×

Warning

JFolder: :files: Path is not a folder. Path: /home2/cp439355/public_html/bizfocusmagazine.com/images/Biz_Interview/2014/bfi_023/jps/photo

×

Notice

There was a problem rendering your image gallery. Please make sure that the folder you are using in the Simple Image Gallery plugin tags exists and contains valid image files. The plugin could not locate the folder: images/Biz_Interview/2014/bfi_023/jps/photo

“เจ. เอส. พี. พร็อพเพอร์ตี้” โชว์ 3 เมกะโปรเจค / Issue 023, December 2014

“เจ. เอส. พี. พร็อพเพอร์ตี้” โชว์ 3 เมกะโปรเจค

เจ. เอส. พี. พร็อพเพอร์ตี้ ตอกย้ำผู้นำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์แนวราบและที่อยู่อาศัย ชู 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวมเฉียด 1.5 หมื่นลบ. คาดรายได้ปีนี้ 2.6 พันลบ. ตั้งเป้าปีหน้าเติบโตเพิ่ม 100% เตรียมพัฒนาโครงการสำเพ็ง 2 เฟส 5 Q2 ปีหน้า

คุณทนงศักดิ์ มโนธรรมรักษา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจ. เอส. พี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 3 โครงการซึ่งประกอบด้วย

     1. โครงการอาคารพาณิชย์และพื้นที่ให้เช่าภายใต้โครงการสำเพ็ง 2 มูลค่าโครงการ 7,500 ล้านบาท ซึ่งได้เปิดตัวเมื่อปี 2555 และก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อไตรมาส 4 ปี 2556  ปัจจุบันเฟส 1 และ 2 มียอดโอนกรรมสิทธิ์กว่า 90% และคาดว่าภายในช่วงต้นปี 2558 จะสามารถทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้กับผู้เช่าได้ทั้งหมด

ส่วนเฟส 3 และ 4 คาดว่าจะเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้กับผู้เช่าได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 และจะสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้กับผู้เช่าได้หมดในช่วงปลายปี 2558 ปัจจุบันทั้ง 2 เฟสมียอดขาย 3,700 ล้านบาท พร้อมทั้งคาดว่าจะสามารถปิดการขายพื้นที่ได้ทั้งหมดในช่วงปลายปี 2558 เช่นกัน

นอกจากนี้ ล่าสุดเมื่อวันที่ 22-23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวโครงการสำเพ็ง 2 ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 20 ไร่ โดยเป็นคอนโดมิเนียม สูง 25 ชั้น จำนวน 1 อาคาร และสูง 16 ชั้น จำนวน 6 อาคาร มีทั้งหมด 2,787 ยูนิต ปัจจุบันมียอดขายแล้วประมาณ 470 ยูนิต หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 753 ล้านบาท

     2. โครงการไมอามี่ ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมจำนวน  5,010 ยูนิต ตั้งอยู่บนพื้นที่ 120 ไร่มูลค่าโครงการกว่า 5,500 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขออนุญาตจาก EIA คาดว่าจะได้รับการอนุมัติและสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในเดือนมกราคม 2558 โดยโครงการนี้ ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ล่าสุดมียอดขายแล้วกว่า 40% หรือประมาณ 2,200 ล้านบาท และมีแผนเริ่มทยอยโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าได้ในช่วงไตรมาส 4/2558

“จุดเด่นโครงการนี้คือทำเลที่มีศักยภาพ ซึ่งอยู่บนถนนสุขุมวิท จังหวัดสมุทรปราการ ด้านหน้าโครงการติดแนวรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ส่วนต่อขยายแบริ่ง-สมุทราปราการ-บางปู) ส่วนด้านหลังโครงการติดทะเล ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมแห่งแรกในประเทศไทยที่ติดทะเล อยู่ใกล้กรุงเทพฯ และมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านด้วย” คุณทนงศักดิ์ กล่าว

{gallery}Biz_Interview/2014/bfi_023/jps/photo{/gallery}

สำหรับโครงการที่ 3 คือ โครงการทิวลิป สแควร์ ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมหรูสไตล์ยุโรปแห่งแรกในย่านอ้อมน้อย มีทั้งหมด 1,030 ยูนิต และอาคารพาณิชย์ จำนวน 95 ยูนิต รวมทั้ง คอมมูนิตี้มอลล์  โดยตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 35 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 1,800 ล้านบาท ปัจจุบันโครงการนี้ได้ผ่านการอนุมัติจาก EIA เรียบร้อยแล้วและอยู่ระหว่างการก่อสร้าง  และมียอดขายแล้วกว่า 40% หรือประมาณ 800 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าได้ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2558

คุณทนงศักดิ์ กล่าวถึงเป้าผลประกอบการในปีนี้ว่า คาดว่าตัวเลขจะจบที่ประมาณ 2,600 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีความมั่นใจว่ามีความเป็นไปได้อย่างแน่นอน เนื่องจากผลการดำเนินงานในช่วง 11 เดือนของปีนี้มีรายได้ 2,300 ล้านบาท โดยเป็นรายได้ที่รับรู้จากโครงการสำเพ็ง 2 เฟส 1-2 ส่วนในปี 2558 คาดว่าจะสามารถเติบโตเพิ่มจากปี 2557 เท่าตัวหรือ 100% 

ด้านแผนการลงทุนในปี 2558 บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาโครงการสำเพ็ง 2 เฟส 5 บนพื้นที่ 40 ไร่ ในรูปแบบคอนโดมิเนียมและอาคารแนวราบเชิงพาณิชย์ มูลค่าโครงการ 1,700 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างประมาณไตรมาส 2 ปีหน้า นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะพัฒนาโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาทำเลที่ตั้ง และจะดำเนินการพัฒนาโครงการตามคอนเซ็ปต์คอมเมอร์เชียลโลว์ไรส์เช่นเดิม

Page Visitor

011296023
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
40575
49016
143580
8039087
1177818
1507065
11296023
Your IP: 3.216.79.60
2020-11-24 18:43