Biz Focus Industry Issue 083, December 2019

User Rating: 5 / 5

Star ActiveStar ActiveStar ActiveStar ActiveStar Active
 

“ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่” กางแผนครึ่งปีหลัง เดินเครื่องลุยธุรกิจครบวงจร

“ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่” ผู้จัดจำหน่ายแก็สหุงต้ม (LPG) แบรนด์ Worldgas เปิดแผนครึ่งปีหลัง 62 ลุยขยายธุรกิจต่อเนื่อง หวังเป็นผู้นำด้านธุรกิจพลังงานครบวงจร พร้อมรุกตลาดภาคครัวเรือนมากขึ้น มั่นใจยอดขายโตตามเป้า

คุณชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

คุณชมกมล พุ่มพันธุ์ม่วง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายแก็สหุงต้ม (LPG) แบรนด์ Worldgas ที่มุ่งมั่นยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง 40 ปี กล่าวถึงแผนการดำเนินธุรกิจและเป้าหมายทางการตลาดครึ่งปีหลังว่า บริษัทเน้นให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจไปสู่การเป็นผู้นำธุรกิจพลังงานอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่งธุรกิจที่บริษัทให้ความสนใจเข้าลงทุนเพิ่มนอกเหนือจากธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) คือ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ LPG, คลังเก็บและบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวแห่งใหม่ และการร่วมกับบริษัท ไทยแก๊ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อขยายฐานลูกค้า

โดยในปีนี้บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์ด้านการพัฒนาการดำเนินงานธุรกิจปัจจุบันของบริษัทให้แข็งแกร่ง พัฒนาความสามารถทางการแข่งขันให้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันยังมองหาโอกาสใหม่ๆ ในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ของบริษัทแม่อย่าง ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ ให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นควบคู่กับแบรนด์ “Worldgas” ซึ่งเป็นแบรนด์สินค้าหลักในปัจจุบัน และเป็นที่รู้จักของตลาดด้วยการทำกิจกรรมทางการตลาดและการประชาสัมพันธ์ภายใต้แบรนด์ ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญในเรื่องของการลงทุนมากเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากปัจจุบันบริษัทกำลังมองหาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อขยายความหลากหลาย และกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ เช่น มองถึงความเป็นไปได้ในการผลิตถังแก๊สสำหรับภาคครัวเรือน เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพื่อเพิ่มผลกำไรให้กับบริษัท อีกทั้งยังจะสานต่อความแข็งแกร่งในธุรกิจจัดจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ซึ่งปัจจุบันบริษัทถือเป็นผู้นำในตลาดอันดับที่ 2 ถ้าพูดถึงแบรนด์ “Worldgas” โดยจะมุ่งเน้นในเรื่องการขยายช่องทางในการจัดจำหน่ายที่หลากหลายและครอบคลุมกับความต้องการในการใช้งานของผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น

ทั้งยังวางแผนในการขยาย Supply Chain โดยเฉพาะในเรื่องของระบบ Logistic ให้มีประสิทธิภาพที่ดี ใช้ประโยชน์จากการ Synergy กับ Thaigas เพิ่มประสิทธิภาพในด้านต้นทุนการขนส่งของบริษัท และสุดท้ายคือการที่จะขยายธุรกิจจากกลุ่มลูกค้าเพื่อการพาณิชย์ (B2B) สู่กลุ่มลูกค้าผู้บริโภค (B2C) โดยตรงเพิ่มมากขึ้นด้วย

สำหรับปี 2562 บริษัทเน้นขยายตัวในการบริการเข้าสู่ภาคครัวเรือนมากขึ้น โดยตั้งเป้าปริมาณการขายก๊าซ LPG ปีนี้ไว้ที่ 840,000 ตัน ใกล้เคียงกับปี 2561 แบ่งออกเป็นภาคครัวเรือน 54% ภาคการขนส่ง (สถานีบริการ) 26% ภาคอุตสาหกรรม 10% และภาคส่วนอื่นๆ อีก 10% ส่วนเป้ารายได้สำหรับปี 2562 บริษัทฯมองในแง่ของ Volume รวมสำหรับปริมาณการขายก๊าซปิโตรเลียมเหลวเพิ่มขึ้นราว 2-3% จากเดิมเกือบ 8.17 แสนตันในปี 2561 เป็น 8.4 แสนตันในปีนี้ ซึ่งทิศทางในช่วงครึ่งปีหลัง มีทิศทางที่ดีขึ้น ตาม Seasonal เนื่องจากเป็นฤดูท่องเที่ยว ทีมีการใช้ก๊าซ LPG อุปโภคบริโภค และการเดินทางค่อนข้างมาก ประกอบกับการจัดโปรโมชั่นที่มากกว่าในช่วงครึ่งปีแรก

“เราอยู่ระหว่างการก่อสร้างคลังบางปะกง เฟส 3 ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการเก็บก๊าซของเราได้เป็น 2 เท่าจากปัจจุบันราว 1 หมื่นตันเป็น 2 หมื่นตัน หากมีการก่อสร้างแล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปลายปี 2563 จะสามารถรองรับการสำรอง LPG ที่จะปรับเปลี่ยนขึ้นจาก 1% ในปัจจุบันเป็น 2% ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว และช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการเช่าคลังได้มาก นอกจากนี้ เรายังมองเห็นถึงโอกาสในการขยายธุรกิจใหม่ ทั้งในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ LPG อย่างสินค้าและบริการใหม่ๆ รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวโยงอย่าง ถังแก๊ส ซึ่งเป็น product ที่เราต้องใช้อยู่ตลอดอยู่แล้ว และเรามี target อยู่แล้ว อยู่ในระหว่างการนำเข้าบอร์ดเพื่อพิจารณาลงทุน ขณะที่ธุรกิจพลังงานประเภทอื่นก็ยังทำการศึกษาอยู่ต่อเนื่อง” คุณชมกมลกล่าว

คุณชมกมล กล่าวต่อถึงความสำเร็จและอัตราการเติบโตในปีที่ผ่านมาว่า บริษัทสามารถกลับเข้ามาเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้อีกครั้ง เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2561 ซึ่งบริษัทได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างอบอุ่นในครั้งนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพความเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) รวมทั้งมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งขึ้น มีแผนธุรกิจและทิศทางการเติบโตชัดเจน ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทในปี 2561 ที่ผ่านมา สามารถสร้างผลกำไรพุ่งแตะ 321.4  ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 143.6 % จากปีก่อน

ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าซื้อ บริษัท ไทยแก๊ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อเตรียมความพร้อมในการให้บริการ LPG ในอนาคต ซึ่งการลงทุนในครั้งนี้ ทำให้ธุรกิจมีศักยภาพมากขึ้นในแง่ของการ Synergy ของคลังในภาคเหนือตอนล่าง ทำให้ปัจจุบันบริษัทมีคลังครบทุกภาคครอบคลุมทั้งประเทศ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวอยู่ที่ลำดับที่ 7 ของประเทศ (ข้อมูลจากกรมธุรกิจพลังงาน) โดยมียอดขายประมาณ 83,000 ตันต่อปี และมีคลังเก็บและบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว  ขนาดความจุ 1,800 ตัน

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการเสนอชื่อในการเข้ารับรางวัลด้านการดำเนินธุรกิจ ซึ่งปีนี้เราได้รับรางวัล “Best LPG Distributors 2019” จากนิตยสาร International Finance (IFM Awards) จากประเทศอังกฤษ เป็นปีที่ 2 อย่างต่อเนื่อง สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมสาธารณูปโภคและพลังงาน ด้วยความโดดเด่นด้านการให้บริการ ซึ่งบริษัทฯตั้งเป้าหมายในการเป็นผู้นําในธุรกิจพลังงานระดับภูมิภาค ด้วยนวัตกรรมการบริการที่เป็นเลิศ ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนร่วมในการให้บริการ อีกทั้งพร้อมให้บริการด้วยโครงสร้างธุรกิจที่สมบูรณ์แบบและครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ โดยบุคลากรที่มีความรู้เฉพาะทางและเต็มไปด้วยประสบการณ์ บนพื้นฐานของคุณภาพความปลอดภัยสูงสุดจึงทำให้มั่นใจได้ว่าปลอดภัย และสามารถบริการได้ทั่วถึงครอบคลุมทั่วประเทศ

อีกทั้ง บริษัทฯยังคว้ารางวัล ระดับโลก Asia Corporate Excellence & Sustainability Awards 2019 (ACES Awards 2019) จาก MORS Group ซึ่งเราเป็นบริษัทพลังงานครบวงจร เพียงรายเดียวจากประเทศไทยที่ได้รับมอบรางวัลในสาขานี้ ร่วมกับ 4 องค์กรชั้นนำในทวีปเอเชีย ทำให้ WP เป็นที่รู้จักในภูมิภาคเอเชียและในระดับสากลมากยิ่งขึ้น

โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทได้รับรางวัลระดับโลกอันทรงเกียรติในครั้งนี้ ได้แก่ การบริหารธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน มีความคิดริเริ่มพัฒนาสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ อีกทั้งส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมในการบริการ รวมถึงสามารถบริหารจัดการความท้าทายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น และที่สำคัญคือ การเป็นแบรนด์ครองใจลูกค้าและการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจังและยั่งยืน สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ WP มีผลประกอบการที่ดี มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

และบริษัทยังผ่านการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว ระดับ 3 จาก กระทรวงอุตสาหกรรม ในเรื่องการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ นี่เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเรา ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าบริษัทฯมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อม ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างจริงจัง ซึ่งการผ่านการรับรองในครั้งนี้ เป็นการเน้นย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทได้เป็นอย่างดี

สำหรับหลักการบริหารที่ส่งผลให้ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจนั้น คุณชมกมล กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา เรายึดมั่นที่จะพัฒนาสินค้าเพื่อสร้างความพึงพอใจและประโยชน์สูงสุดของลูกค้า ทั้งยังยึดมั่นในบริการต่อลูกค้าด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ และเอาใจใส่ โดยคำนึงถึงคุณภาพและประสิทธิภาพในการให้บริการ ซึ่งนอกเหนือจากการบริการที่มีคุณภาพแล้ว ยังใส่ใจ ในความปลอดภัยเพื่อให้ลูกค้าได้รับการบริการที่มีคุณภาพ และประสิทธิภาพมากที่สุด

คุณชมกมล กล่าวปิดท้ายถึงจุดเด่นของ ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ว่า ปัจจุบันบริษัทฯทำธุรกิจเทรดดิ้ง ซื้อมาขายไปในประเทศ ทำให้ผลประกอบการของบริษัทฯค่อนข้างมั่นคง ไม่ผันผวนตามการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน และสิ่งที่สำคัญคือ การมีคลังก๊าซอยู่ในพื้นที่ที่เป็นศูนย์กลางของแต่ละภูมิภาค ซึ่งสามารถรองรับการสำรองก๊าซ LPG ได้อย่างทั่วถึง และสามารถรองรับความต้องการได้ทุกภาคธุรกิจ อันได้แก่ ภาคครัวเรือน ภาครถยนต์ และภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ บริษัทยังมีโรงบรรจุภายใต้การดําเนินงานของบริษัทฯเอง พร้อมด้วยกลุ่มลูกค้าโรงบรรจุที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาค ทั้งยังมีระบบขนส่งที่ทันสมัยได้มาตรฐาน ซึ่งดําเนินงานโดยบริษัทฯในเครืออย่าง บริษัท อีเกิ้ล อินเตอร์ทรานส์ จำกัด ด้วยรถขนส่งขนาดใหญ่ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีระดับสูง เพื่อสนับสนุนการทํางานอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และมีมาตรฐาน ทําให้มั่นใจได้ว่าสามารถบริการได้ครอบคลุมทั่วประเทศ

“จุดแข็งของเราคือความยืดหยุ่นด้านการบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและตรงจุด ที่สำคัญคือเราทำธุรกิจการค้ากับคู่ค้าแบบ “Business partner” คอยเคียงข้างและเติบโตไปพร้อมๆ กันอย่างยั่งยืน ทำให้แบรนด์ “Worldgas” เป็นที่รู้จักและเชื่อถือจากกลุ่มผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ภาพลักษณ์ของ  Worldgas ยังเป็นแบรนด์ LPG ของไทยที่มีความเข้าใจและให้การสนับสนุนการประกอบอาชีพและการใช้ชีวิตของคนไทยทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจSME อย่างเช่นกลุ่มธุรกิจสตรีทฟู้ดและซักอบรีดอีกด้วย” คุณชมกมล กล่าว

Page Visitor

006248791
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
8477
40086
131160
3056125
484929
1292009
6248791
Your IP: 3.235.45.196
2020-08-12 05:30