รพ.สงฆ์เดินหน้าบูรณาการด้านบริการอย่างเต็มศักยภาพ / Issue 042, November 2013

รพ.สงฆ์เดินหน้าบูรณาการด้านบริการอย่างเต็มศักยภาพ

โรงพยาบาลสงฆ์เดินแผนพัฒนาด้านการบริการอย่างเต็มรูปแบบ มุ่งทำวิจัยด้านอาหารเพื่อให้พระสงฆ์ปฏิบัติได้จริงและได้รับประโยชน์สูงสุด พร้อมเตรียมรับ AEC เล็งช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านที่ขาดแคลนเทคโนโลยีทางการแพทย์

นพ.วีรวุฒิ  อิ่มสำราญ   ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ เปิดเผยเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานของโรงพยาบาลว่าปัจจุบันพระสงฆ์จะขาดการดูแลในเรื่องการออกกำลังกาย สารอาหารต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่นำมาสู่โรคเรื้อรังต่างๆ หลายอย่าง โดยที่ผ่านมาโรงพยาบาลพยายามให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพเป็นระยะๆ แต่จะพบปัญหาคือไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ดังนั้นจึงต้องหาแนวทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

โดยจะต้องมีการวิจัยเชิงระบบซึ่งจะร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเจรจาเพื่อขอความร่วมมือเพื่อทำวิจัยในเรื่องสุขภาพของพระสงฆ์  โดยจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาเถรสมาคม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เพื่อกำหนดให้มีในพระวินัยของสงฆ์เพื่อให้ท่านปฏิบัติได้จริง ซึ่งจะต้องมีการวิจัยมารองรับก่อนจึงจะดำเนินการได้ สำหรับตัวอย่างการทำวิจัยอาจจะเลือกวัดต้นแบบมา 1  วัด ที่มีความพร้อมทั้งด้านการปกครองและพระสงฆ์เพื่อให้ความร่วมมือกับทางโรงพยาบาล

“แผนเบื้องต้นที่จะดำเนินการคือเมื่อพระสงฆ์ท่านไปบิณฑบาตมาแล้วนำอาหารมารวมกันแล้วก็ฉันแบบนั้นเลย ซึ่งส่งผลให้พระสงฆ์บางรูปที่เป็นโรคไม่สามารถเลือกฉันอาหารได้ เราจะจัดให้มีแกนนำพระในเรื่องของสุขภาพที่ทราบว่าพระสงฆ์รูปไหนเป็นโรคอะไร โดยจะจัดอาหารที่มีความเหมาะสมกับท่าน ดังนั้นจึงต้องมีงานวิจัยเพื่อมารองรับเพื่อให้พระสงฆ์ปฏิบัติได้จริงอย่างเป็นรูปธรรมและเพื่อเป็นตัวอย่างให้ดำเนินตามในเรื่องสุขภาพ” นพ.วีรวุฒิกล่าว  

โดยคาดว่าจะดำเนินการทำวิจัยในงบประมาณของปีนี้ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2556 สำหรับการทำวิจัยจะต้องดำเนินการหาผู้ที่จะมาเข้าร่วมการจัดทำวิจัย  รูปแบบการทำวิจัย  แต่เบื้องต้นโรงพยาบาลมีโครงการที่เป็นฐานข้อมูลไว้แล้ว อาทิ เรื่องฐานข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ระดับชาติ  จำนวนพระสงฆ์ เป็นต้น

นพ.วีรวุฒิกล่าวต่อถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558  ว่าจะเน้นให้บริการพระสงฆ์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคอาเซียน อาทิ  ลาว  พม่า กัมพูชา ภูฏาน เป็นต้น  โดยที่ผ่านมาจะมีพระสงฆ์เข้ามารับการรักษากับโรงพยาบาลอยู่แล้ว แต่เมื่อ AEC เข้ามาคงต้องทำให้เป็นระบบมากขึ้นในเรื่องการเบิกจ่ายต่างๆ รวมทั้งจะนำเงินจากที่ได้รับการบริจาคไปสนับสนุนในส่วนที่ขาด เช่น  ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ต่างๆ  ค่าอุปกรณ์ เป็นต้น

“ ที่ผ่านมาเราจะดูแลพระสงฆ์ที่มาจากต่างประเทศที่เข้ามารับการรักษา โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่ปัจจุบันจะให้วัดที่เป็นผู้ดูแลเป็นเจ้าภาพในการที่เชิญมาเป็นคนดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายเนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงมากและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ดังนั้นจึงต้องมีระบบมากขึ้น เมื่อเข้าสู่  AEC จึงต้องเข้าไปดูแลในส่วนนี้ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยอาจจะเป็นการติดต่อระหว่างสำนักพระพุทธศาสนาระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ในกรณีที่มีพระสงฆ์เดินทางเข้ามารักษาอาการการเจ็บป่วยว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรบ้างและจะเป็นรูปแบบไหน” นพ.วีรวุฒิกล่าว

ส่วนด้านอื่นๆ  จะเป็นงานเชิงรุก โดยโรงพยาบาลจะเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านที่ยังขาดในเรื่องเทคโนโลยีทางการแพทย์และการรักษาพยาบาลดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ โดยเฉพาะประเทศที่มีพระสงฆ์จำนวนมาก เช่น พม่า ลาว กัมพูชา เนื่องจากประเทศเหล่านี้ยังขาดการดูแลรักษาพระสงฆ์อย่างเป็นระบบ ดังนั้นโรงพยาบาลต้องการที่จะเข้าไปดูแลเพื่อช่วยเหลือ

“เราน่าจะมีโอกาสเข้าไปช่วยประสานในแต่ละประเทศว่าต้องการให้เราเข้าไปช่วยในด้านไหนได้บ้าง เช่น ช่วยในเรื่องการออกหน่วย  เรื่องตา หู คอ จมูก หรือเรื่องสุขภาพโดยรวม ซึ่งต้องดูว่าพระสงฆ์ในประเทศนั้นเจ็บป่วยด้วยโรคอะไรเยอะ เราจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ถูกต้อง ซึ่งเป็นแผนที่วางไว้เพื่อที่จะดำเนินการต่อไป” นพ.วีรวุฒิกล่าว

นพ.วีรวุฒิกล่าวต่อถึงหลักในการบริหารงานว่าองค์กรต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก ดังนั้นจึงอยากฝากถึงแพทย์รุ่นหลานและบุคลากรทางการแพทย์ให้นึกถึงส่วนรวมก่อนเสมอในการทำงานเพื่อให้องค์กรเดินไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมทั้งส่วนรวมได้รับประโยชน์สูงสุด  จากนั้นจึงค่อยนึกถึงตัวเองทีหลัง ทั้งหมดนี้เป็นหลักการใหญ่ๆ ที่ต้องทำเพื่อส่วนรวมและตนได้ปฏิบัติในการดำเนินงานมาโดยตลอด

“อยากให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนพึงปฏิบัติถึงส่วนรวมก่อนส่วนตนเนื่องจากเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดำเนินงานด้านการแพทย์ และควรนึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมว่าจะได้รับอะไรกลับไปให้มากที่สุดเพื่อให้คนไข้ที่มารับการดูแลรักษาจากเราได้รับประโยชน์สูงสุดแล้วค่อยมานึกถึงประโยชน์ส่วนตนทีหลัง” นพ.วีรวุฒิกล่าว

Page Visitor

015164880
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
43204
52723
448860
11437843
1532638
1988039
15164880
Your IP: 3.232.96.22
2021-01-23 18:45