เอ็นไอเอ ร่วมทรู ดิจิทัล พาร์ค ยกระดับ “ปุณณวิถี” สู่ย่านนวัตกรรมดิจิทัลใหญ่ที่สุดเซาท์อีสท์เอเชีย คาดปั้นโกลบอลสตาร์ทอัพได้กว่า 100 ราย พร้อมก่อรายได้กว่า 3.5 พันล้าน

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับ ทรู ดิจิทัล พาร์ค เดินหน้าความร่วมมือยกระดับพื้นที่ย่านปุณณวิถีสู่ “Bangkok CyberTech District” ต้นแบบย่านนวัตกรรมด้านดิจิทัลของประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในยุคไทยแลนด์ 4.0  พร้อมเตรียมเปิดศูนย์บริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) แห่งแรกที่ทรู ดิจิทัล พาร์ค ผนวกหลากหลายบริการและสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ เพื่ออำนวยความสะดวกและดึงดูดเหล่าสตาร์ทอัพ นักลงทุน และผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ จากทั่วโลกให้เข้ามาลงทุนและดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยคาดว่าภายใน 3 ปีจะมี Global Startup เกิดขึ้นภายในย่านไม่ต่ำกว่า 100 ราย และก่อให้เกิดรายได้ประมาณ 3,500 ล้านบาท

เอ็นไอเอ เปิดตัวหลักสูตรปั้นผู้บริหารเมืองนวัตกรรม ตั้งเป้าดันนักยุทธศาสตร์ 6 กลุ่มเป้าหมายต่อยอดประเทศไทยสู่อินโนเวชั่นเนชั่น

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เปิดตัวหลักสูตรผู้บริหารเมืองนวัตกรรม หรือ Chief City Innovation Officer: CCIO เพื่อพัฒนา 6 กลุ่มผู้บริหารระดับสูงในภาครัฐ ภาคการพัฒนา ภาคการลงทุน ภาคการศึกษา ภาคการบริการสาธารณะ และภาคประชาสังคม ให้มีความพร้อมด้านการพัฒนาและการจัดการเมืองที่พร้อมเข้าสู่การเป็นประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม หรือ Innovation Nation นอกจากนี้ ยังหวังให้เกิดการสร้างเครือข่ายของกลุ่มผู้บริหาร ที่จะช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการมีส่วนร่วมในการบริหารเมือง เช่น การจัดการเชิงกลยุทธ์ การจัดการฐานข้อมูลของเมือง การพัฒนาเมืองด้วยหลักเศรษฐศาสตร์ รวมถึงระบบการจัดซือจัดจ้างเชิงนวัตกรรม ทั้งนี้  ตั้งเป้าว่าจะมีผู้บริหารระดับสูงที่สนใจเข้าร่วมอบรมในหลักสูตรดังกล่าวไม่น้อยกว่า 60 ราย โดยมีกำหนดจัดการอบรมตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม  2561 ซึ่งมีหัวข้อที่น่าสนใจ อาทิ  STARTUP CITY  เมืองแห่งการเริ่มต้น INNOVATION IN CITY TRANSFORMATION นวัตกรรมเปลี่ยนเมือง OPEN CITY เมืองแห่งการเปิดกว้าง INNOVATIVE PROCUREMENT การจัดซื้อจัดจ้างเชิงนวัตกรรม เป็นต้น

เอ็นไอเอ ตั้งเป้าดันประเทศไทยทะยานสู่อินโนเวชั่นเนชั่น งัดกลยุทธ์เสริม 4 จุดแกร่งสร้างแรงขับเคลื่อนระบบนวัตกรรม

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA เตรียมขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่ Innovation Nation หรือประเทศที่มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม โดยได้กำหนดเป้าหมายสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบนวัตกรรม 4 ด้าน ได้แก่ การบ่มเพาะมหาวิทยาลัยผู้ประกอบการ การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานทางนวัตกรรมของผู้ประกอบการภูมิภาค การส่งเสริมกลุ่มสตาร์ทอัพด้วยโปรแกรมที่เข้มข้น  การพัฒนากลไกสนับสนุนการเติบโตให้กับนวัตกรรมที่มีศักยภาพสูง นอกจากนี้ ยังได้เผยถึงจุดอ่อนทางนวัตกรรมเดิมที่ไทยต้องแก้ไขให้ดีขึ้น อาทิ การสร้างองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมสำหรับการจ้างงานของแต่ละองค์กร กองทุนด้านนวัตกรรมเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย สถาบันหรือองค์กรเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมที่ต้องมีมากขึ้น

เอ็นไอเอ เปิดตัว “สถาบันมองอนาคตนวัตกรรม” ครั้งแรกในไทย!!

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ (คนที่ 4 จากซ้าย) ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ NIA เปิดกิจกรรม Thailand Future Week 2018 มหกรรมด้านอนาคตศาสตร์ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเปิดตัวสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม (Innovation Foresight Institute – IFI) สถาบันเฉพาะทางเพื่อพัฒนาเครือข่ายนักอนาคตศาสตร์ของประเทศ พร้อมช่วยคาดการณ์ความเป็นไปได้ของอนาคตที่อาจเกิดขึ้น สำหรับกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 7 โรงแรมเดอะเวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ

เอ็นไอเอ เปิดตัว “สถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม”
ตั้งเป้าติดเทอร์โบประเทศไทยก้าวไกลด้วยอนาคตศาสตร์

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จัดตั้งสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม หรือ Innovation Foresight Institute – IFI เพื่อให้เป็นหน่วยงานเฉพาะด้านอนาคตศาสตร์ ที่จะช่วยการคาดการณ์ทิศทางอนาคตของประเทศไทยในมิติต่างๆ โดยวางเป้าหมายสำคัญไว้ 4 ด้าน ได้แก่ 1) การสนับสนุนและพัฒนาเครือข่ายนักอนาคตศาสตร์ 2) ติดตามและระบุทิศทางอนาคตของความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ 3) ส่งเสริมให้เกิดการใช้เครื่องมือด้านอนาคตศาสตร์ในการวางแผนและออกแบบกลยุทธ์ในองค์กรต่างๆ และ 4) ส่งเสริมการนำข้อมูลด้านอนาคตศาสตร์ไปใช้กำหนดข้อเสนอแนะ นโยบาย และกิจกรรมเพื่อการพัฒนาที่สอดรับความเปลี่ยนแปลง

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นองค์ประกอบหลักที่จะช่วยพลิกโฉมอนาคตทั้งด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งหากปัจจุบันสามารถระบุโจทย์ทางเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการพลิกโฉมอนาคตได้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะสามารถดำเนิน การจัดสรรทรัพยากรสำหรับการวิจัยและพัฒนาในหัวข้อเป้าหมายเหล่านั้น เพื่อให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีนั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

จากความสำคัญดังกล่าวจึงเป็นที่มาของกระบวนการ “มองอนาคต” ซึ่งได้รับการยอมรับในหลายประเทศว่าเป็นเครื่องมือ ในการกำหนดทิศทางการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบมุ่งเป้า ที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดการสูญเปล่าของการลงทุนทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด ทั้งนี้ ปัจจุบันหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ตุรกี สวีเดน เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ได้มีการจัดตั้งโครงการ/ศูนย์/สถาบัน ที่ดำเนินการมองอนาคตอย่างเป็นกิจลักษณะ เพื่อให้ได้ข้อมูลหรือภาพอนาคตที่จะนำไปช่วยกำหนดทิศทางการพัฒนาของประเทศ ซึ่งประเทศไทยเองก็จำเป็นต้องมีการดำเนินตามแนวทางดังกล่าว เพื่อให้หลากหลายกิจกรรมมีการพลิกโฉมได้เหมือนกับประเทศที่พัฒนาแล้วเช่นเดียวกัน

ดร.พันธุ์อาจ กล่าวต่อว่า NIA จึงได้ริเริ่มการจัดตั้งสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม (Innovation Foresight Institute – IFI) ขึ้น โดยกำหนดบทบาทให้เป็นสถาบันเฉพาะทางเพื่อช่วยในการคาดการณ์ความเป็นไปได้ของอนาคตที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะทิศทางนวัตกรรมที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อระบบเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงยังสามารถช่วยในการกำหนดทิศทางและการวางแผนระยะยาว ที่สามารถเอื้อประโยชน์สูงสุดให้กับระบบเศรษฐกิจและการดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาด้านต่างๆ ในระดับประเทศ โดยมียุทธศาสตร์การดำเนินงาน 3 หลัก ดังนี้

  • ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาเครือข่ายนักอนาคตศาสตร์ (Futurist Enablers) มีเป้าหมายในการสร้างเครือข่ายกลุ่มนักอนาคตศาสตร์ที่เชี่ยวชาญ และเข้มแข็ง
  • ยุทธศาสตร์ที่ 2 ศึกษาภาพและแนวโน้มอนาคต (Trend Setter) โดยเฉพาะแนวโน้มที่สร้างผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงทั้งเชิงเศรษฐกิจและสังคม
  • ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริมการใช้ประโยชน์เพื่อนวัตกรรม (Enterprise Innovation) ผ่านเครื่องมือการจัดการนวัตกรรม เครือช่ายผู้ประเมินนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อพัฒนาศักยภาพทางนวัตกรรมให้กับกลุ่มธุรกิจ

ดร.พันธุ์อาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้หลายภาคส่วนมีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการมองอนาคตอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในช่วงตลอดสัปดาห์ของปลายเดือนสิงหาคม (27-31 สิงหาคม) นี้ NIA ยังได้จัด Thailand Future Week 2018: Towards Inclusive Future ครั้งแรกของประเทศไทยที่รวบรวมนักอนาคตศาสตร์ นักยุทธศาสตร์ นักวางแผนและนักธุรกิจเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ที่จะพลิกโฉมอนาคตของประเทศไทย และองค์กรให้ก้าวทันกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลง การออกแบบอนาคตประเทศ อนาคตระบบนวัตกรรม อนาคตองค์กรธุรกิจ อนาคตสังคม รวมถึงยังได้ร่วมมือกับองค์กรชั้นนำ เช่น เครือข่ายนักอนาคตศาสตร์ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก องค์การสหประชาชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคธุรกิจเอกชน เปิดเวทีสัมมนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ผ่านหัวข้อต่างๆ เช่น นวัตกรรมแห่งการสร้างองค์กรแห่งอนาคต Towards National Innovation System 2030 เพื่อนำเสนอภาพอนาคตทิศทางการพัฒนาระบบนวัตกรรมของประเทศ เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-0175555 เว็บไซต์ www.nia.or.th หรือ facebook.com/niathailand

Page 14 of 14

Page Visitor

032202699
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
5470
57627
343948
178934
1659375
32202699
Your IP: 52.205.167.104
2021-12-04 02:18