Issue 042 Nov

ซีบีซีเปิดแผนธุรกิจปี 2557

คุณอาคม  จันทะคุณ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีบีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ให้สัมภาษณ์พิเศษนิตยสารบิส โฟกัส เกี่ยวกับทิศทางการดำเนินงานในปี 2557  เป้าหมายการเติบโตและผลประกอบการในปีนี้และปีหน้า รวมทั้งประเด็นอื่นๆ ดังนี้

นิตยสารบิส โฟกัส : ทิศทางการดำเนินงานในปี 2557

คุณอาคม :  ซีบีซี กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพลังงาน และผลิตเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้ากำลังสูง เช่น Power Quality & Control Solution , Fe Battery เป็นต้น  ปัจจุบันบริษัทมีพนักงานทั้งหมดประมาณ 50 คน   คาดว่าในอนาคตจะเพิ่มบุคลากรเนื่องจากมีงานเข้ามาเพิ่มขึ้น รวมทั้งบริษัทมีการขยายแผนการลงทุนเพิ่มอีกด้วย

 สำหรับในปีนี้และปีหน้ารัฐบาลจะมีนโยบายส่งเสริมให้ภาคเอกชนสร้างโรงไฟฟ้าขนาดเล็กที่ไม่เกิน 9 MW โดยในส่วนของโรงไฟฟ้าขนาดเล็กรัฐบาลจะสนับสนุนในเรื่อง BOI  เพื่อจูงใจให้เอกชนเข้ามาสร้างโรงไฟฟ้าซึ่งคาดว่าจะเป็นลูกค้าของบริษัทในอนาคต ทั้งนี้การดำเนินการจัดทำโรงไฟฟ้าจำเป็นต้องมีระบบน้ำและต้องใช้น้ำสะอาดในขบวนการผลิตไฟฟ้าเช่นระบบ cooling และ Boiler ซึ่งบริษัทมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบบน้ำไว้รองรับอยู่แล้ว

ในส่วนของการขยายการลงทุน บริษัทจะลงทุนตามลูกค้า โดยในปีนี้และปีหน้าจะแบ่งแผนการดำเนินงานเป็น  2  ส่วน  ดังนี้ 1. Power Quality  ซึ่งรวมถึงเครื่องสำรองไฟด้วย โดยจะพยายามเปิดตลาดให้กว้างมากขึ้นนอกจากตลาดในต่างจังหวัดเราจะเข้าไปตีตลาดในกรุงเทพฯ เพิ่มเติมเพื่อให้สามารถขยายตลาดได้เพิ่มมากขึ้น

2. Green Energy ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด  โดยในปีหน้ารัฐบาลมีโครงการจะจัดทำ 800  MW โซลาร์ชุมชน โดยจะเริ่มดำเนินการในต้นปี 2557  จะแบ่งเป็น 1 ชุมชน 1 MW ซึ่งจะให้แต่ละชุมชนรวมตัวกัน เช่น การรวมตัวของ 10 กองทุนหมู่บ้านโดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นแกนนำเพื่อสร้างเป็นชุมชน และ 1 ชุมชนจะมีโซลาร์เซลล์ 1 MW โดยผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งบริษัทมี Product ที่เป็นแผงโซลาร์เซลล์และมีผู้เชี่ยวชาญที่จะดำเนินการติดตั้งได้ในส่วนนี้รองรับอยู่แล้ว

ด้านการตลาดของ Green Energy บริษัทจะมีการประสานงานกับหน่วยงานราชการโดยจะใช้ทีมงานไปประสานงานกับทางเทศบาลเพื่อให้รวมกลุ่มเป็นชุมชน  โดยตั้งเป้าไว้ประมาณ 10  แห่ง  ซึ่งมูลค่าในแต่ละโครงการประมาณ 80 ล้านบาท สำหรับแผนเบื้องต้นจะใช้ทีมงานที่มีการติดต่อประสานงานที่ดีไว้กับทางเทศบาลดำเนินนำร่องโครงการ  โดยฐานลูกค้าเดิมเราก็คือชุมชน อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบล  เทศบาล เป็นต้น ซึ่งบริษัทได้มีการทำตลาดเป็นระยะๆ ไว้อยู่แล้วในส่วนนี้

นอกจากนี้ในปี 2557  บริษัทจะโฟกัสไปที่โซลาร์เซลล์เป็นหลัก โดยจะดำเนินการตามแผนนโยบายของรัฐบาลเป็นหลักซึ่งคาดว่าจะเน้นไปที่ภาคกลางและภาคอีสาน โดยจะพิจารณาจากความเข้มของแสงเป็นหลัก ซึ่งภาคอีสานจะมีความเข้มแสงมากให้พลังงานมาก ส่วนการเลือกพื้นที่จะเน้นพื้นที่ที่ไม่เสี่ยงกับน้ำท่วมซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการพิจารณา

นิตยสารบิส โฟกัส : วางแผนการตลาดในระยะสั้น กลาง ยาวไว้อย่างไร

คุณอาคม : ระยะสั้น จะเน้นในส่วนของงานโปรเจค  ระยะกลางจะเน้นในส่วนของ Power Quality  อีกทั้งบริษัทยังมีแผนที่จะเน้น ระบบวิศวกรรม System Solution Engineering เข้ามาช่วยเสริมในงานขายเพิ่มมากขึ้น

สำหรับตลาดของ Green Energy บริษัทมองตลาดหลอดไฟ LED ซึ่งเป็นหลอดประหยัดไฟ โดยได้ดำเนินการขอ มอก. เรียบร้อยแล้วและวางแผนการตลาดไว้ 2 แบบ คือ 1.ขายผ่านดีลเลอร์ ในต่างจังหวัดตามหัวเมืองใหญ่ๆ  อาทิ หาดใหญ่ เชียงใหม่ อุบลราชธานี  เป็นต้น โดยจะเริ่มทำตลาดประมาณช่วงเดือนพฤศจิกายน 2556    เนื่องจากการแข่งขันในกรุงเทพฯ ค่อนข้างรุนแรง แต่ในระยะยาวจะใช้เครือข่ายของดีลเลอร์ โดยจะนำแผ่นโซลาร์เซลล์ไปจำหน่ายในต่างจังหวัดอีกด้วย  2.ขายผ่านโมเดิร์นเทรดผ่านร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการขาย และมีแผนเล็งไว้ที่ประมาณ 10,000 สาขา  โดยจะเริ่มทำแคตตาล็อกสินค้าในช่วงประมาณเดือนมกราคม 2557  ซึ่งจะเริ่มเจาะกลุ่มเป้าหมายที่กรุงเทพฯ เป็นอันดับแรก

นิตยสารบิส โฟกัส : วางเป้าหมายการเติบโตและผลประกอบการในปีนี้และปีหน้าไว้อย่างไร

คุณอาคม :  สำหรับปี 2556  ตั้งเป้าผลประกอบการไว้ที่ 170  ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปได้เนื่องจากบริษัทมีฐานการตลาดที่ใหญ่และมีงานรองรับไว้อยู่แล้ว และในปี 2557 คาดการณ์ว่าจะมีในส่วนของ Green Energy  แผงโซลาร์เซลล์เข้ามาเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าไว้ที่ 300  ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทเติบโตมากยิ่งขึ้น สำหรับรายได้ของระบบน้ำในส่วนของโรงไฟฟ้าไบโอแมสคาดว่าจะรับรู้รายได้ประมาณ 300  ล้านบาท  ส่วนงานด้าน Power Quality  ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 130  ล้านบาท และคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายเนื่องจากบริษัทมีงานที่อยู่ในมืออยู่แล้ว รวมเป้าหมายทั้งหมดในปี 2557  ตั้งไว้ที่ 730  ล้านบาท

นิตยสารบิส โฟกัส : แนวโน้มการตลาดในปัจจุบัน

คุณอาคมแนวโน้มการตลาดของบริษัทเริ่มตั้งแต่  Power Quality  โดยในส่วนของเครื่องสำรองไฟมีคู่ค้าค่อนข้างจะแข็งแกร่งและมียอดขายอยู่ในเกณฑ์คงที่และเติบโตได้ดี สำหรับในปี 2557  จะมีการขยายตลาดในกรุงเทพฯ มากขึ้น เนื่องจากตลาดเติบโตมากกว่าตลาดต่างจังหวัดและมีแนวโน้มจะเติบโตได้ดีมากขึ้นในอนาคต

 ส่วน Green Energy บริษัทมองตลาดแบตเตอรรี่ลิเทียมไอออนหรือแบตเตอรี่เหล็กที่ใช้ในระบบสถานีส่งสัญญาณมือถือโทรศัพท์ไว้และอยู่ในช่วงประเมินว่าคุณภาพได้มาตรฐานหรือไม่ ซึ่งแบตเตอรี่นี้สามารถใช้ได้ที่อุณหภูมิ 50 องศา ถ้าประเมินคุณภาพผ่านได้ตามมาตรฐาน บริษัทจะมีรายได้เพิ่มเข้ามาอีกประมาณ 200  ล้านบาท

นิตยสารบิส โฟกัส : วิสัยทัศน์เกี่ยวกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ  AEC

คุณอาคม : การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ  AEC ในปี 2558  จะต้องเตรียมตัวเองในประเทศก่อน โดยทำให้ตัวเองแข็งแรงก่อนแล้วค่อยไปแข่งขันกับต่างประเทศ  สำหรับ AEC ตนมองว่าส่งผลดี เนื่องจากทำให้ตลาดเปิดกว้างมากขึ้น ส่งผลให้เกิดเครือข่ายและสามารถขยายตลาดได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น 

ส่วนแผนในอนาคตของบริษัทหากจะมีการขยายธุรกิจไปต่างประเทศจะดำเนินการในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว พม่า กัมพูชา เป็นต้น ปัจจุบันบริษัทซื้อซอฟแวร์เข้ามาเพื่อใช้ในองค์กรสำหรับการบริหารลูกค้า โดยเซลล์ที่ออกไปหาลูกค้าจะต้องบันทึกประวัติในแท็บเล็ตเพื่อเก็บไว้เป็นฐานประวัติลูกค้า ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมการเพื่อเข้าสู่ AEC ของบริษัท

รพ.สงฆ์เดินหน้าบูรณาการด้านบริการอย่างเต็มศักยภาพ

โรงพยาบาลสงฆ์เดินแผนพัฒนาด้านการบริการอย่างเต็มรูปแบบ มุ่งทำวิจัยด้านอาหารเพื่อให้พระสงฆ์ปฏิบัติได้จริงและได้รับประโยชน์สูงสุด พร้อมเตรียมรับ AEC เล็งช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านที่ขาดแคลนเทคโนโลยีทางการแพทย์

นพ.วีรวุฒิ  อิ่มสำราญ   ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ เปิดเผยเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานของโรงพยาบาลว่าปัจจุบันพระสงฆ์จะขาดการดูแลในเรื่องการออกกำลังกาย สารอาหารต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาที่นำมาสู่โรคเรื้อรังต่างๆ หลายอย่าง โดยที่ผ่านมาโรงพยาบาลพยายามให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพเป็นระยะๆ แต่จะพบปัญหาคือไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริง ดังนั้นจึงต้องหาแนวทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

โดยจะต้องมีการวิจัยเชิงระบบซึ่งจะร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการเจรจาเพื่อขอความร่วมมือเพื่อทำวิจัยในเรื่องสุขภาพของพระสงฆ์  โดยจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาเถรสมาคม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เพื่อกำหนดให้มีในพระวินัยของสงฆ์เพื่อให้ท่านปฏิบัติได้จริง ซึ่งจะต้องมีการวิจัยมารองรับก่อนจึงจะดำเนินการได้ สำหรับตัวอย่างการทำวิจัยอาจจะเลือกวัดต้นแบบมา 1  วัด ที่มีความพร้อมทั้งด้านการปกครองและพระสงฆ์เพื่อให้ความร่วมมือกับทางโรงพยาบาล

“แผนเบื้องต้นที่จะดำเนินการคือเมื่อพระสงฆ์ท่านไปบิณฑบาตมาแล้วนำอาหารมารวมกันแล้วก็ฉันแบบนั้นเลย ซึ่งส่งผลให้พระสงฆ์บางรูปที่เป็นโรคไม่สามารถเลือกฉันอาหารได้ เราจะจัดให้มีแกนนำพระในเรื่องของสุขภาพที่ทราบว่าพระสงฆ์รูปไหนเป็นโรคอะไร โดยจะจัดอาหารที่มีความเหมาะสมกับท่าน ดังนั้นจึงต้องมีงานวิจัยเพื่อมารองรับเพื่อให้พระสงฆ์ปฏิบัติได้จริงอย่างเป็นรูปธรรมและเพื่อเป็นตัวอย่างให้ดำเนินตามในเรื่องสุขภาพ” นพ.วีรวุฒิกล่าว  

โดยคาดว่าจะดำเนินการทำวิจัยในงบประมาณของปีนี้ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2556 สำหรับการทำวิจัยจะต้องดำเนินการหาผู้ที่จะมาเข้าร่วมการจัดทำวิจัย  รูปแบบการทำวิจัย  แต่เบื้องต้นโรงพยาบาลมีโครงการที่เป็นฐานข้อมูลไว้แล้ว อาทิ เรื่องฐานข้อมูลสุขภาพพระสงฆ์ระดับชาติ  จำนวนพระสงฆ์ เป็นต้น

นพ.วีรวุฒิกล่าวต่อถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558  ว่าจะเน้นให้บริการพระสงฆ์ที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคอาเซียน อาทิ  ลาว  พม่า กัมพูชา ภูฏาน เป็นต้น  โดยที่ผ่านมาจะมีพระสงฆ์เข้ามารับการรักษากับโรงพยาบาลอยู่แล้ว แต่เมื่อ AEC เข้ามาคงต้องทำให้เป็นระบบมากขึ้นในเรื่องการเบิกจ่ายต่างๆ รวมทั้งจะนำเงินจากที่ได้รับการบริจาคไปสนับสนุนในส่วนที่ขาด เช่น  ค่ายา ค่าเวชภัณฑ์ต่างๆ  ค่าอุปกรณ์ เป็นต้น

“ ที่ผ่านมาเราจะดูแลพระสงฆ์ที่มาจากต่างประเทศที่เข้ามารับการรักษา โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่ปัจจุบันจะให้วัดที่เป็นผู้ดูแลเป็นเจ้าภาพในการที่เชิญมาเป็นคนดูแลในเรื่องค่าใช้จ่ายเนื่องจากค่าใช้จ่ายสูงมากและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  ดังนั้นจึงต้องมีระบบมากขึ้น เมื่อเข้าสู่  AEC จึงต้องเข้าไปดูแลในส่วนนี้ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยอาจจะเป็นการติดต่อระหว่างสำนักพระพุทธศาสนาระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ในกรณีที่มีพระสงฆ์เดินทางเข้ามารักษาอาการการเจ็บป่วยว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรบ้างและจะเป็นรูปแบบไหน” นพ.วีรวุฒิกล่าว

ส่วนด้านอื่นๆ  จะเป็นงานเชิงรุก โดยโรงพยาบาลจะเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านที่ยังขาดในเรื่องเทคโนโลยีทางการแพทย์และการรักษาพยาบาลดูแลสุขภาพของพระสงฆ์ โดยเฉพาะประเทศที่มีพระสงฆ์จำนวนมาก เช่น พม่า ลาว กัมพูชา เนื่องจากประเทศเหล่านี้ยังขาดการดูแลรักษาพระสงฆ์อย่างเป็นระบบ ดังนั้นโรงพยาบาลต้องการที่จะเข้าไปดูแลเพื่อช่วยเหลือ

“เราน่าจะมีโอกาสเข้าไปช่วยประสานในแต่ละประเทศว่าต้องการให้เราเข้าไปช่วยในด้านไหนได้บ้าง เช่น ช่วยในเรื่องการออกหน่วย  เรื่องตา หู คอ จมูก หรือเรื่องสุขภาพโดยรวม ซึ่งต้องดูว่าพระสงฆ์ในประเทศนั้นเจ็บป่วยด้วยโรคอะไรเยอะ เราจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ถูกต้อง ซึ่งเป็นแผนที่วางไว้เพื่อที่จะดำเนินการต่อไป” นพ.วีรวุฒิกล่าว

นพ.วีรวุฒิกล่าวต่อถึงหลักในการบริหารงานว่าองค์กรต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก ดังนั้นจึงอยากฝากถึงแพทย์รุ่นหลานและบุคลากรทางการแพทย์ให้นึกถึงส่วนรวมก่อนเสมอในการทำงานเพื่อให้องค์กรเดินไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ รวมทั้งส่วนรวมได้รับประโยชน์สูงสุด  จากนั้นจึงค่อยนึกถึงตัวเองทีหลัง ทั้งหมดนี้เป็นหลักการใหญ่ๆ ที่ต้องทำเพื่อส่วนรวมและตนได้ปฏิบัติในการดำเนินงานมาโดยตลอด

“อยากให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกคนพึงปฏิบัติถึงส่วนรวมก่อนส่วนตนเนื่องจากเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดำเนินงานด้านการแพทย์ และควรนึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมว่าจะได้รับอะไรกลับไปให้มากที่สุดเพื่อให้คนไข้ที่มารับการดูแลรักษาจากเราได้รับประโยชน์สูงสุดแล้วค่อยมานึกถึงประโยชน์ส่วนตนทีหลัง” นพ.วีรวุฒิกล่าว

Page Visitor

011556567
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
32742
55308
32742
8402443
1438362
1507065
11556567
Your IP: 3.238.147.211
2020-11-29 14:11