Biz Focus Industry Issue 079, August 2019

User Rating: 5 / 5

Star ActiveStar ActiveStar ActiveStar ActiveStar Active
 

สมาคมโรงแรมจับมือ 25 สมาคม 4 สายการบิน สร้าง “ทักทาย” แพลตฟอร์มใหม่ธุรกิจท่องเที่ยว

นายกสมาคมโรงแรมไทยเผยความร่วมมือกับภาคเอกชนทั้งหมด 25 สมาคม กับ 4 สายการบิน สร้างแอพพลิเคชัน ทักทาย (Tagthai) ดิจิทัล แพลตฟอร์มใหม่ ของธุรกิจการท่องเที่ยวในไทย พร้อมเล่าถึงการเติบโตของธุรกิจโรงแรมและการดำเนินงานภายในสมาคม

คุณศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย เผยว่า สมาคมโรงแรมไทยได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนทั้ง 25 สมาคม กับ 4 สายการบิน จัดตั้ง ดิจิทัล ทัวริสซึม แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อชุมชน เพื่อพัฒนาธุรกิจด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ โดยได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มที่เรียกว่า “ดิจิทัล แพลตฟอร์ม” ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา คาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดใช้งานได้ในเดือนตุลาคมนี้

คุณศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย

สำหรับ ดิจิทัล แพลตฟอร์มดังกล่าว ถูกสร้างขึ้นในรูปแบบของแอพพลิเคชัน โดยมีชื่อเต็มว่า “ทักทาย” (Tagthai) ซึ่งเป็นแอพพลิเคชันที่สร้างขึ้นโดยคนไทย เพื่อใช้ในการซื้อขายบริการด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ อย่างเช่น ห้องพัก ทัวร์ สายการบิน ภัตราคาร และสปา เป็นต้น โดยจะมีเฉพาะผู้ประกอบการไทยเท่านั้นที่จะสามารถให้บริการภายในแอพพลิเคชันนี้ได้ ดังนั้นจึงถือว่าแอพพลิเคชัน “ทักทาย” (Tagthai)  จะช่วยสร้างร้ายได้ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศอีกด้วย  

“สมาคมโรงแรมไทย จะเป็นสมาคมแรกที่เข้าสู่ดิจิทัลแพลตฟอร์ม “ทักทาย” (Tagthai) ซึ่งทางสมาคมเองก็ได้ประชาสัมพันธ์ให้โรงแรมต่างๆ ที่เป็นสมาชิกของสมาคมได้ทราบแล้ว หากโรงแรมใดที่สนใจก็สามารถเข้าร่วมได้ และนอกจากนี้แอพพลิเคชัน “ทักทาย” (Tagthai) ก็ถือได้ว่าเป็นการช่วยขยายช่องทางการตลาดของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยที่ดีอีกช่องทางหนึ่งด้วย” คุณศุภวรรณกล่าว

คุณศุภวรรณ กล่าวต่อถึงการเติบโตในภาพรวมของธุรกิจโรงแรมว่า ที่ผ่านมามีโรงแรมเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งคาดว่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอีก แต่ในความจริงแล้ว การเติบของธุรกิจโรงแรมถือเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา เนื่องจากต้องเริ่มตั้งแต่การวางแผน ขั้นตอนการก่อสร้าง ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 3-4 ปี ดังนั้นกว่าจะมีการเปิดตัวธุรกิจโรงแรมก็ค่อนข้างที่จะต้องใช้เวลาพอสมควร และแน่นอนว่าเมื่อมีการเติบโตของธุรกิจโรงแรมมากขึ้น ก็ต้องมีการแข่งขันทางการค้ามากขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ ประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10% ในจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดนี้ มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาไทยมากที่สุดประมาณ 33% นักท่องเที่ยวประเทศอื่นๆ ในเอเชียประมาณ 27% นักท่องเที่ยวชาวยุโรป 22% และอื่นๆ 18% ดังนั้นจะเห็นได้ว่าปัจจัยในการขยายตัวของธุรกิจโรมแรมนั้นก็มีสาเหตุมาจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวด้วย

สำหรับความช่วยเหลือด้านการตลาดต่อสมาชิกของสมาคมนั้น คุณศุภวรรณ เผยว่า ทางสมาคมโรงแรมไทย ได้มีส่วนช่วยในการทำให้กลุ่มลูกค้าได้เข้าถึงบริการของโรงแรม โดยการจัดโครงการ โฮเทล สมิท โลโก้ เอเจนซ์ ขึ้นทุกปี ปีละ 6-7 ครั้ง เพื่อเป็นการช่วยให้โรงแรมสมาชิก ได้มีโอกาสพบปะและเจรจากับเอเจนซ์ หรือบริษัททัวร์ โดยกลุ่มเอเจนซ์ในโครงการนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าจากต่างประเทศประมาณ 60% ที่เหลือจะเป็นกลุ่มลูกค้าคนไทย ซึ่งจะเป็นบริษัทจัดท่องเที่ยว ทั้งนี้โครงการดังกล่าวถือเป็นยุทธศาสตร์หนึ่งของทางสมาคม  ที่มีส่วนช่วยในด้านการตลาดของโรงแรมและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ยังมีการเชิญวิทยากรมาให้ความรู้กับผู้ประกอบการโรงแรม ในเรื่องการพัฒนาโรงแรม ทั้งทาง Offline และ Online เนื่องจากในขณะนี้การดำเนินการทางธุรกิจโรงแรมส่วนใหญ่ลูกค้าจะเลือกการซื้อขายผ่านทาง Online มากกว่า แต่ก็ยังคงมีลูกค้าที่เลือกรูปแบบของ Offline อยู่บ้าง และรวมถึงการให้ความรู้ในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ด้วย

ส่วนการช่วยเหลือและสนับสนุนจากทางภาครัฐนั้น คุณศุภวรรณ กล่าวว่า สมาคมโรงแรมมีหน่วยงานของภาครัฐที่เข้ามาช่วยเหลือคือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ซึ่งจะมีบทบาทในการช่วยเหลือด้านธุรกิจโรงแรมในแง่ของการช่วยโปรโมท ประชาสัมพันธ์ โดยทางททท. จะมีหน้าที่ในการนำนักท่องเที่ยวเข้ามา ส่วนทางโรงแรมจะทำหน้าที่รับช่วงต่อในการรองรับนักท่องเที่ยว

ในขณะเดียวกันยังมีอีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญที่ได้เข้ามาช่วยเหลือและสนับสนุน คือ TCEB หรือ สำนักงานส่งเสริมการประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ที่ให้ความร่วมมือในการทำหน้าที่ในเรื่องของ MICE (Meetings, Incentive Travel, Conventions, Exhibitions) แม้ว่าปริมาณอาจจะไม่เท่ากับนักท่องเที่ยวทั่วไปแต่ก็สามารถทำรายได้ให้กับโรงแรมในประเทศไทยเป็นอย่างมากเช่นกัน

“หากพูดถึงความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ การดูแลเรื่องโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาต ให้ทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งทางสมาคมโรงแรมคาดหวังว่าภาครัฐจะให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามโรงแรมในไทยเองก็ต้องเป็นส่วนช่วยที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนให้โรงแรมในไทยพัฒนาไปให้มากที่สุดด้วย” คุณศุภวรรณกล่าว

คุณศุภวรรณ ยังได้ทิ้งท้ายถึงผู้ประกอบการโรงแรมในไทยด้วยว่า อยากให้ทุกโรงแรมในประเทศไทยมีความเชื่อมั่นในคณะผู้บริหารของสมาคมโรงแรมไทย เนื่องจากทุกคนมาทำหน้าที่ด้วยความตั้งใจ และเต็มใจอย่างยิ่งเพื่อให้ธุรกิจโรงแรมในไทยประสบความสำเร็จมากที่สุด และอยากให้ทุกโรงแรมให้ความร่วมมือ ในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และเป็นสมาชิกสมาคมโรงแรมต่อไปเรื่อยๆ อีกทั้งลูกค้าหรือผู้ใช้บริการต่างๆ ก็จะเชื่อมั่นว่าโรงแรมที่เป็นสมาชิกของสมาคมเป็นโรงแรมที่มีมาตรฐาน  อย่างไรก็ตามสำหรับสมาคมโรงแรมไทย ปัจจุบันได้ดำเนินการมาเข้าสู่ปีที่ 56 แล้ว ซึ่งทุกคนในสมาคมต่างตั้งใจอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยพัฒนาและยกระดับโรงแรมไทยให้เติบโตและยั่งยืนต่อไป

อนึ่ง สมาคมโรงแรมไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2506 โดยคณะผู้บริหารโรงแรมและ เจ้าของโรงแรมได้ร่วมกันขออนุญาตจัดตั้งขึ้นโดยในขณะนั้นเรียกว่า “สมาคมโรงแรมเพื่อนักทัศนาจรแห่งประเทศไทย” มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ส่งเสริมความสามัคคีและอุปการะซึ่งกันและกันในเรื่องที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมโรงแรมและของสมาชิก 2. ส่งเสริมการทัศนาจรในประเทศไทย โดยขอรับความร่วมมือจากองค์การท่องเที่ยวของรัฐบาลและองค์การทัศนาจรในประเทศอื่น 3. ส่งเสริมความรู้และการประสานงานระหว่างสมาชิกทั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง โดยมีสำนักงาน ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล ต่อมาในปี 2511 ได้ขอเปลี่ยนชื่อเป็น “สมาคมโรงแรมไทย” จนกระทั่งทุกวันนี้ ปัจจุบันสมาคมโรงแรมไทย ตั้งอยู่เลขที่ 203-209/3 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

สมาคมโรงแรมไทย เป็นสมาคมที่มีหน้าที่หลักในการช่วยส่งเสริมการประกอบวิสาหกิจประเภทธุรกิจโรงแรมและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยสมาชิกในสมาคมนั้นประกอบด้วยโรงแรมทั่วประเทศ ที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กล่าวคือ มีมาตรฐานต่างๆ อย่างถูกต้อง เช่น การก่อสร้าง ระบบความปลอดภัย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันโรงแรมในประเทศไทยมีทั้งที่มีใบอนุญาตและไม่มีใบอนุญาต โดยโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาตนั้นอาจจะมีปัญหาติดขัดบางประการ ซึ่งทางสมาคมโรงแรมได้มองเห็นปัญหาในส่วนนี้ จึงได้กำหนดเป็นวัตถุประสงค์ของสมาคมโรงแรมไทย ที่จะผลักดันและช่วยเหลือให้โรงแรมต่างๆ เข้ามาอยู่ในระบบ และมีมาตรฐานที่ถูกต้อง

นอกจากนี้สมาคมโรงแรมยังมีส่วนในการสื่อสารให้สมาชิกรับทราบตามมาตรการหรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ รวมทั้งยังมีส่วนช่วยในการตลาดของโรงแรมสมาชิก เพื่อให้มีโอกาสทางการขายมากขึ้น เนื่องจากทางสมาคมมองเห็นว่าเรื่องการตลาดนั้นเป็นสิ่งสำคัญ จึงมีการดำเนินการในส่วนนี้ค่อนข้างมาก ตลอดจนสมาชิกในสมาคมต่างก็ให้การตอบรับ และให้ความร่วมมือต่อกฎ และนโยบายต่างๆ ของสมาคมโรงแรมเป็นอย่างดี ยิ่งในส่วนของโครงการต่างๆ ที่ทางสมาคมจัดตั้งขึ้น สมาชิกก็มีส่วนร่วมเกือบทุกโครงการ โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนของโรงแรมนั้นๆ ด้วย

ปัจจุบันสมาคมโรงแรมไทยมีสมาชิกทั้งหมด 900 แห่งทั่วประเทศ โดยจะเป็นระดับ ใหญ่ กลาง เล็ก มีห้องรวมกันทั้งหมด 300,800 ห้อง และคาดว่าภายในปี 2562 นี้ จะมีโรงแรมเข้ามาเป็นสมาชิกประมาณ 1,000 โรงแรม www.tagthai.com