนมองว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะในปัจจุบันประชากรโลกกำลังเข้าสู่วัยผู้สูงอายุเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องใช้แว่นตาในการอ่านหนังสือ รวมทั้ง กลุ่มวัยรุ่นจะมีสุขภาพสายตาเสื่อมถอยลงเร็วขึ้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการใช้งานสมาร์ทโฟนมากเกินไป

ด้านจุดเด่นของบริษัท บริษัทได้ให้ความสำคัญในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพออกสู่ตลาด เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปีบริษัทจะจัดให้มีงบประมาณสำหรับการทำวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ อีกทั้ง บริษัทยังมีทีมวิจัยและพัฒนาที่มีความเชี่ยวชาญในการคิดค้นนวัตกรรม เพื่อออกแบบเลนส์สำหรับประกอบแว่นสายตามาอย่างยาวนาน

นอกจากนี้ ล่าสุด บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์เลนส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผ่านการร่วมมือกับ บริษัท มิตซุย เคมิคอล ของประเทศญี่ปุ่น ในการผลิตเลนส์สายตาที่ใช้วัตถุดิบจากปาล์มน้ำมัน ซึ่งสามารถช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในกระบวนการผลิตได้ถึง 326 กิโลกรัม ต่อการผลิตเรซิน 100 กิโลกรัม เมื่อเปรียบเทียบกับกระบวนการผลิตเลนส์พลาสติกที่ใช้ปิโตรเคมีเป็นวัตถุดิบ  โดยไทยถือเป็นประเทศแรกในเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) ที่ได้ทำการวิจัยพัฒนาเลนส์ชีวภาพชนิดนี้และเตรียมนำออกสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ในปลายปี 2559

คุณธรณ์ กล่าวปิดท้ายถึงสิ่งที่อยากจะฝากถึงลูกค้าว่า บริษัทมีเทคโนโลยีที่หลากหลายและมีศักยภาพทัดเทียมกับบริษัทชั้นนำ ที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในต่างประเทศ ดังนั้น จึงอยากให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตเลนส์ถนอมสายตา ที่มีพื้นฐานและองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นภายในองค์กรอย่างแท้จริง และบริษัทยังมีความพร้อมที่นำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการดำเนินธุรกิจของลูกค้า ในราคาที่มีความเหมาะสมและคุ้มค่าต่อการใช้งานได้อีกด้วย

อนึ่ง บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TOG ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2534 ปัจจุบัน มีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 475 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายเลนส์สายตารายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย และผู้นำในฐานะผู้ผลิตเลนส์อิสระในระดับสากล โดย TOG เป็นบริษัทแห่งแรกของไทยที่ดำเนินธุรกิจการผลิตเลนส์สายตา เพื่อจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ค้าส่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยผลิตตามคำสั่งซื้อภายใต้เครื่องหมายการค้าของลูกค้า (Original Equipment Manufacturer หรือ OEM) นอกจากนี้ บริษัทยังจำหน่ายเลนส์สายตาภายใต้เครื่องหมายการค้า “ExceliteTM”

ทั้งนี้ บริษัทประกอบธุรกิจในผลิตภัณฑ์และบริการ 4 ประเภท ได้แก่ เลนส์สายตาพลาสติก (Organic Lens) เลนส์สายตากระจก (Mineral Lens) เลนส์เฉพาะบุคคลหรือเลนส์สั่งฝนพิเศษ และบริการอื่นๆ ได้แก่ บริการตัดประกอบ (Glazing) ที่ใช้ในกระบวนการผลิต เลนส์สายตาพลาสติกการให้บริการเคลือบเคมีผิวแข็ง เคลือบเคมีตัดแสงสะท้อน บริการตัดประกอบเลนส์เข้ากรอบแว่น รวมไปถึงสินค้าซื้อมาเพื่อจำหน่ายต่อ เป็นต้น

Page Visitor

011322827
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
15214
52165
170384
8039087
1204622
1507065
11322827
Your IP: 3.238.184.78
2020-11-25 06:44