ไทยเฮ้าส์ซิ่ง อัดงบ 300 ลบ. / Issue 043, December 2013

ไทยเฮ้าส์ซิ่ง อัดงบ 300 ลบ. รีโนเวท “แกรนด์ไชน่า พลาซ่า”

ไทยเฮ้าส์ซิ่ง ทุ่ม 300 ล้านบาทปรับโฉม "แกรนด์ไชน่า พลาซ่า รองรับลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมเปิดให้บริการกุมภาพันธ์ปีหน้า คาดมีเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท/ปี

คุณนันทนุช ตั้งอุทัยศักดิ์ ผู้อำนวยการแกรนด์ไชน่า เยาวราช บริษัท ไทยเฮ้าส์ซิ่ง ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัดเปิดเผยว่าปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการปรับปรุงแกรนด์ไชน่า พลาซ่า โดยใช้งบประมาณกว่า 300 ล้านบาท เนื่องจากครบสัญญาเช่าระยะยาว 20 ปีในปีที่ผ่านมา ดังนั้นบริษัทจึงมีแนวคิดนำพื้นที่ดังกล่าวมาปรับปรุงใหม่ เพื่อรองรับการเติบโตของย่านเยาวราช สำเพ็ง รวมถึงรองรับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ 2557

" แกรนด์ไชน่า เยาวราช ประกอบด้วยโรงแรมแกรนด์ไชน่าปริ๊นเซส เยาวราช จำนวน 150 ห้องและพื้นที่เชิงพาณิชย์แกรนด์ไชน่า พลาซ่า โดยอาคารตั้งอยู่ในเยาวราชและมีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามาจับจ่ายเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในต่างประเทศที่สนใจมาช็อปปิ้งในบ้านเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากประเทศเวียดนาม ลาว และมาเลเซีย ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจในย่านนี้เป็นอย่างมาก เราจึงได้มีการพัฒนาโครงการนี้ขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของย่านเยาวราชที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง " คุณนันทนุชกล่าว

สำหรับแนวคิดในการพัฒนาโครงการนี้ เป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์บนที่ดินที่ได้ชื่อว่าแพงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ตอบสนองกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีการพัฒนาจากรากฐานที่มีอยู่ในพื้นที่ให้สามารถตอบรับกับการพัฒนาไปข้างหน้าของสังคมที่มีการเคลื่อนไหวและไหลรวมเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่บั่นทอนอัตลักษณ์สำคัญของคนในเยาวราชและยังเป็นศูนย์รวมสินค้าขายส่ง (Whole Sale Trading Center) ภายใต้แนวคิด “ดินแดนแห่งของขวัญ” เพื่อสร้างเป็นศูนย์รวมสินค้าประเภทของขวัญ สินค้าไลฟ์สไตล์ งานดีไซน์ขยายตลาดส่งออกในอาเซียนตอบรับ AEC

คุณนันทนุชกล่าวต่อว่าการดำเนินการปรับปรุง "แกรนด์ไชน่า พลาซ่า" จำนวน 5 ชั้น ขนาดพื้นที่ทั้งหมด 10,000 ตารางเมตร  แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. โครงสร้างภายนอก มีการปรับรูปแบบความทันสมัยโดยคงลักษณะสถาปัตยกรรมอาคารในแบบ Sino – Portuguese ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ประวัติความเป็นมากว่าหนึ่งร้อยปีของความเจริญด้านการค้าขายในย่านเยาวราช สำเพ็ง

2. โครงสร้างภายในประกอบด้วยพื้นที่ 5 ชั้น ได้แก่ ชั้น G ธีมตกแต่งให้บรรยากาศแบบ Sino-Portuguese Revival สร้างจุดดึงดูดด้วยช้อปร้านกาแฟชั้นนำ ร้านอาหาร และสินค้าของขวัญงานดีไซน์และสินค้าไลฟ์สไตล์มีระดับ,ชั้น  2 ธีมตกแต่ง Shanghai Chic สร้างเสน่ห์แห่งอารยธรรมตะวันออกร่วมสมัย นำเสนอสินค้าในกลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ คอสตูมจิวเวลรี่ สินค้าแอคเซสเซอรีด้านไอทีและเครื่องมือสื่อสารทุกประเภท,

ชั้น 3 ธีมตกแต่ง Modern Chinese Loft เป็นพื้นที่ไฮไลท์ของห้างภายใต้แนวคิดคอนเซ็ปต์สโตร์สินค้ากลุ่มของขวัญและสินค้าไลฟ์สไตล์ (GIVE Concept Store) ให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดนักช้อปปิ้งจากทั่วเมืองไทยด้วยไอเดียทันสมัยโดยมีวัตถุประสงค์หลักในการเป็นศูนย์ค้าส่งสินค้ามีดีไซน์จากนักออกแบบชั้นนำทั่วไทยเพื่อขยายตลาดการส่งออกไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียน, ชั้น 4 ธีมตกแต่ง Chinatown Market Street นำเสนอสินค้าสไตล์สำเพ็ง สินค้าประดับชิ้นเล็กเพื่อตกแต่งบ้าน  สินค้ากิ๊ฟช้อป และศูนย์บริการขนส่งและโลจิสติกส์ และชั้น 5 สวนอาหารและธนาคาร

“โครงการนี้เราจะเจาะกลุ่มพ่อค้าและแม่ค้าที่ซื้อของแล้วไปขายต่อ ส่วนอีกกลุ่มจะเป็นพ่อค้าและแม่ค้าในประเทศเพื่อนบ้าน ที่เข้ามาพักในโรงแรมและไปซื้อของที่สำเพ็งเพื่อนำกลับไปขายต่อ และหลังจากการเปิด AEC คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้พื้นที่การขายในโครงการมียอดจองกว่า 65% คาดว่าในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้ายอดการจองพื้นที่จะเพิ่มเป็น 90% แบ่งเป็นกลุ่มค้าส่ง 60% และค้าปลีก 40% ทั้งกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าคนไทยและต่างชาติ เช่น เวียดนาม ลาว และมาเลเซีย เป็นต้น” คุณนันทนุชกล่าว

สำหรับจุดเด่นโครงการนี้คือจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกในหลายๆ อย่าง อาทิ ที่จอดรถรองรับได้ถึง 200 คัน, มีการรักษาความปลอดภัย, เป็นจุดรวมแสดงสินค้าในย่านเยาวราชที่ได้มีการคัดสรรมาอย่างดี มีการออกแบบที่สวยงาม และเป็นสถานที่ที่เดินทางมาได้สะดวก

คุณนันทนุชกล่าวต่อว่าแผนการตลาดในปีแรกวางงบประมาณไว้ที่ 10 ล้านบาท สำหรับการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ให้ทั้งกลุ่มลูกค้าคนไทยและต่างชาติได้รู้จักและเข้าใช้บริการในย่านเยาวราชมากขึ้น โดยมีเป้าหมายหลักนอกจากลูกค้าชาวไทยแล้วยังเป็นลูกค้าจากต่างชาติโดยเฉพาะในกลุ่มเออีซี ที่จะมีการจัดรูปแบบการบริการต่างๆ ไว้คอยรองรับ ทั้งส่วนของโรงแรม ธนาคาร ร้านค้า และบริการโลจิสติกส์ต่างๆ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าได้รู้จักโครงการมากขึ้น

ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะสามารถเพิ่มสัดส่วนผู้มาใช้บริการจากวันละ 6,000 คน/วัน เป็น 10,000 คน/วัน และมั่นใจว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดภายในโครงการกว่า 500 ล้านบาท/เดือน หรือไม่ต่ำกว่า 6,000 ล้านบาท/ปี พร้อมทั้งคาดว่าโครงการนี้จะคุ้มทุนภายในระยะเวลา 8 ปี

ส่วนผลกระทบที่มีต่อธุรกิจของบริษัทและธุรกิจในย่านเยาวราชได้แก่สถานการณ์ต่างๆ ที่แปรผันตามเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศ อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าจะมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่บริษัทยังพบว่ากลุ่มผู้ใช้บริการยังคงพร้อมเดินทางเข้ามาใช้บริการเช่นเดิม เนื่องจากเยาวราชเป็นย่านธุรกิจที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการเมืองทั้งทางตรงและทางอ้อม

“เศรษฐกิจย่านเยาวราชค่อนข้างที่จะผันผวนตามเศรษฐกิจทั่วๆ ไป ถ้าเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศไม่ดี การค้าขายในย่านนี้ก็จะลดลงไปด้วย ส่วนสิ่งที่อยากให้ภาครัฐเข้ามาสนับสนุนคือการพัฒนาย่านเยาวราชให้เป็นศูนย์ Tourist Destination อย่างจริงจังและเป็นรูปเป็นร่างกว่าที่ผ่านมา รวมทั้งการสร้างย่านเยาวราชให้เป็น Trading Area ให้ชาวต่างชาติได้ทราบว่าหากต้องการสินค้าค้าส่ง สามารถเข้ามาหาสินค้าได้ที่นี่” คุณนันทนุชกล่าว

อนึ่งบริษัท ไทยเฮ้าส์ซิ่ง ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทเมื่อวันที่  11 ตุลาคม 2517 ด้วยทุนจดทะเบียน 250 ล้านบาท มีอาคารและสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 215 ถนนเยาวราช แขวงสัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่รู้จักอย่างมากในธุรกิจโรงแรมแกรนด์ไชน่าปรี๊นเซส เยาวราช และแกรนด์ไชน่า พลาซ่า

Page Visitor

011558106
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
34281
55308
34281
8402443
1439901
1507065
11558106
Your IP: 3.238.147.211
2020-11-29 14:48