"แหลมเจริญ” รุกหนักโค้งสุดท้าย

"แหลมเจริญ” รุกหนักโค้งสุดท้าย เร่งขยาย 3 สาขาหนุนเป้าโต 15-20%

แหลมเจริญเปิดแผนธุรกิจไตรมาส 4 ประกาศเปิด 3 สาขารวดทั้งแบรนด์แหลมเจริญและเดอะเคป ดันอัตราการเจริญเติบโตตามการคาดการณ์ พร้อมโชว์หลักการบริหารสู่ความสำเร็จ

นายศุภโชค กิจวิมลตระกูล (ซ้าย) พร้อมด้วย นายไชยทัศน์ นารากูลสุขพิภัทร์ (ขวา) กรรมการบริหารร้านแหลมเจริญ ซีฟู้ด เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในช่วงไตรสมาสสุดท้ายของปีนี้ว่า ในส่วนของแหลมเจริญ ซีฟู้ดมีแผนที่จะเปิดตัวในไตรมาสที่ 4  อีก 1 สาขา คือที่สีลมคอมเพล็กซ์ชั้นใต้ดิน มีพื้นที่ขนาด 260 ตารางเมตร  โดยได้เริ่มดำเนินการเมื่อประมาณกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาด้วยงบลงทุนประมาณ 10 ล้านบาทและมีกำหนดเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนนี้

สำหรับสาเหตุของการขยายการลงทุนดังกล่าว เพื่อต้องการตอบโจทย์คนทำงานที่เพิ่มมากขึ้นในย่านสีลมซึ่งเป็นย่านธุรกิจ โดยมีพนักงานออฟฟิศเป็นจำนวนมากและมีผู้ประกอบการหลายรายเรียกร้องให้แหลมเจริญ ไปเปิดบริการค่อนข้างเยอะ เราจึงตอบสนองในจุดนี้ ประกอบกับมีโลเคชั่นที่ดีเยี่ยมโดยตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟฟ้าและโรงแรม อย่างไรก็ตามยังคงขายในราคาปกติ ไม่ใช่ว่าราคาสถานที่แพงแล้วจะขายแพง เพราะว่าเราจริงใจกับลูกค้าลูกค้าที่มาทานที่ร้านแหลมเจริญทั้ง 9 สาขาว่าจะต้องได้รับมาตรฐานที่ใกล้เคียงกันทั้งในด้านราคาและบริการ

ในส่วนแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ “เดอะเคป บาย แหลมเจริญ" (The Cape) ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีแผนที่จะเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา ดังนี้ 1. สาขาโรงพยาบาลกรุงเทพ ตั้งอยู่ในกลุ่มโซนอาหาร มีกำหนดการเปิดตัวที่แน่นอนประมาณกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยมีลักษณะเป็นมินิเรสเตอร์รอง ซึ่งจะมีเมนูเด่นๆ หลายเมนูตอบสนองคนทำงานที่ต้องการความรวดเร็ว  มีพื้นที่ขนาด 40 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนสำหรับการตกแต่งไม่เกิน 2 ล้านบาท

2. สาขาสยามเซ็นเตอร์ โดยตั้งอยู่ในฟู้ดรีพับบลิค ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับฟู้ดคอร์ทมานานแล้วและเป็นแบรนด์ของสิงคโปร์ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้มากและเป็นฟู้ดคอร์ทที่มีธีม โดยแต่ละที่ก็จะแตกต่างออกไปซึ่งลงทุนกับการตกแต่งมากและคัดแบรนด์พอสมควร สำหรับงบการลงทุนจะใช้งบน้อยไม่เกินหนึ่งล้านบาท เพราะเราใช้แค่อุปกรณ์เครื่องครัวนอกนั้นเป็นของฟู้ดรีพับบลิคทั้งหมด

โดยเหตุผลของการตัดสินใจเปิดสาขาใหม่ของเดอะเคป เพิ่มอีก 2 สาขา เพราะผลตอบรับที่สาขาเซ็นทรัลพระราม 9 ค่อนข้างดี ซึ่งลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดีก็และมั่นใจว่าสาขาที่เปิดเพิ่มอีก 2 สาขา จะมีกระแสตอบรับดีเช่นเดียวกับสาขาเซ็นทรัล พระราม 9 เพราะเราคอนเฟิร์มเรื่องคุณภาพ

ทั้งนี้จุดเด่นของเดอะเคปยังเป็นเรื่องรสชาติอาหาร โดยนำเมนูอาหารยอดฮิตของแหลมเจริญมาจัดเป็นชุด ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 100 บาทต้น ๆ ซึ่งอิ่มพอดีสำหรับ 1 คน หากเทียบกับร้านแหลมเจริญ ต่อหัวเฉลี่ยอยู่ที่ 300-400 บาท  ซึ่งนับว่าสามารถตอบสนองผู้บริโภคหนุ่มสาวออฟฟิศที่ต้องการความรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงมื้อกลางวัน จากการสำรวจพบว่าทัศนคติผู้บริโภคมองการบริโภคอาหารซีฟู้ดว่าต้องใช้เวลานาน สังเกตได้จากพฤติกรรมลูกค้าที่ใช้บริการร้านแหลมเจริญ มักจะมาในช่วงเวลาเย็น และเสาร์-อาทิตย์ เดอะเคปจึงเป็นการแก้โจทย์ดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

กรรมการบริหารร้านแหลมเจริญ ซีฟู้ดกล่าวต่อว่าแหลมเจริญ มีการเติบโตต่อเนื่องแบบก้าวกระโดด เพราะมีการเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง หากคิดการเติบโตของสาขาเดิมเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 10% สำหรับปีนี้คาดหวังเติบโต 15-20% เพราะมีแบรนด์ใหม่เข้ามา ทั้งนี้แหลมเจริญมีความมั่นใจว่าเป้าหมายจะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้อย่างแน่นอน ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องการเมืองและเหตุการณ์น้ำท่วมเข้ามาเป็นปัจจัยเสี่ยง

สำหรับปัจจัยที่ผลักดันให้ผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้มีดังนี้ 1. การขยายสาขาเพิ่มอีก 3 สาขาในปีนี้ 2. การทำการตลาดมากขึ้น โดยผ่านสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อออนไลน์หรือใช้มีเดียรูปแบบต่างๆ การลงนิตยสารตามธีมที่เล่นในแต่ละช่วง เป็นต้น 3. การเปิดตัวแหลมเจริญ แคเทอร์ริ่ง ( Leam Chareon Catering ) ซึ่งเป็นบริการใหม่ล่าสุดที่พร้อมเสิร์ฟความสดอร่อยของอาหารทะเล ในรูปแบบการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ที่หลากหลาย ด้วยประการณ์และการบริการแบบมืออาชีพ โดยเพิ่งเปิดบริการในปีนี้และเริ่มมาได้ 6 เดือนแล้วและเราไม่ได้ประชาสัมพันธ์แต่มีงานเข้ามาตลอด กระแสตอบรับเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ

“ปัจจบันการบริโภคของลูกค้าเปลี่ยนไปจะเน้นการให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาลูกค้าส่วนใหญ่มักคิดว่าอาหารทะเลจะมีคอเลสเตอลอสสูง ซึ่งจริง ๆแล้วเราเององก็มีอาหารเพื่อสุขภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคเช่นกัน อาทิ อาหารประเภทยำ นึ่ง ต้ม เป็นต้น" กรรมการบริหารร้านกล่าว

ด้านหลักการบริการงานที่ทำให้ประสบความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน จะบริหารแบบครอบครัวแต่เรามีกรอบว่าจะอยู่กันแบบไหน เน้นเป็นพี่เป็นน้องกันมากกว่า ลูกน้องสามารถเข้าถึงผู้บริหารไม่ยาก สามารถแลกเปลี่ยนความคิดร่วมกันได้ พร้อมเติบโตและก้าวไปด้วยกันระหว่างพนักงานและองค์กร ซึ่งขณะนี้พนักงานแต่ละสาขาจะมีประมาณ 50-70 คน รวมทั้งหมดประมาณ 400 คน

ส่วนการเตรียมความพร้อมรองรับ AEC แหลมเจริญได้มีการพัฒนาในเรื่องของบุคลากร โดยมีการจัดทำเทรนนิ่งเซ็นเตอร์ เน้นนการพัฒนาด้านภาษาจีน อังกฤษเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันที่สาขาเซ็นทรัลเวิล์ด พารากอน เราก็เตรียมความพร้อมไว้ในระดับหนึ่งแล้ว ซึ่งพนักงานเองก็ต้องสื่อสารกับลูกค้าได้ ส่วนเรื่องการแข่งขันเมื่อเปิด AEC แล้วเรามองว่าเป็นโอกาสดีที่จะสามารถโกอินเตอร์ สามารถขยายไปต่างประเทศได้ ไม่ได้มองว่าเป็นการแข่งขันเพราะเรามีจุดแข็งเรื่องไทยซีฟู้ดอยู่แล้ว เรามองว่าเป็นผลดีไม่เป็นผลเสีย

Page Visitor

015134874
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
13198
52723
418854
11437843
1502632
1988039
15134874
Your IP: 18.204.42.98
2021-01-23 05:20